จากที่ได้ไปอบรมที่ University of Salford, Manchester สหราชอาณาจักร โดยสามารถประยุกต์การใช้ในการนำ Reflective practice ไปใช้ในหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตและสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต (Part I)1. สร้างนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการโดยใช้การสะท้อนคิด (Reflective Thinking) ในหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาธารณสุขศาสตร์ สาขาวิชาเทคนิคเภสัชกรรม สาธารณสุขศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาทันตสาธารณสุข การแพทย์แผนไทยบัณฑิต จากในระดับกระทรวงสู่วิทยาลัยในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข โดยจัดให้มีการประชุมวิชาการด้าน “Reflective practice and how it improves clinical practice outcomes” จากนั้นในแต่ละวิทยาลัยต้องกำหนดให้มีการใช้ Reflective thinking โดยจัดทำบูรณการลงในหลักสูตรต่าง ๆ โดยใช้หลักการจัดการเรียนการสอนของ Bloom taxonomy ในการวัดผลลัพธ์การเรียนรู้ ดังนี้- นักศึกษาชั้นปีที่ 1: ผลลัพธ์การเรียนรู้จะมุ่งเน้นการรู้จำและเข้าใจ โดยใช้หลักการสะท้อนคิดตามโมเดลของ Driscoll ซึ่งมี 3 ขั้นตอน คือ What, so what, และ now what ซึ่งสามารถทำได้ง่าย สั้นเข้าใจง่ายและไม่เสียเวลาในการเขียนและการฝึกการสะท้อนคิด- นักศึกษาชั้นปีที่ 2: ผลลัพธ์การเรียนรู้โดยเน้นความเข้าใจและการประยุกต์ใช้ โดยใช้หลักการสะท้อนคิดตามโมเดลของ Gibb’ s model ซึ่งเป็นโมเดลที่นิยมที่สุดมีความซับซ้อมมากขึ้นทำให้มีการคิดใคร่ครวญและเกิดกระบวนการสะท้อนคิดที่เป็นรูปธรรมและสามารถใช้ได้ดีมากขึ้นในผู้เรียนที่มีประสบการณ์ในการเรียนรู้ทางคลีนิค ในระดับความเข้าใจสามารถสะท้อนคิดข้อดี ข้อบกพร่องและนำไปประยุกต์ใช้ปรับปรุงในการทำงานหรือปฏิบัติงานให้ดียิ่งขึ้น- นักศึกษาชั้นปีที่ 3: ผลลัพธ์การเรียนรู้โดยเน้นการประยุกต์ใช้และการวิเคราะห์ โดยใช้หลักการสะท้อนคิดตามโมเดลของ Gibb’ s model (Description, Feeling, Evaluation, Analysis, Conclusion, and Action to plan: DFEACA) ในการเรียนทางวิชาชีพทางการพยาบาลและสาธารณสุข นักศึกษาสามารถอธิบายความรู้สึก วิเคราะห์เหตุการณ์ สามารถบอกเห็นข้อดี ข้อเสีย และสรุปตลอดจนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการฝึกปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น- นักศึกษาชั้นปีที่ 4: ผลลัพธ์การเรียนรู้โดยเน้นการประเมินค่าและการคิดสร้างสรรค์โดยใช้หลักการสะท้อนคิดตามโมเดลของ Gibb’ s model ในปีสุดท้ายของการเรียนทางวิชาชีพทางการพยาบาลและสาธารณสุข นักศึกษาสามารถประเมินค่าในสิ่งที่ได้เห็น ได้รู้สึกและวิเคราะห์เหตุการณ์ต่าง ๆ สามารถสรุปและวางแผนให้มีการปรับปรุงให้ดีขึ้น ตลอดจนสามารถคิดเชิงสร้างสรรค์เชิงนวัตกรรมได้มากขึ้น2. การเตรียมอาจารย์ผู้สอน โดยการทำ Workshop วิธีการสอนและประเมินผล Reflective thinking และจัดเตรียม Preceptor เพื่อให้ช่วยเหลือ สนับสนุนให้มีการใช้ Reflective thinking ในการเรียนการสอนได้ทั้งในภาคทฤษฎี ภาคทดลองและภาคปฏิบัติ3. พัฒนาแบบบันทึกและประเมินผลการใช้ Reflection thinking ของวิทยาลัยต่าง ๆ 4. สอดแทรกการเรียนการสอนโดยใช้หลัก Reflective practice ใน มคอ. 3 และ มคอ. 4 ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เช่น วิชา Adult & Elderly nursing ใช้ในการเรียนการสอนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ โดยภาคทฤษฎีจะจัดการเรียนการสอนด้วย Simulation-Based Learning (SBL) และใช้ Reflective thinking ในการ Debrief ส่วนภาคปฏิบัติจะใช้ Reflective ในการ Post-conference5. จัดให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยการทำ KM เกี่ยวกับ Reflective thinking6. เมื่อสิ้นปีการศึกษาจะให้นักศึกษา Reflect ตนเอง อาจารย์จะต้องพัฒนาเครื่องมือวัดและประเมินผลการใช้ Reflective thinking เพื่อนำผลไปใช้และนำไปปรับปรุงในการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนต่อไป - ในวิชาทฤษฎีด้านการพยาบาล จะนำไปใช้ในวิชาการพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุและวิชาหมวดทางการศึกษา/ วิทยาศาสตร์ ในการเรียนภาคทดลอง (Lab) จะนำไปใช้ในการเรียนวิชาแนวคิดพื้นฐานและหลักการพยาบาล [Basic Concept Principal in Nursing (BCPN)] การฝึกปฏิบัติงาน จะนำไปใช้ทั้งในการฝึกในคลีนิคและในชุมชน การฝึกปฏิบัติงานการพยาบาลผู้ใหญ่บนหอผู้ป่วย Acute care และ ICU ในวิชาการพยาบาลผู้ใหญ่ 1 & 2 [Adult I & II (ICU)] สามารถนำไปใช้ในการฝึก Pre-Clinic โดยการใช้ Simulation Based Learning (SBL) ใช้ในการทำ Debrief (Pre clinic), post conference, clinical rounds, case study, ขณะฝึกปฏิบัติงาน (in & on action), หลังแต่ละการฝึกปฏิบัติงานในแต่ละตึก การฝึกปฏิบัติงานการพยาบาลผู้สูงอายุ: สามารถนำ Reflective thinking ไปใช้ในการทำ Debrief หลังจากการใช้คน/ผู้สูงอายุจริง [Real SBL] (in & on action) ก่อนฝึกปฏิบัติงานบนตึกผู้ป่วยหรือในชุมชนลักษณะการสอนภาคปฏิบัติของ Salford University โรงพยาบาล Salford Royal Foundation Trust ตึกผู้ป่วยศัลยกรรมชาย (B2)1. การสอนภาคปฏิบัติมีลักษณะการจัดการเรียนการสอน โดยการจัดในรูปแบบ Block เมื่อนักศึกษาเรียนภาคทฤษฎีแต่ละวิชา/module จบจะต่อด้วยการขึ้นปฏิบัติงานภาคปฏิบัติ
2. สถานศึกษามีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับสถานบริการสุขภาพ โดยสถานบริการสุขภาพ มีบุคลากรที่มีบทบาหน้าที่โดยตรงในการส่งเสริม สนับสนุน และให้การช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาของนักศึกษาในขณะปฏิบัติงาน และสถานศึกษาให้การพัฒนาความรู้ทางวิชาการ และความรู้ในการสอนภาคปฏิบัติ รวมทั้งการใช้ Reflective thinking แก้พยาบาลในหอผู้ป่วยที่จะปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้สอนภาคปฏิบัติ อาจารย์พยาบาล 1 คน จะรับผิดชอบดูแลนักศึกษา ไม่เกิน 3 คน3. ลักษณะการสอนภาคปฏิบัติ อาจารย์พยาบาลจะมอบหมายให้นักศึกษาชั้นปีที่ 1, 2, 3 ดูแลผู้ป่วยร่วมกัน และเปิดโอกาสให้นักศึกษาชั้นปีที่สูงกว่าดูแล coach นักศึกษารุ่นน้อง4. พยาบาลในหอผู้ป่วยมีหน้าที่ในการสอนภาคปฏิบัติ การประเมินในระหว่างการปฏิบัติงาน และเมื่อสิ้นสุดการฝึกปฏิบัติงาน โดยสถาบันการศึกษาได้ใช้ระบบฐานข้อมูลที่พยาบาลและนักศึกษาพยาบาลใช้ร่วมกันในการประเมินสรรถนะของนักศึกษา5. อาจารย์พยาบาลในสถานศึกษา (Lecturer) จะพบนักศึกษาเมื่อสิ้นสุดการฝึกปฏิบัติงานในแต่ละหอผู้ป่วยอาจารย์จากสถานศึกษาจะใช้กระบวนการ Reflective thinking โดยการพบนักศึกษาแต่ละคน เพื่อพูดคุย สะท้อนประสบการณ์ และให้นักศึกษาได้มีแนวทางในการพัฒนาตนเองให้เกิดการพัฒนาทางวิชาชีพอย่างต่อเนื่องและบรรลุตามสมรรถนะที่กำหนดข้อคิดเห็นของพยาบาลในหอผู้ป่วยต่อการสอนภาคปฏิบัติที่เน้นการใช้ Reflective thinking1. อาจารย์พยาบาลในหอผู้ป่วยที่ดูแลนักศึกษา จะใช้ Reflection เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติการสะท้อนคิดอย่างต่อเนื่อง 2. ข้อมูลจากพยาบาลวิชาชีพที่เคยเป็นนักศึกษาและได้รับการจัดการเรียนการสอน Reflective thinking มีความคิดเห็นว่า การใช้ Reflective thinking จะช่วยให้นักศึกษาได้คิดเพื่อพัฒนาสมรรถนะทางวิชาชีพของตนเอง แต่การจะช่วยให้นักศึกษาสะท้อนคิดได้มากน้อยเพียงใดจะขึ้นอยู่กับอาจารย์พยาบาลด้วยเช่นกัน อาจารย์บางคนมีทักษะที่จะพูดคุย กระตุ้นนักศึกษา ก็จะช่วยให้นักศึกษาเข้าตนเอง และมีแนวทางในการพัฒนาทางวิชาชีพได้มากขึ้น3. กระบวนการเรียนการสอนที่มีนักศึกษาชั้นปีที่สูงกว่าร่วมดูแลการปฏิบัติงานของรุ่นน้องจะช่วยให้นักศึกษารุ่นพี่เกิดความมั่นใจ