Case study: คุณลุงประ (นามสมมติ) เพศชาย อายุ 60 ปี Dx. Hemorrhagic stroke

ประวัติความเจ็บป่วย : ผู้รับบริการเคยเป็นเส้นเลือดในสมองตีบแต่ไม่รู้ตัว และปี พ.ศ.2554 ผู้รับบริการเกิดเส้นเลือดสมองแตก

ประวัติครอบครัว : ครอบครัวมีพี่น้อง 9 คน เป็นลูกคนที่ 6

ปัจจุบันลุงประอาศัยอยู่ที่บ้านพักผู้สูงอายุคามิเลี่ยน

กิจวัตรประจำวัน : ในช่วงเช้าหลังจากทานอาหารเช้าผู้รับบริการจะเข้าร่วมกิจกรรมที่ทางบ้านพักผู้สูงอายุดูแลจัดไว้ให้ พักทานอาหารกลางวัน ช่วงบ่ายดูโทรทัศน์และเล่นกับแมวจนถึงเวลาทานอาหารเย็น เข้าไปโบสถ์ตอนช่วงค่ำและกลับมาเข้านอน ผู้รับบริการทำกิจวัตรประจำวันโดยมีผู้ดูแลคอยช่วยเหลือในบางกิจวัตร

Role : ผู้รับบริการ(ในบ้านพักผู้สูงอายุ),พี่,น้อง

ปัจจัยเอื้อ –มีผู้ดูแลคอยช่วยเหลือการทำกิจวัตรต่างๆ

    -ถนัดแขนข้างขวา อ่อนแรงข้างซ้าย จึงยังเหลือข้างที่ถนัดอยู่

ปัจจัยขัดขวาง –ผู้ดูแลทำกิจวัตรบางอย่างให้มากเกินไป คุณลุงอาจมีความสามารถที่ทำได้เอง

           -ตัวคุณลุงไม่มีแรงจูงใจในการทำกิจกรรม

Scientific narrative clinical reasoning

Diagnostic clinical reasoning

ด้านการวินิจฉัยทางการแพทย์

จากการสอบถาม ผู้รับบริการได้รับการวินิจฉัยเป็น Hemorrhagic stroke ผู้รับบริการเคยเป็นเส้นเลือดในสมองตีบแต่ไม่รู้ตัว และปี พ.ศ.2554 ผู้รับบริการเกิดเส้นเลือดสมองแตก โดยมีอาการสำคัญอ่อนแรงข้างซ้าย มีอาการเกร็งเล็กน้อย

ด้านการวินิจฉัยทางกิจกรรมบำบัด

Occupational imbalance จากการสอบถามและสังเกตผู้รับบริการไม่มีสิ่งที่สนใจเป็นพิเศษดูโทรทัศน์เมื่อว่าง สามารถทำกิจกรรมที่ใช้แขนข้างเดียวได้เพราะอ่อนแรงข้างที่ไม่ถนัด แต่ไม่สามารถทำกิจกรรมที่ต้องใช้สองมือร่วมกันได้ ทำกิจวัตรประจำวันได้เองบางอย่างหรือทำได้บางขั้นตอน มีผู้ดูแลคอยช่วยและควรได้รับการส่งเสริมเพื่อให้สามารถประกอบกิจวัตรประจำวันด้วยตนเองให้นานที่สุด

Procedural clinical reasoning

1.สร้างสัมพันธ์ภาพผ่านการพูดคุย (Small talk) และสอบถามปัญหา ความต้องการของผู้รับบริการ ซึ่งผู้รับบริการไม่มีปัญหาและความต้องการเป็นพิเศษ

2.ทำการประเมิน Occupation โดยใช้การสัมภาษณ์ พบข้อมูลดังนี้

ADLs

- Dressing  เสื้อ ผู้รับบริการสามารถถอดเสื้อได้เอง แต่ใส่เสื้อเองไม่ได้ต้องมีผู้ดูแลช่วยใส่

                กางเกง ผู้รับบริการไม่สามารถถอด-ใส่กางเกงได้เอง ต้องได้รับความช่วยเหลือระดับ Maximal assistance

- Transfer  ผู้รับบริการไม่สามารถลุกขึ้นยืนเพื่อย้ายตัวได้เอง

- Bathing  ผู้รับบริการสามารถทำได้เอง(ในกรณีที่มีเก้าอี้ให้นั่งอาบ)แต่ต้องมีคนคอยดูแลเพื่อความปลอดภัยและความสะอาดทางด้านหลัง

- Toileting ผู้รับบริการใส่แพมเพิส

 -ADLsอื่นๆสามารถทำได้เอง

-Rest and Sleep  ผู้รับบริการนอนหลับพักผ่อนตอนกลางคืนเท่านั้น ไม่มีการพักผ่อนนอนกลางวัน

-Work  อดีตผู้รับบริการประกอบอาชีพขับรถส่งของ ปัจจุบันไม่ได้ประกอบอาชีพ

-Leisure  ผู้รับบริการมักใช้เวลาว่างในการนั่งดูโทรทัศน์และเลี้ยงแมว

-Social participation ผู้รับบริการมีการเข้าร่วมทำกิจกรรมที่จัดขึ้นในบ้านพักผู้สูงอายุและมีญาติพาไปเที่ยวเดือนละครั้ง

3.ประเมินการเคลื่อนไหวโดยอ้างอิงจากระดับฟื้นตัวของ brunnstrom UEมีการฟื้นตัวในระดับ 1 ไม่สามารถยกแขนข้างซ้ายได้เลย เมื่อใช้แขนอีกข้างช่วยยกจะมีอาการเกร็งเล็กน้อย

4.ประเมินการสื่อสารเบื้องต้นจากการพูดคุย สามารถพูดคุยสื่อสารได้ปกติ

การให้ Intervention

ใส่เสื้อ(Dressing) สอนให้ผู้รับริการเริ่มจากวางเสื้อยืดบนตักโดยหันเสื้อด้านหน้าคว่ำลงบนตักและให้ฝั่งคอเสื้ออยู่ไกลจากตัว เริ่มใส่จากข้างอ่อนแรง ใช้มือข้างมีแรงจับเสื้อย่นขึ้นไปเรื่อยๆจนถึงแขนเสื้อ ใช้แขนข้างมีแรงยกแขนข้างอ่อนแรงไปใส่แขนเสื้อ ดึงแขนเสื้อขึ้นมาจนถึงบ่า ใส่หัวที่คอเสื้อและแขนข้างมีแรงในแขนเสื้อ ดึงเสื้อลงจัดความเรียบร้อยทั้งด้านหน้าและด้านหลัง แล้วให้ผู้รับบริการใส่เสื้อให้ดูตามขั้นตอนที่สอนไป ให้ผู้รับบริการตรวจความเรียบร้อยหลังใส่เสื้อเสร็จและฝึกทำซ้ำเพื่อให้ผู้รับบริการทำได้และไม่ลืมขั้นตอน

ย้ายตัวจากวีลแชร์ไปเตียงแบบ pivot (Transfer) สอนวิธีย้ายตัวก่อนโดยเข็นวีลแชร์หัน 45 องศากับเตียง ให้ด้านที่อ่อนแรงอยู่ฝั่งเตียง ล็อคล้อวีลแชร์ใช้แขนข้างที่มีแรงจับที่วางแขน ยันตัวขึ้น ทิ้งน้ำหนักลงขาข้างที่มีแรง หมุนตัวช้าๆ แล้วค่อยๆนั่งลง ผู้รับบริการเข้าใจแต่ลุกยืนเองไม่ได้จึงสอนให้ผู้บริการโน้มตัวมาทางด้านหน้าเล็กน้อย แล้วใช้มือข้างที่มีแรงดันกับที่วางแขนฝั่งเดียวกันเพื่อลุกขึ้น และใส่เข็มขัดสำหรับการเคลื่อนย้ายตัวให้กับผู้รับบริการเพื่อความปลอดภัย

Interactive clinical reasoning

-การเข้าไปพูดคุยเพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้รับบริการ ได้ใช้ Therapeutic Relationship (RAPPORT) ทั้งการใช้ท่าทางเข้าหาที่เป็นมิตร มีการมองตาขณะสนทนา ใช้น้ำเสียงใช้น้ำเสียงและระดับของภาษาที่เหมาะสมเพราะผู้รับบริการอายุมากกว่า สีหน้าแววตายิ้มแย้มแจ่มใส

-มีการสอบถามเรื่องทั่วไปไปจนถึงกิจกรรมที่ชอบทำหรืออยากทำ ระหว่างทำกิจกรรมจะมีการถามเสมอว่าเหนื่อยไหม ต้องการให้ช่วยเหลือตรงไหนไหม

-จากการสอบถามคุณลุงประ เคยประกอบอาชีพขับรถส่งของแต่ตอนนี้ไม่ได้ทำแล้ว ไม่มีครอบครัว มีพี่น้อง 9 คน เป็นลูกคนที่ 6 มาอยู่ที่สถานดูแลผู้สูงอายุได้ประมาณ 8 ปีแล้ว ปกติคุณลุงประชื่นชอบการดูโทรทัศน์นั่งดูช่วงเช้า-บ่ายหากไม่มีตารางกิจกรรมอะไรที่ต้องไปทำ “นั่งดูทีวีทั้งวัน...ดูได้หมดเขาเปิดไรก็ดูได้...ช่วงเย็นๆไม่ได้ดูต้องเข้าห้อง” แต่เพราะไม่สามารถเคลื่อนย้ายตัวขึ้นเตียงได้เองจึงต้องกลับไปยังห้องพักตั้งแต่หัวค่ำ เลี้ยงแมวหนึ่งตัวเป็นแมวที่หลงมาเลยให้อาหารทุกวัน เมื่อสอบถามความสนใจ คุณลุงบอกว่า “ไม่มีอะไรสนใจเป็นพิเศษ...ทำได้หมด...เมื่อก่อนเคยเล่นบอล ชอบเล่นกีฬา” สอบถามความต้องการของคุณลุงประ คุณลุงบอกว่า “ไม่มี” เมื่อถามเรื่องการเคลื่อนย้ายตัว “เมื่อก่อนเคยทำได้เองเลยไม่ต้องมีคนช่วย แต่เดี๋ยวนี้เพื่อความมั่นใจให้คนช่วยดีกว่า” กิจวัตรประจำวันของลุงประคือช่วงเช้าหลังจากทานอาหารเช้าจะเข้าร่วมกิจกรรมที่ทางบ้านพักผู้สูงอายุจัดไว้ให้ พักทานอาหารกลางวัน ช่วงบ่ายดูโทรทัศน์และเล่นกับแมวจนถึงเวลาทานอาหารเย็น เข้าไปโบสถ์ตอนช่วงค่ำและกลับมาเข้านอน ถ้าวันไหนไม่มีกิจกรรมให้ทำก็จะดูโทรทัศน์แต่ถ้ามีจะเข้าร่วม

Conditional reasoning

-ใช้ PEO model เพื่อดูปัจจัยจากตัวผู้รับบริการและปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อตัวผู้รับบริการและกิจกรรมการดำเนินชีวิตว่าผู้รับบริการมีความสามารถประกอบกิจกรรมนั้นได้ไหม

P อายุ 60 ปี Dx. Hemorrhagic stroke อ่อนแรงข้างซ้าย ถนัดข้างขวา

E มีผู้ดูแลคอยช่วยเหลือ อยู่ในบ้านพักผู้สูงอายุ ในห้องไม่มีราวจับ

O การย้ายตัวจากวีลแชร์ไปเตียง การใส่เสื้อ

-Rehabitative FoR >> ADLs training เพื่อให้ผู้รับบริการกลับมาทำกิจวัตรประจำวันได้ตามความสามารถที่มีอยู่โดยใช้การฝึกการทำกิจกรรมนั้นเลยคือสอนใส่เสื้อ(Dressing) สำหรับผู้ที่อ่อนแรงครึ่งซีก

-Biomechanical FoR >> Teaching & Learning process + pivot transfer เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาและการทรงตัวขณะลุกขึ้นเพื่อให้สามารถยันตัวลุกขึ้นมาได้ และสอนวิธี pivot transfer แก่ผู้รับบริการให้สามารถเคลื่อนย้ายตัวจากวีลแชร์ไปเตียงได้เอง

-Cognitive FoR  ใช้กิจกรรมมาประเมินเพื่อหาปัญหาและวิธีการรักษา

แผนการรักษาจะเลือกสิ่งที่ผู้รับบริการมีความสามารถที่จะทำได้มาก่อนจากการสอนวิธีทำ ส่งเสริมการทรงตัวและฝึกฝน ส่วนปัญหาทางCognitiveยังคงต้องตรวจประเมินเพื่อหาปัญหาที่ชัดเจนต่อไป

SOAP NOTE

ครั้งที่ 1

ลุงประ (นามสมมุติ) 60 ปี Dx. Hemorrhagic stroke อ่อนแรงข้างซ้าย

S : “เคยทำได้แต่ตอนนี้ต้องมีคนช่วยเพื่อความมั่นใจเวลาย้ายตัว” “ใส่แพมเพิสเพราะเข้าห้องน้ำเองไม่ได้” “อาบน้ำเองได้บางครั้งก็มีคนมาช่วยอาบน้ำ” “ต้องมีคนช่วยแต่งตัวแต่ถอดเสื้อเอง” “เวลาว่างๆจะนั่งดูทีวีดูได้ทุกอย่างชอบกีฬากับหนัง” “กินยานอนหลับทุกวันถ้าไม่กินกว่าจะหลับก็นาน” “มีแมวชื่อเหมียว”

O : สีหน้ามีความสุขและหัวเราะเมื่อพูดถึงแมวที่เลี้ยงแต่เรื่องดูทีวีสีหน้าเฉยๆ สนทนาโต้ตอบได้ปกติ สบตาเวลาสนทนาแต่มีการมองไปที่ทีวีสลับกับรอบๆเวลาพูดคุยด้วย มีหยุดพูดและก้มหน้าลงตอนถามเรื่องครอบครัว ยกแขนข้างซ้ายไม่ได้เลยต้องใช้แขนขวาช่วยยก เข็นวีลแชร์ได้เองและไม่ลืมยกขาซ้ายวางบนfootrest

A : สามารถเล่าเรื่องเพิ่มเติมเมื่อคู่สนทนาไม่เข้าใจในสิ่งที่พูด จำวันที่ผิดแต่รู้ว่าวันและเดือนอะไร ไม่มีการละเลยด้านที่อ่อนแรง ต้องมีผู้ดูแลช่วยในการทำกิจวัตรประจำวันบางอย่างและบางขั้นตอน สามารถเข็นรถวีลแชร์ได้เอง

P : สอนวิธีการเคลื่อนย้ายตัวจากวีลแชร์ไปเตียงและเตียงไปวีลแชร์แบบ Pivot และสอนใส่เสื้อสำหรับผู้มีอาการอ่อนแรงครึ่งซีก ทำกิจกรรมคู่กับผู้สูงอายุที่ใช้แขนข้างเดียวเหมือนกัน(กิจกรรมย้ายกระถางต้นไม้) 

ครั้งที่ 2

ลุงประ (นามสมมุติ) 60 ปี Dx. Hemorrhagic stroke อ่อนแรงข้างซ้าย

S : “ไม่มั่นใจต้องให้ผู้ชายช่วยดึงขึ้นผู้หญิงรับน้ำหนักไม่ไหว” “ทำได้” “เคยทำ” “เคยมีคนสอนแต่จำไม่ได้แล้ว” “ให้อาบน้ำให้ดูไหม” “เมื่อเช้าเห็นของมีสองอันแต่ตอนนี้หายแล้ว”

O : ผู้รับบริการจำนักศึกษาได้ สีหน้ายิ้มแย้มตอนเล่นกับแมว ทักทายเพื่อนระหว่างทาง จำวิธีใส่เสื้อไม่ได้ต้องสอนซ้ำๆประมาณ 4-5 ครั้งและไม่สามารถมองหาแขนเสื้อได้เองใส่ผิดด้าน(เริ่มจากทางคอเสื้อ)ตอนสวมศีรษะไม่สามารถเอาออกทางคอเสื้อได้พยายามดันออกทางแขนขวา ไม่ใช้มือซ้ายช่วยทำกิจกรรมเลย ต้องบอกชื่อต้นไม้ซ้ำหลายครั้ง มีการติดของตกแต่งทับอันก่อนหน้าโดยไม่เอาออก ทากาวไม่ทั่วแม้จะได้รับการบอกให้ตรวจสอบความเรียบร้อย ติดเทปลงกระดาษห่อของขวัญไม่เรียบร้อยไม่ห่อตามขั้นตอน เขียนการ์ดอวยพรและอ่านการ์ดที่เขียนได้

A : ตระหนักถึงความปลอดภัยเวลาลุก โต้ตอบบทสนทนาไม่เหมาะสมในบางครั้ง ไม่สามารถแก้ปัญหาเมื่อเกิดความผิดพลาดแม้จะมีการให้คำแนะนำแล้วต้องช่วยทำ ทำกิจกรรมได้ไม่มีประสิทธิภาพ ทำแบบสุ่มหรือผิดขั้นตอนและไม่มีการถามหาขั้นตอนการทำ มีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับยาที่ทานประจำ

P : แก้ไขความเข้าใจผิดเรื่องยาของผู้รับบริการ ประเมิน cognitive, visual perception และ standing balance เพิ่มเติม สอนการดันตัวลุกขึ้นยืนจากวีลแชร์ สอนใส่เสื้อ(โดยมีเทปสีติดบริเวณแขนเสื้อเพิ่มให้มองง่ายหรือบอร์ดรูปแสดงวิธีใส่เสื้อ)

Pragmatic reasoning

จากการปรึกษาพูดคุยกับอาจารย์และเพื่อนในกลุ่ม

-หาแรงจูงใจในการทำกิจกรรมของผู้รับบริการว่าความต้องการที่แท้จริงคืออะไรเพื่อจะได้เกิดแรงจูงใจในการทำกิจกรรมและนำสิ่งที่สอนไปทำอย่างต่อเนื่อง อาจจะต้องใช้การพูดคุยที่มากและลึกกว่านี้เพื่อหาแรงจูง/ความต้องการที่แท้จริงของผู้รับบริการ

-หาเหตุผลที่ผู้รับบริการไม่กล้า/ไม่มั่นใจในการยันตัวลุกขึ้นยืนจากวีลแชร์ด้วยตนเอง,สิ่งที่จะสอนผู้รับบริการ เช่น การใส่เสื้อเทคนิคมือเดียว ผู้รับบริการเคยรู้วิธีหรือทำมาก่อนหรือไม่ ถ้าหากเคยรู้วิธีแล้วอะไรคือสาเหตุที่ผู้รับบริการไม่ทำวิธีนั้น,สอบถามผู้ดูแล เช่น ความรู้ในการย้ายตัว สอนใส่เสื้อด้วยเทคนิคมือเดียวเพื่อดูว่าผู้ดูแลไม่มีความรู้ด้านนั้นหรือผู้รับบริการไม่มีความสามารถพอที่จะสามารถทำได้ หรือมีปัจจัยอื่นอีก

-เมื่อเจอกับสถานการณ์ที่เกินความสามารถหรือไม่สามารถรับมือได้ ทั้งจากทางกายภาพและขาดความรู้ ให้ไปหาผู้เชี่ยวชาญ(อาจารย์)เพื่อให้มาทำให้ดูและเรียนรู้จากสิ่งที่อาจารย์ทำ


Story telling

เป็นครั้งแรกที่ได้ทำเคสคนเดียวและต้องประเมินผู้รับบริการด้วยตนเอง เคสที่ได้ศึกษาเป็นผู้สูงอายุที่อยู่ในบ้านพักผู้สูงอายุ เป็นคุณลุงวัย 60 ปี ป่วยเป็น stroke ตั้งแต่พ.ศ.2554 ไม่มีครอบครัว พี่สาวเป็นคนพามาและออกค่าใช้จ่ายให้ เนื่องจากมีโอกาสมาที่สถาบันดูแลผู้สูงอายุแค่ 2 ครั้ง ครั้งนี้จึงต้องพูดคุยทำความรู้จักและประเมินไปด้วยเพื่อคิดการการให้การรักษาในครั้งหน้า ครั้งแรกที่ได้พูดคุยกับคุณลุง คุณลุงตอบคำถามได้สามารถสื่อสารได้ปกติ มีการมองหน้าสบตา ยิ้มเล็กน้อย เมื่อลองสอบถามคุณลุงคุณลุงไม่สามารถย้ายตัวจากเตียงไปวีลแชร์และวีลแชร์ไปเตียงได้เองต้องให้ผู้ดูแลช่วยรวมถึงการอาบน้ำ(ในกรณีไม่มีเก้าอี้ให้นั่งอาบ) แต่ถ้าเป็นกิจวัตรประจำวันที่ไม่ต้องยืนและใช้มือข้างเดียวทำได้คุณลุงสามารถทำได้ด้วยตนเอง คุณลุงไม่มีกิจกรรมที่ชอบเป็นพิเศษหรืออยากทำ ปกติจะนั่งดูโทรทัศน์และเล่นกับแมว คุณลุงจะไม่ได้ดูโทรทัศน์ตอนเย็นเพราะหลังจากกลับจากโบสถ์ก็ต้องเข้าห้องนอนเลย ไม่เช่นนั้นจะยากต่อการย้ายตัว ตนเองได้ลองให้คุณลุงยกแขนข้างอ่อนแรงให้ดูซึ่งยกไม่ได้เลยและกางได้เล็กน้อย(ไม่ถึง 20 องศา) เมื่อลองให้เข็นรถวีลแชร์ด้วยตนเองคุณลุงสามารถทำได้โดยใช้แขนข้างที่มีแรงดันรถและขาข้างที่มีแรงบังคับทิศทาง เมื่อต้องกลับไปคิดการให้การรักษาจึงเลือกจากกิจวัตรประจำวันที่คาดว่าคุณลุงสามารถทำได้ด้วยตนเองก่อนเป็นอันดับแรกคือการใส่เสื้อด้วยเทคนิคมือเดียวและการย้ายตัวจากตียงไปวีลแชร์และวีลแชร์ไปเตียงเพราะเห็นว่าคุณลุงมีกำลังขาที่ยังดีอยู่ ครั้งที่ 2 ที่ได้ไปได้ให้คุณลุงลองย้ายตัว คุณลุงสามารถย้ายตัวจากเตียงไปวีลแชร์ได้แต่ไม่สามารถย้ายตัวจากวีลแชร์ไปเตียงได้ อาจเพราะเตียงสูงกว่าวีลแชร์และคุณลุงไม่กล้าใช้แขนยันที่พักแขนดันตัวลุกขึ้น เพราะปกติคุณลุงจะใช้แขนคล้องคอผู้ดูแลเพื่อลุกขึ้น(ซึ่งเป็นท่าที่ไม่ดีต่อผู้ดูแลมาก) เมื่อลุกขึ้นแล้วสามารถหมุนตัวแบบpivotได้เอง ที่สำคัญคือคุณลุงไม่กล้าลุกถ้าผู้ช่วยตอนย้ายตัวเป็นผู้หญิง จึงตัดสินใจหยุดเรื่องการสอนเคลื่อนย้ายตัวย้ายตัวจากตียงไปวีลแชร์และวีลแชร์ไปเตียงไปก่อนเปลี่ยนเป็นสอนใส่เสื้อยืดด้วยเทคนิคใช้มือข้างเดียวแทน เริ่มจากบอกขั้นตอน 1 ครั้งจากนั้นบอกพร้อมทำทีละขั้นจนเสร็จ ถามคุณลุงว่าขั้นตอนมีอะไรบ้าง คุณลุงมีลืมบางขั้นจึงบอกขั้นตอนที่คุณลุงลืมแล้วให้ลองทำเอง ปัญหามีตั้งแต่คุณลุงไม่สามารถดึงเสื้อมาไว้ตรงไหล่แขนข้างอ่อนแรงได้ต้องให้ช่วยดึงให้และตอนสวมคอหาคอเสื้อไม่เจอ เอาศีรษะไปใส่ตรงแขนต้องให้ช่วยเอาคอเสื้อสวมคอให้ มีจับสลับขั้นตอนบ้างสวมหัวก่อนแขน จึงได้ทำการสอนวิธีซ้ำประมาณ 4-5 ครั้งและใส่เสื้ออีก 1-2 ครั้ง แต่ไม่ได้ทำตลอดต่อๆกันระหว่างนั้นมีการพักบ้างจนหมดเวลา ตอนทำกิจกรรมอื่นซึ่งคือกิจกรรมย้ายกระถางต้นไม้และห่อของขวัญ คุณลุงทำจนจบโดยได้รับการช่วยเหลือในขั้นตอนที่ต้องใช้สองมือแต่บางขั้นตอนทำแบบลวกๆเหมือนไม่ได้สนใจนัก

สรุป จากการทำทุกอย่างด้วยตัวเองครั้งแรก คือเรายังขาดความรู้อีกมากและความรู้ที่เคยเรียนก็ยังดึงมาใช้ไม่ได้ ยังมองได้ไม่กว้าง ไม่เข้าถึงความต้องการที่แท้จริงจึงทำให้ไม่สามารถหากิจกรรมที่คุณลุงสนใจและต้องการทำได้จริงๆ เมื่อไม่มีแรงจูงใจส่งผลให้การสอนหรือการฝึกไม่ได้ใช้ต่อ/ร่วมมือเท่าที่ควร อีกทั้งประเมินไม่ครบทุกด้าน ประเมินไม่ละเอียดพอเมื่อเจอเหตุการณ์ที่ไม่ตรงกับที่คาดการณ์ไว้ก็ไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร อีกทั้งยังไม่มีการสอบถามพูดคุยกับผู้ดูแลเท่าที่ควรทำให้ขาดข้อมูลบางอย่างในการจะเลือกวิธีให้การรักษา เมื่อมีโอกาสหยิบกรณีศึกษานี้มาเรียนอีกครั้งในวิชาทักษะการให้เหตุผลทางคลินิกของกิจกรรมบำบัดก็ได้พบกับวิธีการที่ช่วยให้เราสามารถให้การรักษาได้ดีขึ้นจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับอาจารย์และเพื่อนๆ เช่น ในตอนที่เราทำเองไม่ได้เราสามารถให้อาจารย์มาทำให้ดูและเรียนรู้ตอนนั้นได้ ปัญหาการสับสนขั้นตอนที่เกิดขึ้นที่ต้องใช้ Cognitive FoR มาช่วย การพูดคุยสอบถามผู้ดูแลเกี่ยวกับการทำกิจวัตรว่าทำไมต้องทำให้ไม่ให้คุณลุงทำเองเราอาจรู้เหตุผลอีกมุมที่มากกว่าการสอบถามจากคุณลุง