เว็บไซต์ของ WEF ลงเรื่อง Systems leadership can change the world – but what exactly is it? (1) กล่าวถึงภาวะผู้นำระดับโลก ที่จะเปลี่ยนโฉมระบบที่ซับซ้อน เช่น พลังงาน อาหาร สุขภาพ ที่ระบบโลกมีความซับซ้อนยิ่ง มีระบบซ้อนระบบ มีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนยุ่งเหยิงระหว่างต่างระบบ
เป็นเรื่องที่กี่ยวข้องกับเรื่องที่ผมจะไปประชุมที่ลอนดอนพอดี คือประชุมเตรียมจัด PMAC 2021 เรื่อง Global Health
เขายกตัวอย่างสองตัวอย่างที่สเกลต่างกันสุดขั้ว ตัวอย่างหนึ่งเป็นระบบโลก อีกตัวอย่างหนึ่งเป็นระบบชุมชน และสรุปว่า ผู้นำที่ชักนำให้เกิดเหตุการณ์ทั้งสอง ใช้แทคติก เดียวกัน ได้แก่
- มีความเข้าใจที่ลึกและเชื่อมโยงในเรื่องนั้น
- สามารถเชื่อมโยงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลากหลายฝ่ายให้มีเป้าหมายร่วม
- สร้างกลไกร่วมมือและเอื้ออำนาจแก่เครือข่ายที่กว้างขวาง
โดยที่กิจกรรมเหล่านั้นเป็นกิจกรรมเชิงระบบ ผู้นำแสดงบทเป็น catalyst, enabler, supporter ในภาษาไทยน่าจะเรียกได้ว่า “นำจากข้างหลัง” ไม่ใช่ทำตัวเด่น ที่ ศ. ดร. เจตนา นาควัชระเรียกว่า “ผู้นำระนาดทุ้ม”
แต่ผู้นำต้อง มองทะลุ มองเห็นภาพใหญ่ และยึดกุมเป้าหมายภาพใหญ่อยู่ตลอดเวลา
บทความเสนอ framework ในการทำงานเป็นผู้นำการเปลี่ยนระบบ ๕ ขั้นตอนที่เชื่อมโยงกันไปมา ได้แก่
- 1. Convene and commit
- 2. Look and learn
- 3. Engage and energize
- 4. Act with accountability
- 5. Review and revise
แต่ละข้อข้างบนมีรายละเอียดลึกซึ้ง แต่อคติของผมบอกว่า เป็นการสร้างการเปลี่ยนแปลเชิงระบบแบบมี learning loop และผมขอเน้น double learning loop
เป้าหมายเบื้องหลังบทความนี้คือ ภาวะผู้นำเพื่อการบรรลุ SDG ซึ่งการประชุม PMAC 2021 เน้นการขับเคลื่อน Global Health เพื่อการบรรลุ SDG เช่นเดียวกัน
วิจารณ์ พานิช
๒๒ ต.ค. ๖๒
บน TG 910 ไปลอนดอน