ผมต้องการให้เด็กปรับตัวปรับใจและมีความรับผิดชอบต่อการทดสอบแบบนี้บ้าง ถ้าครูปล่อยเรื่องนี้ที่เป็นการประเมินผลแนวใหม่ ก็เชื่อว่า..ต่อไปการศึกษาน่าจะล้มเหลวทั้งระบบ..เพราะการเรียนรู้ของนักเรียนจะไม่เกิดมรรคผลอะไรเลย..

          คุณเคยไหม..เวลาเราศึกษาและปฏิบัติสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นประจำ จนรู้สึกว่าเข้าใจ เมื่อถึงคราวต้องใช้ เราจะเข้าถึงได้ในทันทีแบบอัตโนมัติ...

    ผมเริ่มเข้าถึงศาสตร์พระราชาในแบบที่ประยุกต์ใช้ได้เลย มีกระบวนการและขั้นตอนอยู่ในสมอง..หยิบยกมาแล้วทำทันที

        สัปดาห์นี้ก็เช่นเดียวกัน พอทราบผลการทดสอบการอ่านการเขียนชั้น ป.๔ – ๖ ก็รู้สึกกระอักกระอ่วนใจ สุดท้ายก็บอกตัวเองว่าจะอ่อนใจไม่ได้..อย่ายอมแพ้..

        หลายปีแล้ว..วิชาภาษาไทย ที่ว่าด้วยการอ่านจับใจความ หรืออ่านเอาเรื่อง ปัจจุบันในข้อสอบเขียนว่า”อ่านรู้เรื่อง” นักเรียนได้คะแนนต่ำกว่ามาตรฐานมาโดยตลอด

        ผมเข้าใจได้ว่ามันคือข้อสอบที่ยากและมาจากส่วนกลาง แต่มันย้อนแย้งกับสิ่งที่เป็นอยู่ คือเด็กส่วนใหญ่อ่านได้ มีหลายคนที่อ่านคล่อง จึงทำคะแนนอ่านออกเสียงได้ดี

        แต่พออ่านข้อความแล้วตอบคำถาม กลับตอบไม่รู้เรื่อง และเสียคะแนน..

        ผมคิดหนักว่าปัญหานี้ เกิดจากเด็กหรือเกิดจากครูกันแน่..ครูสอนภาษาไทยได้ทุกคน.หรือครูไม่ได้ฝึกทักษะให้เด็ก ไม่ได้สอดแทรกบูรณาการ หรือครูไม่เข้าใจวิธีสอน...

        คงหมดยุคสมัยแล้ว..ที่ครูจะบ่นว่าข้อสอบยาก เพราะเราหนีการประเมินผลไปไม่พ้น..เบื่อหน่ายก็คงไม่ได้ เหมือนยิ่งหนีก็ยิ่งเจอ หนักหนาสาหัสขึ้นทุกวัน

        ผมทราบดีว่าครูห่วงใยคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ แต่ก็อย่าลืมว่า การอ่านจับใจความหรืออ่านรู้เรื่อง..เป็นทักษะ..ถ้าเด็กเข้าใจและนำไปใช้ได้จะส่งผลดีตลอดชีวิต

        สามวันที่ผ่านมา..ผมเลิกคิดมาก ลงมือสอนเลยเพื่อหาต้นตอของปัญหา พอคิดว่ามันไม่น่ายาก..ก็จะไปทำเรื่องง่ายๆให้มันยาก..ซะทำไม

        แต่บางทีก็ลองคิดในฐานะครูบ้าง ถ้าการสอนการอ่านแบบนี้มันยาก ทำเรื่องยากให้มันง่ายได้ไหม..แล้วทำอย่างไร? ก็ต้องคิดหาวิธีการ...

        ผมถามนักเรียนชั้น ป.๕ – ๖ ตรงๆเลย..ช่วยกันคิดช่วยกันอภิปรายซิ ว่าเราจะแก้ปัญหาคะแนนตกต่ำได้อย่างไร..ไม่ต้องพูดถึงปัญหาแล้วเพราะเรารู้ปัญหามานานแล้ว

        ผมเขียนแผนภูมิบนกระดาน ให้นักเรียนพูดออกมา จากนั้นก็สรุปประเด็นสำคัญ ได้สาระมากมาย..ล้วนเป็นแนวทางที่จะช่วยแก้ปัญหาได้..เช่น..

        นักเรียนต้องรักการอ่าน นักเรียนต้องอดทนที่จะอ่าน คิดให้ละเอียดรอบคอบ ต้องอ่านให้รู้เรื่องก่อนที่จะตอบ อย่ารีบร้อนลนจนเกินไป และไม่ต้องคิดว่ามันยาก

        นักเรียนบอกว่า ต้องคิดให้ละเอียดรอบคอบ รู้ว่าโจทย์ถามอะไร คำตอบจะเป็นส่วนหนึ่งของข้อความที่อ่านเสมอ ใจความสำคัญจะแอบซ่อนอยู่ในข้อความที่อ่าน และต้องฝึกอ่านแล้วสรุปความ..

        ดังนั้น..จะช้าอยู่ใย ทำให้ง่ายด้วยการฝึกทักษะในทันที ด้วยการให้นักเรียนอ่านแล้วผมก็ถาม..ถามทั้งในเรื่องและนอกเรื่อง..เพื่อให้นักเรียนฝึกสังเกต คิด และวิเคราะห์

        ผมต้องการให้เด็กปรับตัวปรับใจและมีความรับผิดชอบต่อการทดสอบแบบนี้บ้าง ถ้าครูปล่อยเรื่องนี้ที่เป็นการประเมินผลแนวใหม่ ก็เชื่อว่า..ต่อไปการศึกษาน่าจะล้มเหลวทั้งระบบ..เพราะการเรียนรู้ของนักเรียนจะไม่เกิดมรรคผลอะไรเลย..

        ผมคิดว่า..การทำให้ง่าย จะต้องไม่ซับซ้อนและต้องทำทุกวัน หมั่นฝึกนักเรียนให้คุ้นชิน เด็กจะรู้สึกง่ายไปด้วย และทำข้อสอบได้อย่างอัตโนมัติ

        ผมยังคิดไปถึงวัตถุประสงค์ของการฝึกเด็กเรื่องนี้ ไม่เคยคิดว่าเด็กจะต้องได้คะแนนเต็ม ก็แค่มีคะแนนเฉลี่ยที่สูงขึ้นบ้าง..ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว..

        ก่อนนอน..ผมลองตั้งคำถามเพื่อนำไปทดสอบการอ่านของนักเรียนชั้น ป.๓ ผมเชื่อว่าถ้าฝึกวันละข้อสองข้อ..ก็น่าจะหนักเป็นเบาได้..

        “เศรษฐกิจพอเพียง  มีชื่อเสียงเด่นยิ่งใหญ่ ทรงอยู่ในจิตใจ  ของคนไทยตลอดกาล ให้อยู่อย่างเพียงพอ ไม่ย่อท้อแม้วันวาน คนไทยขอกราบกราน ทั่วทุกบ้านกราบบูชา”

        ข้อ ๑.. ข้อใดเกี่ยวข้องกับศาสตร์พระราชา..................(เศรษฐกิจพอเพียง)

        ข้อ ๒.  คนไทยขอกราบกราน ทั่วทุกบ้านกราบบูชา...นักเรียนคิดว่าหมายถึงใคร?

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๒๙  พฤศจิกายน  ๒๕๖๒