การจัดการเรียนการสอนแบบสะท้อนคิด : ผลลัพธ์ที่เกิดกับนักศึกษาและแนวทางการวัดประเมินผล

โดย ผศ.ดร.คัทรียา รัตนวิมล

…………………………………………………………………………..

การสะท้อนคิด เป็นวิธีการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาความสามารถของผู้เรียนในการทำความเข้าใจแยกแยะและอธิบายเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยผู้เรียนต้องมีส่วนร่วมในเหตุการณ์หรือมีประสบการณ์ ซึ่งการสะท้อนคิดช่วยให้ผู้เรียนสามารถปรับมุมมองของตนเอง และเกิดการวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณ  (Gibbs Horton-Deutsch และSherwood)

เทคนิคการจัดการเรียนการสอนแบบสะท้อนคิด

1. ครูมีบทบาทในการชี้หรือเลือกประเด็น เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้

2. การสะท้อนคิดของนักศึกษาจะมีทั้งความคิดเห็นที่เป็นหลักวิชาการต่อเหตุการณ์ (Thinking) และความรู้สึกของนักศึกษาต่อเหตุการณ์ (Feeling) ครูควรตั้งคำถามเพื่อให้นักศึกษาเกิดการสะท้อนคิดทั้งสองประเด็น

3. การให้นักศึกษาทุกคนในกลุ่มได้แสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์ทำให้นักศึกษาได้เรียนรู้มุมมองที่แตกต่างจากเพื่อน ๆ โดยการตั้งวงสนทนาแห่งความไว้วางใจของ Palmer ที่ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ดังนี้

    ขั้นที่ 1 การจัดตั้งวงสนทนา ทุกคนนั่งล้อมวงเพื่อให้ทุกคนเท่าเทียมกันหมด ผู้สอนกล่าวถึงกติกา คือ ทุกคนต้องอยู่กับปัจจุบัน สนใจประเด็นที่สนทนา สิ่งที่นำเสนอเป็นการบอกกล่าวมากกว่าการสั่งให้ทำ ให้ความเคารพต่อการรักษาความลับ พูดความจริง ขณะเดียวกันก็เคารพความจริงของผู้อื่น ให้ทุกคนแสดงความคิดเห็นโดยไม่กล่าวตำหนิหรือขัดแย้ง

    ขั้นที่ 2 กระบวนการสำรวจตัวตนของผู้เรียนและผู้สอน เป็นการพูดคุยเพื่อให้ผู้สอนและผู้เรียนสามารถบอกเล่าในสิ่งที่ตนเองเป็น ลักษณะตัวตนของแต่ละคนเป็นอย่างไร เน็น็น็มสสกหดกหหหห   พื่อให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย วางใจ เป็นการเปิดเผยตัวตนในแบบที่ต้องการ  

    ขั้นที่ 3 กระบวนการสื่อสาร เป็นการให้ผู้เรียนได้ทบทวน และบอกเล่าประสบการณ์ที่ได้รับ โดยเน้นที่ด้านบวกของประสบการณ์

    ขั้นที่ 4 การเปิดอภิปราย ให้ทุกคนในวงสนทนาร่วมอภิปรายว่าจะทำสิ่งที่แตกต่างไปได้อย่างไร มีทางเลือกอื่นอีกหรือไม่ และหาข้อสรุปว่าสิ่งที่ได้นี้จะนำไปใช้ในการปฏิบัติอย่างไร

    ขั้นที่ 5 การประเมินผลการเรียนรู้ ผู้สอนสรุปสิ่งที่ต้องการเน้นย้ำให้ผู้เรียนเกิดการจดจำและนำไปใช้ได้

4. ครูควรรู้จักตนเอง และรู้จักนักศึกษา โดยอาจใช้ศาสตร์นพลักษณ์ (Enneagram) จำแนกคนออกเป็น 9 ลักษณะ แบ่งออกเป็น 3 หมวดใหญ่ ดังนี้

ศูนย์ที่ 1 "ท้อง" ใช้สัญชาตญาณเป็นหลักในการตัดสินใจ ตอบสนองต่อสิ่งรอบข้างได้อย่างรวดเร็ว ประกอบด้วยลักษณะที่ 8 , 9 , 1 

ศูนย์ที่ 2 "ใจ" ใช้อารมณ์เป็นหลักในการตัดสินใจ ประกอบด้วยลักษณะที่ 2 , 3 , 4

ศูนย์ที่ 3 "หัว" ใช้ความคิดเป็นหลัก ค่อนข้างตอบสนองต่อสิ่งรอบตัวได้ช้า (เนื่องจากใช้ความคิดมาก) ประกอบด้วยลักษณะที่ 5 , 6 , 7

โดยคนทั้ง 9 ลักษณะ มีจุดเด่นและข้อเสียดังนี้  

1) คนสมบูรณ์แบบ เป็นนักปฏิรูป ต่อสู้เพื่ออุดมคติ ชอบวิพากษ์วิจารณ์ตนเองและผู้อื่น ซื่อสัตย์ มีระเบียบวินัย  ข้อเสียตัดสินคนอื่น ไม่ยืดหยุ่น ชอบควบคุมสั่งการ โต้เถียง และเอาจริงเอาจังจนเกินไป

2) ผู้ให้ ต้องการความรักและการยอมรับ ทำทุกทางให้คนอื่นรักและชื่นชม น่ารัก อบอุ่น ปรับตัวเก่ง กระตือรือร้น เข้าใจคนอื่น เป็นมิตร ข้อเสีย ไม่กล้า ขี้กลัว อ้อมค้อม เอาใจคนอื่นจนเกินไป บางครั้งจึงกลายเป็นผู้เสียสละจนทำให้ตัวเองลำบาก

3) นักแสดง  สร้างสรรค์ผลงานและความสำเร็จเพื่อให้เป็นที่รัก ชอบแข่งขัน ยึดติดกับการเป็นผู้ชนะ มีพลัง มีประสิทธิภาพ ขยัน มุ่งมั่น เป็นนักปฏิบัติที่ดี ข้อเสีย ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางมากเกินไป หลงตัวเอง เป็นคนผูกใจเจ็บ เจ้าคิดเจ้าแค้น

4) คนโศกซึ้ง มีความคิดสร้างสรรค์ มีไหวพริบ อยากได้ในสิ่งที่ตนไม่มี อยากเป็นในสิ่งที่ตนเองไม่ได้เป็น อารมณ์ศิลปิน อ่อนไหว เป็นผู้ให้คำปรึกษาที่ดี  ข้อเสียหมกมุ่นกับอดีตและความผิดพลาด

5) นักสังเกตการณ์  มีโลกส่วนตัวสูง ไม่ชอบเข้าไปยุ่งเกี่ยวพัวพันกับอะไรเป็นพิเศษ ต้องการแยกตัวจากสิ่งต่าง ๆ รอบข้างที่จะมากระทบ เป็นนักคิด ไว้วางใจได้ สนใจใฝ่รู้ ข้อเสีย เป็นคนที่รู้สึกหดหู่เมื่อต้องผูกมัดตัวเองกับความต้องการของผู้อื่น

6) นักปุจฉา  เป็นคนช่างสงสัย ขี้กลัว จึงมักจะผัดผ่อน เป็นคนคิดมากกว่าลงมือทำ ข้อดี เป็นสมาชิกทีมและเพื่อนร่วมงานที่ดีเยี่ยม มีความจงรักภักดี

7) คนรักสนุก  กระตือรือร้น มีชีวิตชีวา มีจินตนาการ มีเสน่ห์ สนใจใฝ่รู้ ร่าเริง  ข้อเสีย  เป็นคนหุนหันพลันแล่น เชื่อถือไม่ค่อยได้ เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

8) เจ้านาย มั่นใจในตนเองสูง ตัดสินใจเฉียบขาด ตรงไปตรงมา ซื่อตรง ปกป้องคนอื่นได้ดี ใจกว้าง กล้าได้กล้าเสีย ข้อเสียเจ้ากี้เจ้าการ ชอบควบคุม เอะอะโวยวาย แสดงอำนาจและความโกรธอย่างเปิดเผย

9) นักไกล่เกลี่ย วิเคราะห์มุมมองต่าง ๆ อย่างรอบด้าน ให้ความสำคัญกับความต้องการของคนอื่น เป็นที่ปรึกษาที่ดี และเป็นนักเจรจาต่อรองที่ดี ข้อเสีย ชอบละเลยความต้องการของตนเอง วุ่นอยู่กับเรื่องไม่สำคัญ จนลืมเป้าหมายที่แท้จริง

5. ครูต้องฝึกตัวเองให้ใจเย็น และใช้คำถามเพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกคิดตามหลัก 5 w 1 H คือ Who, What, Where, When, Why, How โดยมีตัวอย่างการตั้งคำถามได้แก่

   - อะไรเป็นสาเหตุสำคัญของ..............

   - สาเหตุที่ทำให้คนใช้ชีวิตแบบนี้คือ.....

   - เรามีคำแนะนำ/การพยาบาลอะไรอีกบ้าง........

   - การที่ครอบครัวมีปัญหา ส่งผลต่อการใช้ชิวิตอย่างไร.....

   - การพัฒนาการศึกษา มีความสัมพันธ์กับชีวิตอย่างไร.....

6. การสะท้อนคิดต่อสถานการณ์หรือตัวนักศึกษาสามารถใช้การวิเคราะห์ SWOT เพื่อให้ครอบคลุมทุกด้านของสถานการณ์

การประเมินการเรียนการสอนโดยใช้รูปแบบการสะท้อนคิด

1. ประเมินพฤติกรรมการสะท้อนคิด

2. ประเมินคุณภาพ

3. ประเมินระดับการสะท้อนคิด

แบบประเมินการสนทนาสะท้อนคิด (Reflective Dialogue)

รายการ

คะแนน

ระดับที่ได้    3, 2, 1, 0

คะแนนเต็ม

คะแนนที่ได้

3

2

1

0

1. การอธิบายประสบการณ์

อธิบายสาระสําคัญ มีการอธิบายเพิ่มเติม และการจัดระเบียบการคิด (การอธิบาย)ที่ดี

อธิบายสาระสําคัญ แต่การจัดระเบียบการคิด (การอธิบาย) ยังไม่ดีนัก

อธิบายประสบการณ์ แต่ขาดสาระสําคัญ หรืออธิบายคลุมเครือ

ไม่สามารถอธิบายประสบการณ์ได้ วกวน ขาดความชัดเจน ไม่รู้ว่าต้องการสื่ออะไร               

1

2. การทบทวนความคิด

ความรู้สึก

อธิบายความคิดความรู้สึกที่สัมพันธ์กับประสบการณ์ มีการตั้งคําถามที่นําไปสู่การเรียนรู้เพิ่มเติม ในเนื้อหาหรือสาระสําคัญของวิชาที่เรียน

อธิบายความคิดความรู้สึกที่สัมพันธ์กับประสบการณ์ มีการตั้งคําถามที่นําไปสู่การเรียนรู้เพิ่มเติม แต่ประเด็นของคําถามยังขาดทิศทาง หรือไม่สัมพันธ์กับเนื้อหาวิชาที่เรียน

อธิบายความคิดความรู้สึกที่สัมพันธ์กับประสบการณ์ ยังไม่มีการตั้งคําถามที่นําไปสู่การเรียนรู้

ไม่สามารถอธิบายความคิดหรือรู้สึกได้ หรืออธิบายในสิ่งที่ไม่สัมพันธ์กับประสบการณ์

1

3. การวิเคราะห์เหตุการณ์

ประเมินผลกระทบของเหตุการณ์ วิเคราะห์สาเหตุหลากหลาย ใช้ความรู้จากเนื้อหาวิชาที่เรียนมาประกอบการวิเคราะห์ รู้จักใช้หลักฐานเชิงประจักษ์มาประกอบการวิเคราะห์อย่างเหมาะสม

ประเมินผลกระทบของเหตุการณ์ วิเคราะห์สาเหตุที่หลากหลาย ใช้ความรู้จากเนื้อหาวิชาที่เรียนมาประกอบการวิเคราะห์ แต่ขาดการใช้หลักฐานเชิงประจักษ์

ประเมินผลกระทบของเหตุการณ์ วิเคราะห์สาเหตุ แต่ขาดความหลากหลาย ใช้ความคิดเห็นส่วนตัว

ไม่สามารถวิเคราะห์เหตุการณ์ได้ หรืออธิบายในสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวที่เขียน

2

4. การสร้างความรู้ ความเข้าใจใหม่

สรุปความรู้ความเข้าใจสอด

คล้องกับเนื้อหาที่เรียน มีการใช้

หลักฐานเชิงประจักษ์ มีการ

อธิบายความชื่อมโยงระหว่างความเข้าใจใหม่ ประสบการณ์ และเนื้อหาวิชาที่เรียน

สรุปความรู้ความเข้าใจ สอดคล้องกับเนื้อหาที่เรียน มีการใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ แต่ยังขาดการเชื่อมโยงระหว่างความเข้าใจใหม่ ประสบการณ์ และเนื้อหาวิชาเรียน

สรุปความรู้ความเข้าใจ สอดคล้องกับเนื้อหาที่เรียน แต่สรุปจากความคิดเห็นส่วนตัวเป็นส่วนใหญ่

สรุปในสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาวิชาที่เรียน หรือไม่เกี่ยวข้องกับประสบการณ์ที่อธิบาย

3

5. การวางแผนการนําความรู้ไปใช้ในอนาคต

อธิบายแผนการนําความรู้ไปใช้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งบอกสถานการณ์ วิธีการ เหตุผลของการประยุกต์ใช้อย่างชัดเจน

อธิบายแผนการนําความรู้ไปใช้

อย่างเป็นรูปธรรม แต่ยังขาดการ

อธิบายเหตุผลหรือสถานการณ์ใน

การประยุกต์ใช้

อธิบายแผนการนําความรู้ไปใช้ แต่ยังไม่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน

ไม่สามารถอธิบายแผนการนําความรู้ไปใช้ในอนาคตได้ หรืออธิบายในสิ่งไม่เกี่ยวข้อง

3

คะแนนรวม