กะเพราเป็นพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยาช่วยรักษาโรคได้หลายชนิด ทั้งตำรับยาไทยและต่างประเทศ กะเพราเป็นพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณ รสฉุน ร้อน ช่วยขับลมแก้ซาง แก้ท้องขึ้น จุกเสียดแน่นท้อง ปวดท้อง ช่วยในการย่อยอาหารและช่วยบำรุงธาตุ ในต่างประเทศมีการใช้กะเพราเป็นยารักษาโรคอย่างกว้างขวาง กะเพราจัดเป็นราชินีแห่งสมุนไพร ( The Queen of herbs) หรือเป็นยาอายุวัฒนะ (The Elixir of lige)

กะเพรามี 2 ชนิด คือ กะเพราแดงและกะเพราขาว กะเพราแดงจะมีฤทธิ์ที่แรงกว่ากะเพราขาวจึงใช้ทำยา ส่วนกะเพราขาวนิยมใช้ประกอบอาหาร

คุณค่าทางโภชนาการของใบกะเพรา 100 กรัม มีเบตาแคโรทีนซึ่งช่วยป้องกันโรคมะเร็งและโรคหัวใจขาดเลือดสูงถึง 7.857 ไมโครกรัม และจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอในร่างกาย ช่วยบำรุงสายตาและป้องกันการเสื่อมของสายตาก่อนวัยอันควร ในใบกะเพรามีเหล็ก แคลเซียม และฟอสฟอรัสที่ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง นอกจากนี้กะเพรายังมีวิตามินสูง โดยกะเพรา 100 กรัมมีวิตามินซี 22 มิลลิกรัม ซึ่งมากเป็นอันดับต้นๆในบรรดาพืชสมุนไพรวงศ์เดียวกัน

ใบกะเพรามีกลิ่นรสฉุนหอมพิเศษเฉพาะตัวเนื่องจากมีน้ำมันหอมระเหยซึ่งประกอบด้วยเมทิลชาวิคอล(Methy Chavicol) ไลนาโลออล (Linalool) ยูจีนนอล (Eugenol)และแคมเฟอร์ มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดอาการท้องเสีย ยับยั้งการสังเคราะห์สารที่ทำให้เกิดการอักเสบต้านการเจริญเติบโตของเชื้อสิว Propionibacterium Acnes ลดการหลั่งกรดและป้องกันการถูกทำลายของเยื่อบุกระเพาะอาหาร ที่สำคัญมีฤทธิ์ช่วยลดน้ำตาลในเลือดเหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน และช่วยลดไขมันเลว LDL เพิ่มไขมันชนิดดี HDL การปรุงอาหารที่มีส่วนประกอบของใบกะเพราอยู่ด้วยก็จะช่วยให้ได้สารอาหารต่างๆที่เป็นประโยชน์แก่ร่างกาย

อาหารครัวครูแป๊วจึงนำใบกะเพรามาเป็นส่วนประกอบในเมนูแกงป่าหมูเด้ง ซึ่งนับว่าเป็นอาหารที่อุดมคุณค่าจากพืชสมุนไพรหลายชนิด ได้แก่ กะเพรา กระชาย พริก ใบมะกรูด พริกไทยอ่อน รากผักชี มะเขือพวง มะเขือเปราะ ข้าวโพดอ่อน ถั่วฝักยาว หน่อไม้ และสมุนไพรในเครื่องแกง ส่วนหมูเด้งนั้นทำเองโดยนำเนื้อหมูบดมาโขลกในครกให้เหนียวหนึบ แล้วนำขึ้นมานวดอีกครั้งก่อนนำไปแกง ทำให้ได้เนื้อหมูที่มีความนุ่มแต่เหนียวหนึบน่ารับประทาน เป็นแกงป่าที่มีรสเผ็ดร้อน มีหมูสับนึ่งปลาอินทรีเค็มช่วยลดความเผ็ดร้อนให้กลมกล่อม เป็นเมนูที่ถูกใจคนรักสุขภาพค่ะ