DAY-3 in Malaysia

P Cha
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

DAY-3 26 Oct.2019

            ตึกๆๆๆ เสียงห้องห้องดังขึ้น ฉันค่อยๆลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ โอ้ เช้าแล้วหรือ ฉันรับไปอาบน้ำและแต่งตัวให้เสร็จวันนี้เรามีกิจกรรมทัวร์มาเลต่อ

                ฉันและเพื่อนเดินไปขึ้นรถที่รอรถของมหาวิทยาลัย ครั้งนี้ฉันต้องนั่งรถบัสมหาวิทยาลัย ฉันเริ่มตื่นเต้นกับการขึ้นรถบัสของมหาลัย ถึงแม้จะเหมือนรถบัสทั่วไปแต่ก็เป็นรถที่ถูกตกแต่งเป็นตรามหาวิทยาลัยมีเชื่อมหาวิทยาลัยข้างๆ เพื่อนนักศึกษาชาวมาเลเซียเป็นผู้นำพวกเราไปยังที่รอรถบัสหน้าสถาบันภาษาของมหาวิทยาลัยซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับสถาบันภาษาที่เราเคยไป เรารอรถนานมาก เพื่อนๆต่างก็ทำกิจกรรมอย่างอื่นเพื่อขั้นเวลา นั่นคือการถ่ายรูป บางคนก็ยืนคุยกับเพื่อน บางคนก็นั่งเงียบๆ ไม่นานนักก็มีนักศึกษาอีกกลุ่มหนึ่งมาเป็น พวกเขาพูดภาษาจีน ฉันจึงคิดในใจว่าพวกเขาอาจจะเป็นคนจีนที่อาศัยอยู่ที่นี่ หรืออาจจะมาจากจีนเลยก็ได้ ฉันคิดไปเรื่อยเปื่อยขณะนั่งรอรถบัสเพื่อไปSerdang  เวลาผ่านไปเกือบ 15 นาที ก็มีรถบัสแอร์สีเหลืองกระจกใสบานใหญ่ ไม่สูงมากนักวิ่งมาด้วยความเร็ว บนหัวของรถบัสจะมีตัวหนังสือดิจิตอลวิ่งโดยอัตโนมัติและเขียนว่า Serdang ด้วยตัวหนังสือสีแดง และรถจอดต่อหน้าพวกเรา ผู้คนหลาหลายเชื้อชาติต่างก็วิ่งกรูเพื่อรอขึ้นรถ รถเริ่มเปิดประตูด้านหน้าข้างๆคนขับ แต่สำหรับพวกเรารอประตูตรงกลางรถเปิดแต่มันก็ไม่เปิด เพราะมันคือทางลงต่างหาก พวกเราจึงรีบเดินไปยังประตูข้างหน้า โชคดีที่ช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอมของมหาวิทยาลัย ทำให้ยังไม่มีผู้คนมากมายนักแต่ก็ยังเยอะอยู่ดี  ฉันเดินไปหลังสุดของรถแต่ไม่มีที่นั่งว่างสำหรับฉันเลย ก็ต้องยืนโหนสินะ แต่ไม่เป็นไรหรอก มีแอร์เย็นสบาย หลังจากนั้นรถก็ออกตัวด้วยความเร็วสูง พวกเราที่ยืนแบบไม่ทันตั้งตัวก็แทบจะหงายหลังไปเลย ทุกการเลี้ยงโค้งคนที่ยืนไม่สามารถควบคุมการทรงตัวบนรถบัสที่มีความเร็วเช่นนี้ได้  แต่ละคนต่างก็เอนตัวเกือบ 45 องศาของการเลี้ยงโค้ง ยิ่งช่วงเบรก ถ้าใครไม่แข็งแกร่งพอก็จะวิ่งไปหน้ารถเลย แต่วันนั้นคนแน่นมาก จึงเอนเอียงทับกัน พวกเราต้องคอยหาที่พิง และทรงตัวให้ได้ดีมากที่สุด  ใช้เวลาในการเดินทางจากมหาวิทยาลัยไปที่สถานี Serdang ประมาณ 15 นาที จากนั้นพวก

เราก็ไปซื้อตั๋วรถไฟฟ้าKTM ซึ่งที่นี่จะต้องใช้เป็นบัตร พวกเราต้องซื้อบัส 5 RM  และรวมค่าเดินทางอีก 3 RM รวมประมาณ  60 บาท ซึ่งจะเป็นบัตรชั่วคราวสีขาว ซึ่งถ้าเราต้องการเดินทางก็เติมเงินจากตู้ได้เลย  พวกเราติ๊กบัตรเพื่อผ่านทางเข้ามารอรถไฟ ฉันต้องข้ามสะพานเพื่อขึ้นอีกฝั่งหนึ่งของสถานี ไม่นานนักรถไฟฟ้าสีขาวหัวสีแดงเหลืองขบวนยาวก็มาถึง ผู้คนต่างลุกขึ้นมายืนรอรถไฟรวมถึงตัวของฉันเอง ฉันตื่นเต้นมากที่จะได้นั่งรถไฟความเร็วของที่นี่เพื่อไปที่ Batu Caves ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวของที่นี่ ก้าวแรกที่ฉันเดินเข้าไปในรถไฟ ทำให้ฉันรู้สึกแปลกตาอีกครั้งกับรถไฟฟ้าที่นี่ ถึงแม้จะเหมือนๆกับ MRT ที่ประเทศไทย แต่ก็เป็นรถไฟที่มีบรรยากาศที่แตกต่างจากเดิม

และมันไปแบบติดดินเหมือนรถไฟแต่มันคือรถไฟฟ้า เมื่อรถไฟฟ้าเคลื่อนขบวน ฉันได้เห็นภาพตึก ความเป็นอยู่ของคนพื้นที่ที่รถไฟฟ้าผ่าน ตึกที่สูงละฟ้า ฉันและเพื่อนๆเดินผ่านโบกี้ต่างๆเพื่อหาที่นั่ง จนไปถึงโบกี้ที่เรียก Wanita zone ก็คือเป็นโซนเฉพาะผู้หญิงเท่านั้น ซึ่งมีที่นั่งสำหรับฉันและเพื่อนๆอีก 3 คน ฉันนั่งลงติดหน้าต่าง ฉันรู้สึกเหงาและอยากโทรหาพี่สาวอยากให้พี่สาวได้เห็นพร้อมกันกับฉัน ฉันจึงโทรหาตามความปรารถนาของตนเอง แต่เนตก็ไม่เสถียรทำให้พี่สาวไม่ได้มองเห็นในสิ่งที่ฉันเห็นชัดเจนนัก เราใช้เวลาเดินทางเกือบ 1 ชั่วโมงกว่าจะถึง Batu Caves

                 “This station’s Batu Caves, Batu Caves Station. Sila ava sri lanka anda. Please mind your steps.” เสียงจากลำโพงของรถไฟดังขึ้นเพื่อบอกให้พวกเราได้รับรู้ และนี่ก็สุดสายของรถไฟสายนี้อีกด้วย พวกเราทุกคนต่างก็เริ่มเก็บของ เตรียมตัวเพื่อจะลงจากรถไฟ ก้าวแรกที่ลงไปก็ยังเป็นงงๆกับเส้นทาง แต่ดีมากที่สถานที่ต้องเที่ยวไม่ต้องเดินไปไหนไป แค่ลงจากสถานีก็ถึงแล้ว พวกเราเดินไปยังจุดหมาย ระหว่างทางก็มีการขายของมากมายตั้งอยู่ข้างทางเรียงรายกัน เหมือนที่ไทยไม่ผิดเพียงแต่ที่นี่จะมีแต่คนอินเดีย “โอ้ว นี่ฉันมาอีกประเทศหรอเนี้ย!” ฉันคิดในใจ ฉันเดินไปพลางคุยกับเพื่อนชาวมาเลไปด้วย อากาศที่นี่ร้อนมากเหมือนที่ไทยไม่ผิดเลย แดดแรงมากฉันต้องกางร่มสีฟ้าคันเบาที่ลมมาเมื่อไหร่ก็ปลิวได้ทุกเมื่อ เมื่อเดินสักพักเป็นวัดของชาวอินเดียที่อยู่ข้างหน้าบันไดสายรุ้งที่มีสีสันสดใส ทุกอย่างของที่นี่เต็มไปด้วยสีสันสวยงาม นั่นแหล่ะมันคือเสน่ห์ล่ะ ฉันถ่ายรูปสู้กับกับแดดที่แสนระอุสักพัก ก็เข้าไปนั่งพักในวัดข้างล่างที่อยู่ข้างหน้าบันไดสีรุ้ง ข้างในค่อนข้างเย็นและมีกลิ่นธูปตลอดเวลาแต่ก็มีความเงียบเช่นกัน เป็นการปลีกห่างจากผู้คนที่ยอดเยี่ยม เพื่อนบางส่วนใจสู้เดินขึ้นบันได 272 ขั้น กับแสงแดดที่สาดส่องลงมาอย่างเกรี้ยวกราด ซึ่งโดยรวมของที่นี่ก็เหมือนการเที่ยววัดถ้ำต่างๆในเมืองไทยนั่งเอง

                หลังจากนั้นพวกเราก็นั่งรถไฟกลับไปที่ KL Central (Nu Central เป็นห้างเชื่อมต่อกับ KL Central ) เพื่อที่จะนั่งรถไฟฟ้า LRT สีชมพูไปต่อที่ KLCC เพื่อไปตึก Twin Tower แต่ขณะที่เดินทางนั้นก็ฝนตกลงมาอีกเช่นเคย แต่พวกเราก็ไม่ได้เปียกฝนแต่อย่างใด เมื่อฉันลงจาก LRT ก็แยกย้ายกับเพื่อนๆ เพื่อไปตามใจที่อยากจะไป ซึ่งทุกคนต่างก็มีเป้าหมายเดียวกันคือการไปถ่ายรูปกับตึก Twin Tower ซึ่งชื่อตึกคือ PETRONAS  ฉันและเพื่อนอีก2-3 คนเดินไปยังทางออกของห้างอีกทางเพื่อไปถ่ายรูปแต่ฝนก็ยังคงตกอยู่ ฉันและเพื่อนๆจึงรอให้ฝนหยุดตกก่อน แต่สุดท้ายแล้ว เราก็ไม่ได้ภาพ จนกระทั่ง 07.15 p.m. พวกเราเลือกที่จะเดินกางล่มออกไปข้างนอกเพื่อถ่ายรูปแบบเปียกๆ และในวันนั้นคือวันที่เราใช้เวลาตั้งแต่เช้าจนเย็นได้แบบคุ้มมากๆอีกวันของการท่องเที่ยวในต่างแดน ในวันนี้ฉันและเพื่อนๆกลับมาด้วยความเหน็ดเหนื่อย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน 19 DAYS IN MALAYSIA AS EXCHANGE STUDENT



ความเห็น (0)