“ปลากัด” เป็นปลาที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยมานาน เพราะเป็นยอดนักสู้ตัวฉกาจ ปลากัตจากประเทศไทย จัดว่าเป็นปลาที่กัดเก่ง และมีความทรหดมากที่สุด ในปัจจุบันปลากัดได้ถูกพัฒนาให้มีสีสัน และรูปทรง ที่แตกต่างกัน มากขึ้น จึงทําให้ปลากัดหรือปลากัดสวยงามได้รับความนิยมจากนานาประเทศ ซึ่งตรงส่วนนี้เองทําให้ประเทศไทย สามารถเพาะเลี้ยงปลากัดสวยงามเพื่อการส่งออกไปจําหน่ายตามประทศต่างๆ ทั้งประเทศในแถบเอเชีย แถบยุโรป และแถบอเมริกา และมีรายได้กลับเข้ามาประเทศไทยปีละหลายร้อยล้านบาท


การเลี้ยงปลากัดในสมัยแรก จะมีเหตุผลเพื่อกีฬากัดปลา  ดังนั้น นับแต่อดีตจึงมีการเพาะเลี้ยงปลากัดกันแพร่หลาย เนื่องจากเพาะพันธุ์ได้ง่าย ไม่ต้องการความดูแลเอาใจใส่มากนักจึงเหมาะสมสำหรับผู้ที่หัดเริ่มเลี้ยง อีกทั้งระหว่างเลี้ยงก็ไม่มีความยุ่งยาก อาทิ ไม่จำเป็นที่ต้องเปลี่ยนน้ำบ่อยมาก อย่างไรก็ตาม ในธรรมชาติมักจะพบปลากัดไทยได้ทั่วไปในน้ำที่นิ่ง หรือน้ำที่มีออกซิเจนต่ำ

นอกจากนั้นแล้ว ยังพบปลากัดไทยในนาข้าว กระจายทั่วไป โดยปลากัดเลี้ยงมักมีอายุเฉลี่ยเต็มที่ 2 ปี หรือน้อยกว่า แล้วแต่ผู้เลี้ยงมีการดูแลรักษาสุขภาพปลาดีแค่ไหน ปลากัดพันธุ์ดั้งเดิมตามธรรมชาตินั้นมักจะมีสีน้ำตาลขุ่นหรือสีเทาแกมเขียว มีลายตามตัวรวมถึงครีบ และมีหางสั้น ส่วนปลาเพศผู้มีครีบและหางยาวกว่าเพศเมียเล็กน้อย

ครั้งต่อมา ความนิยมการเลี้ยงปลากัดเปลี่ยนไปจากเดิม เนื่องจากการเพาะพันธุ์ และการคัดเลือกสายพันธุ์ติดต่อกันมานาน ทำให้ปัจจุบันปลากัดที่มีอยู่ตามท้องตลาดนั้น จะมีสีสันสวยงามหลากสีเพิ่มขึ้น อีกทั้งลักษณะครีบก็แผ่กว้างใหญ่สวยงามกว่าดั้งเดิมมาก และจากสาเหตุนี้เองทำให้เริ่มมีการเลี้ยงปลากัดเป็นปลาสวยงามกันมากขึ้น มีการจำแนกพันธุ์ปลากัดออกไปได้เป็นหลายชนิด เช่น ปลากัดหม้อ, ปลากัดทุ่ง, ปลากัดจีน, ปลากัดเขมร เป็นต้น  ดังนั้นเมื่อการพัฒนาสายพันธุ์ปลากัดมีการพัฒนาอย่างตลอดเวลาต่อเนื่องจึงเป็นที่ยอมรับจากนักเลี้ยงปลากัดเพื่อความสวยงาม ทั้งในประเทศและต่างประเทศ