ทักษะสัมพันธ์ หมายถึง การสอนฟัง พูด อ่านและเขียน..ครูหลายท่านให้ความสำคัญกับการอ่าน ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว
เพราะการอ่าน..เป็นเครื่องมือของการแสวงหาความรู้
แต่ความรู้ในปัจจุบันกำลังถูกบันทึกการเปลี่ยนแปลง เพราะการค้นคว้าที่มีวิวัฒนาการเปลี่ยนไป..ต้องปรับปรุงด้วยการบันทึกหรือเขียนขึ้นมาใหม่
ด้วยคนรุ่นใหม่ ที่ต้องเรียนรู้และฝึกทักษะการเขียน ด้วยความรักและความสนใจ เพื่อให้เกิดความถนัดและพัฒนาไปจนถึงขั้นเชี่ยวชาญ
การสอนการเขียนขั้นพื้นฐาน จึงต้องเริ่มต้นตั้งแต่ระดับประถมศึกษา เพราะถ้ารอให้ถึงมัธยมแล้วค่อยฝึกการเขียน ด้วยวัยและเวลาไม่น่าจะใช่ จะสายเกินไปด้วยซ้ำ
ในช่วงวัยประถมฯ ฝึกได้ทั้งลายมือและการเขียนเรื่องราว ลายมือฝึกง่ายและฝึกกันได้ทุกคน ถ้าครูสนใจและให้ความสำคัญกับกล้ามเนื้อมือ ซึ่งเป็นอวัยวะที่จำเป็นมาก
ผมไม่มีดินน้ำมันจะให้เด็กปั้น เพราะชื่อว่าดินน้ำมัน ถ้าราคาไม่แพง กลิ่นจะแรงและเป็นการทำลายระบบการหายใจของเด็ก
กล้ามเนื้อมือของเด็กในโรงเรียนเล็กๆ จะแข็งแรงได้ ด้วยการเก็บใบไม้ จับไม้กวาด ใช้ผ้าถูพื้น จับจอบจับเสียม ถอนหญ้า และขุดดินทำแปลงผักเพื่อปลูกผักสวนครัว
มือของเด็กที่ประกอบด้วยนิ้วและกล้ามเนื้อ ได้ทำงานบ่อยๆ จะมีกำลังและมีน้ำหนักมากพอที่จะลากเส้นขีดเขียน ผมลองแล้วพบว่าเด็กมีแนวโน้มที่จะลายมือสวยขึ้น
ส่วนการเขียนเรื่อง..ในวัยประถมต้น ผมจะให้เด็กพูดจากภาพ เห็นภาพแล้วเล่าเรื่องปากเปล่า..ต่อคำต่อประโยค..ฝึกการคิดแบบจินตนาการเรื่องราว
ชั้นประถมปลาย..ฝึกให้ง่ายด้วยการให้เขียนบ่อยๆ ทั้งแบบการเล่าเรื่องจากประสบการณ์และเขียนเรื่องจากภาพ ตลอดจนกำหนดหัวข้อให้เขียน
ครูบางคนอาจคิดว่า..เด็กไม่อยากเขียน หรือเขียนไม่ได้ แท้จริงอาจไม่ใช่ ครูต้องปรับกิจกรรมให้เด็กอยากเขียน และเขียนอย่างมีจุดมุ่งหมาย เขียนในสิ่งที่เขาชอบ
ผมนำเด็กไปเรียนรู้นอกห้องเรียน แล้วกลับมาเขียนเรื่องที่เด็กรู้ ประทับใจสิ่งใดรู้อะไรมาก็เขียนบอกครู หลังจากบรรยายเสร็จก็ให้วาดภาพระบายสีผลงานของเขาด้วย
เด็กจะจดจ่อและสร้างสรรค์ผลงานการเขียนเรื่อง ในรูปแบบของแผ่นพับ หนังสือเล่มเล็ก เป็นผลงานทำมือที่มีคุณค่าต่อชีวิตจิตใจของเขาเป็นอย่างยิ่ง
บางครั้งการสอนทักษะการเขียน อาจจะต้องออกนอกกรอบบ้าง เพราะเด็กมีช่วงวัย ความถนัดและความสนใจที่แตกต่างกัน มาจากสิ่งแวดล้อมของครอบครัวที่ต่างกัน
ครูต้องให้เวลา อย่าใจร้อน..ให้การเสริมแรงและให้ฝึกซ้ำๆ ทำให้การเขียนมันช้ำและฉ่ำอยู่ในความรู้สึก เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตจิตใจของเด็กให้ได้..
เมื่อเด็กเติบโต..ได้เรียนรู้ในขั้นที่สูงขึ้น เด็กจะค้นพบคุณสมบัติของตัวเอง แล้วฉุดดึงทักษะการเขียนออกมาใช้อย่างที่ไม่ต้องยากเย็นแต่ประการใด
ความรู้จะช่วยให้เด็กมีจินตนาการ และสุดท้ายจินตนาการก็จะยิ่งสำคัญกว่าความรู้ เมื่อถึงวันนั้น..เด็กรุ่นใหม่จะสร้างงานเขียนให้อนุชนรุ่นหลังได้อ่านต่อไป..
ผมยังเชื่อในความต้องการจำเป็นของคนไทย ที่อยากเห็นงานเขียนบอกเล่าพระราชกรณียกิจและพระปรีชาสามารถของในหลวงรัชกาลที่ ๙
การเดินตามรอยพ่อ เพื่อสานต่อที่พ่อทำ ต้องใช้การเขียน เพื่อบันทึกเป็นมรดกตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น เป็นตำนานแห่งคุณค่าที่ต้องจารึกไว้บนแผ่นดินนี้
ศิลปวัฒนธรรมและประเพณี..เอกลักษณ์ไทยที่ต้องดำรงไว้ในยุครัตนโกสินทร์ ที่มีพระเจ้าแผ่นดินเป็นศูนย์รวมใจ คนไทยต้องเขียนบันทึกไว้ เพื่อให้โลกได้รับรู้
สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม..ปัญหาที่กำลังถาโถมเข้ามา แต่ด้วยจิตอาสาและแนวคิดที่ปฏิบัติดี ต้องมีการเขียนเผยแพร่อย่างสร้างสรรค์ เพื่อเป็นตัวอย่างของการทำดี
ทุกวันนี้..การเขียนที่สื่อความหมายอันผิดเพี้ยน ทำให้ผู้คนและสังคมไทยไม่ปกติสุข..ครูจึงสามารถปลุกจิตสำนึกให้ผู้เรียนรู้จักการเขียนที่ถูกต้องและสร้างสรรค์ได้
เพื่อให้งานเขียนจรรโลงใจ และดำรงไทยให้มั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน เด็กรุ่นใหม่จึงเป็นความหวังเดียวที่จะต้องรักการเขียน และเขียนไว้ให้แผ่นดิน
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๒