พนมมือไหว้อีกครั้งเพื่อขอพรวันเกิดจากพ่อหลวงรัชกาลที่ ๙ ตรงสามแยกไฟแดงเลาขวัญ พระผู้สร้างสรรค์ความคิดอ่านของครูคนหนึ่ง ด้วยศาสตร์พระราชาภาคปฏิบัติเห็นผลชัดเจนเพราะทำจริงๆ..เพราะผมไม่เคยทิ้งเวลาให้เปล่าประโยชน์

         เช้าที่หนาวเหน็บอย่างต่อเนื่อง ลืมเรื่องวันคล้ายวันเกิดไว้ก่อน รีบลุกขึ้นลูบเนื้อลูบตัวแล้วก็แต่งตัวไปโรงเรียน..วันนี้อาหารมื้อเช้าของนักเรียนเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด..

    ขับรถผ่านอบต.เลาขวัญ แหงนมองป้ายพระบรมสาทิสลักษณ์รัชกาลที่ ๑๐ ผมขับผ่านช้าๆแล้วพนมมือไหว้เหมือนทุกๆวัน พระผู้สร้างแรงบันดาลใจให้ผมทำงานในช่วงท้ายของบั้นปลายชีวิตอย่างที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย..

        พนมมือไหว้อีกครั้งเพื่อขอพรวันเกิดจากพ่อหลวงรัชกาลที่ ๙ ตรงสามแยกไฟแดงเลาขวัญ พระผู้สร้างสรรค์ความคิดอ่านของครูคนหนึ่ง ด้วยศาสตร์พระราชาภาคปฏิบัติเห็นผลชัดเจนเพราะทำจริงๆ..เพราะผมไม่เคยทิ้งเวลาให้เปล่าประโยชน์

        ถึงโรงเรียน..ข้าวต้มร้อนๆยังไม่พร้อม แต่ผมพร้อมจ่ายค่าหมู ค่าเครื่องปรุง และค่าตอบแทนแม่ครัว หมดไป ๖๐๐ บาท ได้ทานมื้อเช้ากันทั้งโรงเรียน..

        ผมช่วยเด็กเก็บกวาดอยู่พักใหญ่ก่อนไปตีระฆังให้สัญญาณทานข้าวต้ม ไม่ได้บอกเด็กว่าวันเกิด แต่บอกว่าเพื่อนของครูอยู่ฮ่องกงให้เงินมาเลี้ยงพวกเธอ ทานให้อิ่ม เป็นเด็กดีและตั้งใจเรียนด้วยก็แล้วกัน..

        ผมรดน้ำแปลงผักและให้อาหารปลา ครูพาเด็กเข้าห้องเรียนหมดแล้ว ก็ถึงเวลาที่ผมจะให้อาหารเช้าแก่ตัวเองบ้าง ก็ปรากฏว่าข้าวต้มที่แม่ครัวตักมาให้ เม็ดข้าวอืดหมดแล้ว..

        บอกตัวเอง..กินไปเถอะ อย่าเรื่องเยอะ อย่าทำตัวเป็นคนพิเศษในวันที่พิเศษ ชีวิตยังต้องดำเนินไปอย่างเรียบง่าย คือกินง่าย อยู่ง่าย..แต่อย่าทำตัวมักง่าย

        ครูธุรการมารายงาน..คอมพิวเตอร์ที่ ธกส.มอบให้ได้ลงโปรแกรมเรียบร้อยแล้ว..จากนั้นหน้าที่ ผอ.คือจ่ายตังค์ ๓๐๐ บาท ผมจึงให้ยกคอมไปให้ครูอนุบาลที่อาคารออมสิน

        ผมมองครูธุรการเดินหายเข้าไปในห้องอนุบาลที่อยู่ใต้อาคาร..เพิ่งฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า..ปีนี้ลงทุนตกแต่งเพิ่มเติมและเสริมวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นให้กับห้องเรียนในอาคารสีขมพูไปมิใช่น้อยเลย..โรงเรียนที่เคยวิกฤติกลับมีโอกาสฟื้นตัว บอกได้คำเดียวว่าไม่กลัวการยุบ...

        ไม่ต้องรอให้ข้าวเรียงเม็ด เพราะถ้ารอท้องอืดแน่ รีบไปห้องธุรการ วางแผนบริหารจัดการห้องประชุมเล็ก จะจัดวางเก้าอี้อย่างไร? อาหารว่างจะวางตรงไหน..?

        ใช้เวลาแป๊บเดียวงานก็จบไม่ต้องค้างคา เพื่อเตรียมการต้อนรับคณะที่จะมาศึกษาดูงานในวันที่ ๑๒ ธันวาคม..ผมไม่ต้องเตรียมสถานที่และแหล่งเรียนรู้ เพราะพร้อมทุกวันอยู่แล้ว

        ที่สำคัญคือต้องเตรียมบรรยายสรุป..การไม่ใช่วิทยากรมืออาชีพและมีความรู้น้อย ต้องพูดอย่างระมัดระวังตรงไปตรงมา..และต้องพอดีพองาม ทั้งเนื้อหาและเวลา...

        แล้วก็ได้เวลาพอดี ต้องไปธนาคาร นำเช็คที่เป็นเสมือนของขวัญวันเกิด แต่จริงๆแล้วเป็นเงินรายได้สถานศึกษาที่คุณบุญชู ลิ่มอติบูลย์ มอบให้เพื่อนำไปพัฒนาโรงเรียน จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท เข้าบัญชีแล้วลงทะเบียน ออกใบเสร็จและรายงานเขตต่อไป.

        ใครจะแปลกใจก็ช่าง..แต่ผมไม่แปลกใจตัวเองว่าทำไมต้องทำงานมากมายขนาดนี้ ก็ผมเป็นผู้รับจากผู้มีจิตศรัทธา ท่านบุญชู..ให้โรงเรียนขนาดเล็กไม่สิ้นสุด ผมก็ขอให้เหมือนกัน ตอบแทนบุณคุณของท่านด้วยการให้”คุณภาพ”เกิดขึ้นกับเด็ก และโรงเรียน..

        ในช่วงก่อนเกษียณทำได้แน่นอน..แม้ว่าจะชราไปมากแล้วก็ตามแต่ก็แค่กาย ด้วยวัย ๕๗ ปี แต่มีใจสู้ เคยชินกับการสู้ไม่ถอยมาตลอด จนอยู่รอดมาได้ก็นับเป็นบุญโข..

        ตำแหน่งดูใหญ่โตเหลือเกิน แต่ทำตัวให้เล็กก็ได้ไม่เห็นแปลก จริงๆก็เล็กพอตัว คงไม่ใหญ่ไปได้อีกแล้ว วางหัวโขนออกทุกวัน แล้วอยู่กับความเป็นจริง เก็บกวาดและสอนหนังสือ ทำให้ดูอยู่ให้เห็น..จะเป็นตัวอย่างหรือไม? ไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญแต่ประการใด..

        ๒๐ ปีกับวิถีทางผู้บริหาร ที่ไม่ได้จบเอกบริหาร จึงใช้การสอนเป็นแก่นแกนพัฒนา ก้าวมาและมีวันนี้..สุดที่จะภูมิใจ ไม่มีรางวัลใดที่จะภูมิใจเท่า “รางวัลพระราชทาน” กับรางวัล”ศิษย์เก่าดีเด่น”โรงเรียนปากเกร็ด..คือบทสรุปของชีวิต..ที่สวยงามพอแล้ว..

        ปีงบประมาณนี้..เงินเดือนเต็มขั้นคศ.๔ (ซี ๙) นั่นก็มิได้หมายความว่ากระโดดข้ามใครมาแต่อย่างใด..ชีวิตที่ไม่เคยเดินตามก้นเจ้านาย ไม่เคยให้ของขวัญเจ้านาย ไม่เคยไปส่งนายเก่านายใหม่..ความคิดโบราณแบบผมนี้..อยู่ไม่ได้ก็ให้มันรู้ไป..

        ขอบคุณคุณสมพิศและคุณธนัช แห่งสวนผักทุ่งดินดำ ที่ให้ทุนการศึกษา อุปกรณ์การเรียนและผักสดไร้สารฯในวันดีๆวันนี้ของผม ขอบคุณเพื่อนพี่น้องทุกคนที่อวยพรให้ผมมีความสุขในวันนี้และตลอดไป..ขอบคุณทุกท่านที่อ่านงานเขียนของผมมาโดยตลอด

        เย็นมากแล้วได้เวลากลับบ้านตามเคย คืนนี้..ก่อนเที่ยงคืน..ผมจะทักทายทุกท่านให้ครบทุกคน ด้วยถ้อยคำสั้นๆแต่จริงใจที่สุด..”ขอบคุณ..นะครับ”

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๙  ธันวาคม  ๒๕๖๒