เมื่อรักนี้มิอาจได้ครอบครอง สุดท้ายได้แค่มองดอกไม้แทนใจ :ตำนานความรักระหว่างซีโบล และโอทากิ

สวัสดีค่ะ กลับมาพบกันอีกครั้งนะคะกับ เมย์มีเรื่องเล่า สำหรับเดือนมกราคมอันแสนยาวนานที่เพิ่งผ่านพ้นไป ก็จะก้าวเข้าสู่เดือนแห่งความรัก นั่นก็คือเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งในเดือนกุมภาพันธ์นี้เองก็มีวันแห่งความรัก หรือ “วันวาเลนไทน์ เมย์เลยขอใช้โอกาสนี้ เล่าเรื่องความรักเดอะซีรีส์ เพื่อต้อนรับเทศกาลวาเลนไทน์ที่จะมาถึงนั่นเองค่ะ 

ดอกอาจิไซ หรือ ดอกไฮเดรนเยีย

       

สำหรับเรื่องแรกที่เมย์จะมาเล่านั่นก็คือ ตำนานรักดอกอาจิไซ” หรือ ดอกไฮเดรนเยียค่ะ โดยตำนานนี้มีที่มาจากหนุ่มนายแพทย์ชาวเยอรมัน และ สาวชาวญี่ปุ่น ที่มีชื่อว่า ซีโบล และโอทากิค่ะ

Philipp Franz von Siebold

   ความรักของพวกเขาทั้งคู่นั้นเริ่มต้นในบริเวณเดจิม่า จังหวัด นางาซากิ ประมาณสองร้อยกว่าปีในช่วงที่ประเทศญี่ปุ่นนั้นยังคงปิดรับวิทยาการต่างๆจากชาติตะวันตกอยู่ แต่อย่างไรก็ตามญี่ปุ่นเองก็ยังคงมีเมืองท่าสำหรับค้าขายกับชาวต่างอยู่ และเมือง นางาซากินั้นก็เป็นหนึ่งในเมืองท่าแห่งนั้น และเป็นเมืองที่  ดร. Philipp Franz von Siebold นายแพทย์หนุ่มชาวเยอรมันได้เข้ามาพร้อมกับกองเรือพาณิชย์บริษัท East India ซึ่งเมื่อมาถึงที่เมืองนางาซากิเขาได้ทำหน้าที่เป็นแพทย์รักษาโรคให้กับชาวเมืองนางาซากิ โดยนายแพทย์ Siebold ได้นำเอาความรู้ทางแพทย์แผนตะวันตกเข้ามาเผยแพร่ให้กับชาวญี่ปุ่น อย่างเช่นวิทยาการเรื่องการผ่าตัด รวมไปถึงการเปิดโรงเรียนแพทย์ในเมืองดังกล่าวด้วยค่ะ

Kusumoto Taki

  ซึ่งโดยปกติแล้วเขตเดจิม่า เมืองนางาซากิในช่วงยุคนั้นจะไม่อนุญาตให้คนญี่ปุ่นทั่วไปเข้าไป แต่ว่าก็มีคนที่ได้รับการยกเว้นเช่นกันค่ะ และหนึ่งในนั้นก็คือ Kusumoto Taki  โดย Otaki นั้นเป็นสาวชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาดูแลบ้านพักให้กับชาวต่างชาติที่เข้ามาอาศัยในนางาซากิ และเธอก็ได้ทำหน้าที่เป็นไกด์พา Siebold ไปเที่ยวในที่ต่างๆพร้อมกับความรักของพวกเขาทั้งสองก็ได้เริ่มผลิบานขึ้น   ครั้งหนึ่ง Siebold ได้นำเอาสตอว์เบอรี่จากเยอรมันมาให้ Otaki  ซึ่งตัวเธอนั้นไม่เคยรับประทานสตอว์เบอรี่มาก่อนเพราะว่าในอดีตนั้น สตอว์เบอรี่ยังไม่ได้รับการเพาะพันธุ์ในประเทศญี่ปุ่น และเมื่อเธอได้รับประทานเธอก็ได้ชื่นชอบมันอย่างมาก และดูเหมือนสตอว์เบอรี่เองก็เป็นสื่อรักที่ทำให้ความรักของคนทั้งคู่เติบโตขึ้นจนในที่สุดทั้งคู่ก็ได้ตกลงปลงใจแต่งงานกัน และทั้งคู่ก็ได้มีลูกสาวหนึ่งคนชื่อว่า Kusumoto Ine

เขตเดจิม่าในเมืองนางาซากิ ซึ่งเป็นที่สงวนสำหรับชาวต่างชาติ


   ซึ่ง Siebold นั้นนอกจากจะเป็นนายแพทย์แล้วตัวของเขายังมีความชื่นชมในเรื่องของพฤษศาสตร์ โดยเขานั้นได้วาดภาพพันธุ์ไม้ และเพาะพันธุ์ต้นไม้ต่างๆที่เขาพบเห็นในญี่ปุ่น และด้วยเหตุที่เขาสนใจในเรื่องพืชพันธุ์ และภูมิศาสตร์ต่างๆนี้เองเขาเลยจ้างคนมาเขียนแผนที่ประเทศญี่ปุ่นให้และนั่นก็ถือได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนทางความรักระหว่าง Siebold และ Otaki เพราะแผนที่ที่เขามีนั้นอยู่ในเรือบรรทุกสินค้าที่จู่ๆเกิดอัปปางลงและลอยไปเกยชายหาด และแผนที่ที่อยู่ในหีบใบหนึ่งของ ก็หล่นออกมาจนทำให้แผนที่ที่เขาจ้างให้คนวาดให้ก็ถูกเปิดเผยออกมาและทำให้เรื่องราวบานปลายไปถึงสำนักราชวัง ซึ่งในสมัยนั้นการกระทำของ Siebold ถือได้ว่าเป็นเรื่องร้ายแรงมากเพราะเป็นการนำความลับของราชการไปเผยแพร่ และทำให้ Siebold ถูกทางการตั้งข้อหาเป็นสายลับที่นำความลับของประเทศไปขายให้กับคนต่างชาติ จนสุดท้ายแล้วทางการก็ได้เนรเทศเขาออกจากประเทศ

   และการโดนลงโทษในครั้งนี้ก็ส่งผลทำให้ Siebold ต้องจำใจผลัดพรากจากลูกเมียของเขา พร้อมกับกระถางต้นไม้ที่บรรจุต้นอาจิไซไปด้วยเพื่อจะได้ระลึกถึงภรรยาของตน ที่ไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ และตลอดระยะเวลาที่ออกเดินทางจากญี่ปุ่นกลับไปยังยุโรปนั้น Siebold ก็ได้เขียนจดหมายพรรณาถึงความโศกเศร้าที่ต้องพลัดพรากจากภรรยาและลูกสาว และเมื่อเขากลับไปเยอรมันเขาก็ได้เพาะพันธ์ ดอกอาจิไซ สายพันธุ์ใหม่และตั้งชื่อให้มันว่า “Otakusa” ซื่งเป็นคำที่มีความหมายถึง “Otaki” หญิงอันเป็นที่รักของเขานั่นเอง

  แม้ว่าความรู้สึกของความรักที่ทั้งคู่มีให้แก่กันจะยิ่งใหญ่และแสนจะงดงาม แต่นิทานแห่งความฝันก็ไม่อาจจะยืนยาวเท่ากับความเป็นจริงเมื่อ Otaki ได้ตระหนักว่าชั่วชีวิตนี้เธอคงไม่ได้มีโอกาสจะพบพานกับ Siebold อีกต่อไปเธอจึงเลือกที่จะเขียนจดหมายไปยังเขาเพื่อขอให้เขานั้นลืมเธอไปเสียและเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างที่ควรจะเป็น และเมื่อ Siebold ได้อ่านจดหมายของ Otaki แม้ว่าจะเสียใจแต่สุดท้ายเขาก็ได้ยอมรับความจริงอย่างที่ควรจะเป็น เพราะอย่างน้อยการยอมทำตามคำขอของเธอก็อาจจะเป็นการแสดงความรักในรูปแบบหนึ่งของเขาที่มีต่อความหวังดีต่อเธอ จนกระทั่งเมื่อวันเวลาผ่านไปทั้งสองก็ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่และสร้างครอบครัวใหม่ โดย Siebold  แต่งงานกับ Helene von Gagern มีบุตรชายสามคน และบุตรสาวอีกสองคน ส่วน Otaki นั้นก็ได้แต่งงานใหม่เช่นกันแต่เธอนั้นก็ไม่ได้มีลูกแต่อย่างใด

Matthew C. Perry

  ดูเหมือนว่าชีวิตของคนทั้งคู่จะไม่มีวันบรรจบกันได้อีกครั้งถ้าหากไม่เกิดการเปิดประเทศ อันมีสาเหตุมาจากกองทัพเรือของ Matthew C. Perry ได้ล้อมปิดอ่าวเอโดะเพื่อเจรจาให้ญี่ปุ่นเปิดประเทศ เหตุการณ์ในครั้งนี้ส่งผลทำให้  Siebold พร้อมกับ Alexander บุตรชายได้กลับมาเจอกับ Otaki  และ Ine บุตรสาวที่ตั้งใจว่าจะเป็นแพทย์ตามแบบพ่อของตน โดย Ine ได้เข้าไปศึกษาโรงเรียนแพทย์สมัยใหม่จนกระทั่งเป็นแพทย์หญิงแผนสมัยใหม่คนแรกของญี่ปุ่นในภายหลัง

Kusumoto Ine พยานรักของทั้งสอง

   และแม้ว่าทั้ง Siebold และ Otaki จะได้กลับมาพบกันใหม่แต่ว่าสุดท้ายแล้วความรักและความรู้สึกของคนทั้งคู่ก็เป็นเพียงความรู้สึกของผู้ปกครองที่ทั้งสองต่างต้องรับผิดชอบครอบครัวของตน ทำให้ความรักของคนทั้งคู่นั้นเป็นเพียงแค่อดีตเท่านั้น และเมื่อ Siebold เดินทางกลับประเทศเนเธอร์แลนด์ในช่วงสุดท้ายของชีวิต เขาได้เขียนข้อความเอาไว้ว่า

“ภายหลังจากที่ฉันนั้นเสียชีวิตลงแล้ว อยากโบยบินไปยังดินแดนที่สงบและ  สวยงามที่ฉันเคยใช้ชีวิตอยู่ อีกมุมหนึ่งของโลก”

Philipp Franz von Siebold ในวัยชรา


  และก่อนที่โอทากิจะเสียชีวิตลง เธอก็ไม่เคยลืมความอร่อยของสตอว์เบอรี่ที่ Sieboldให้ เพราะว่า Otaki ก็ขอรับประทานสตอว์เบอร์รี่เป็นอย่างสุดท้ายก่อนที่เธอจะสิ้นใจ

แหล่งข้อมูลประกอบ

http://bakumatsu.org/men/view/229

Deutsche" class="redactor-autoparser-object">http://tamnan-flower.blogspot.... Bundespost stamp image (1996)

日本語: 近世の肖像画(Japanese Portraits of the Early Modern Period) 佐賀県立美術館 1991年

English: Early modern portrait (Japanese Portraits of the Early Modern Period) Saga Prefectural Museum of Art in 1991

https://visualizingcultures.mit.edu/black_ships_and_samurai/image/02_016a_fall_s.jpg

book Ph. F. von Siebold: Nippon : Archief voor de beschrijving van Japan en deszelfs toegevoegde en cijnsbare landen etc., Leiden 1832. Geheugen van Nederland

Siebold collection at Naturalis

By" class="redactor-autoparser-object">www.ehagaki-nagasaki.com

Unknown - https://twitter.com/kyoujin2016/status/1171315067721146368, Public Domain, https://commons.wikimedia.org/w/index.php?curid=363343

By Mathew Brady - Metropolitan Museum of Art, online collection (The Met object ID 283184), Public Domain, https://commons.wikimedia.org/w/index.php?curid=17461041

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารของช่องของเราได้ที่ 

Youtube: เมย์มีเรื่องเล่า
https://is.gd/9OpQaO

Facebook: เมย์มีเรื่องเล่า https://is.gd/h1c9IE

IG: maymeerunglao
https://is.gd/hF4n51

Twitter: เมย์มีเรื่อง!(เล่า) @maymeerunglao
https://is.gd/C74vVJ

Got... : Maymeerunglao https://is.gd/rK0mvU

ประวัติศาสตร์, เรื่องเล่า,ตำนาน,นิทาน,ดอกไม้ ,ไฮเดรนเยีย,บุคคลสำคัญ,ญี่ปุ่น,ดอกไม้ญี่ปุ่น,อาจิไซ,ความรัก,วาเลนไทน์,เทศกาล, วันสำคัญ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เมย์มีเรื่อง!(เล่า)



ความเห็น (0)