ไข่เค็มเป็นภูมิปัญญาของไทยมาตั้งแต่สมัยโบราณ เป็นการถนอมอาหารอย่างหนึ่ง ซึ่งคนสมัยก่อนทำไข่เค็มเพื่อเก็บไว้บริโภคในยามที่ขาดแคลน หรือเพื่อยืดอายุการเก็บของไข่ที่เหลือจากการบริโภคสด และถือเป็นภูมิปัญญาที่ผสมผสานกับเทคโนโลยีของชาวบ้านที่สืบทอดกันมาช้านาน ต่อมาไข่เค็มได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น มีความหลากหลายทั้งวัตถุดิบที่ใช้เป็นส่วนผสม ไข่เค็มมีคุณประโยชน์หลากหลายและมีรสชาติที่แตกต่างกัน ปัจจุบันมีการพัฒนาให้เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อการค้า มีการจำหน่ายทั้งในรูปแบบไข่เค็มดิบและไข่เค็มที่ต้มแล้ว ไข่เค็มสามารถนำมารับประทานได้เลย หรืออาจจะนำไปทำเป็นไส้ขนมต่างๆ เช่น ขนมเปี๊ยะ ขนมไหว้พระจันทร์ บ๊ะจ่าง ซาลาเปา

คุณประโยชน์ของไข่เค็ม

ไข่เค็มอุดมไปด้วยโปรตีน โดย1ฟองจะมีโปรตีนคุณภาพดี 6 กรัมและกรดอะมิโนสำคัญอีก 9 ชนิด ผลจากการทำวิจัยของมหาวิทยาลัยแพทย์ฮาร์วาร์ดพบว่า ไม่มีความเชื่อมโยงที่สำคัญระหว่างการบริโภคไข่กับการเกิดโรคหัวใจ และยังมีการวิจัยพบอีกว่า การบริโภคไข่เป็นประจำช่วยป้องกันเลือดจับตัวเป็นก้อน เส้นเลือดอุดตันในสมอง และภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน

ไข่เป็นแหล่งโคลีนที่ดี โดยโคลีนอยู่ในกลุ่มของวิตามินบี จัดเป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยในการควบคุมการทำงานของสมอง ระบบประสาท และระบบไหลเวียนของเลือด โดยไข่ 1 ฟอง จะมีโคลีนมากถึง 300 ไมโครกรัม

ไข่อาจจะช่วยป้องกันมะเร็งเต้านม โดยผลการศึกษาพบว่าผู้หญิงที่รับประทานไข่ 6 ฟองต่อสัปดาห์ ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเต้านมลงร้อยละ 44

ไข่ทำให้เส้นผมและเล็บมีสุขภาพดี เพราะว่าไข่มีซัลเฟอร์สูงรวมถึงยังมีวิตามินและแร่ธาตุอีกหลายชนิด หลายคนจึงพบว่าผมยาวเร็วขึ้นหลังจากที่เพิ่มไข่เข้าไปในอาหารที่รับประทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนที่เคยขาดอาหารที่มีซัลเฟอร์หรือวิตามินบี12 มาก่อน

การทำไข่เค็มไว้รับประทานเอง สามารถทำได้ง่ายๆโดยวิธีการดองน้ำเกลือ ซึ่งมีวิธีการดังนี้ ล้างไข่เป็ดให้สะอาดผึ่งไว้ให้แห้ง ระหว่างนั้นต้มน้ำเกลือโดยใช้อัตราส่วนน้ำ 1 ลิตร : เกลือ 1 ถ้วย เมื่อเกลือละลายหมดแล้วตั้งทิ้งไว้ให้เย็น นำไข่ที่ล้างเตรียมไว้เรียงลงในโหลแก้ว เทน้ำเกลือที่เย็นแล้วลงในโหล ให้น้ำเกลือท่วมไข่โดยใช้ถุงพลาสติกบรรจุน้ำวางทับฟองไข่ไว้ไม่ให้ลอย ปิดฝาให้สนิท ทิ้งไว้ ประมาณ 10 วันเริ่มนำไข่ที่ดองไว้มาทอดไข่ดาวจะมีความเค็มพอดี หากต้องการทำเป็นไข่เค็มต้มต้องใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์ เมื่อดองไข่ได้ 2 สัปดาห์สามารถนำไข่ขึ้นมาล้างแล้วเก็บใส่ตู้เย็นเอาไว้สำหรับทอดไข่ดาว ไข่เจียว ซึ่งจะมีความเค็มพอดี หากต้องการเฉพาะไข่แดงเค็มเพื่อนำไปทำอาหารต่างๆควรใช้เวลาดองน้ำเกลือ 3 สัปดาห์ จะได้ไข่แดงเค็มที่มีลักษณะแข็ง มีสีแดงสวย รสเค็มมัน

หมูทอดกระเทียมพริกไทยไข่แดงที่จะทำวันนี้ใช้ไข่แดงเค็มที่ผ่านการดองน้ำเกลือ 3 สัปดาห์ หากไม่สะดวกจะดองไข่เค็มเองสามารถซื้อหาได้จากตลาดและซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป วิธีทำเริ่มจากการหมักหมูสับด้วย กระเทียม พริกไทย รากผักชี ที่โขลกละเอียด ปรุงรสด้วยน้ำตาลทราย ซีอิ๊วขาว นำหมูที่หมักไว้มาปั้นเป็นก้อนกลมแบน ใส่ไข่แดงตรงกลาง พยามปั้นให้เนื้อหมูห่อหุ้มไข่แดงเกือบทั้งฟอง เพื่อเวลาทอดไข่แดงจะได้ไม่หลุดออกมา หลังจากนั้นนำไปทอดในน้ำมันให้สุกดี เสริฟพร้อมกับอาหารประเภทแกงเผ็ดหรือแกงส้ม หรือจะรับประทานกับข้าวต้มกุ๊ยก็เหมาะสมค่ะ

หากไม่ชอบการทอดน้ำมันจะหลีกเลี่ยงโดยนำไปนึ่งก็ได้ ซึ่งก็จะเป็นหมูสับนึ่งไข่เค็ม รสชาติอร่อยไม่แตกต่างกันมากค่ะ