“ สุนัข ” คือมิตรที่แท้ เป็นทาสผู้ซื่อสัตย์ จงรักภักดีต่อมนุษย์ และเป็นผู้ช่วยเหลือเจ้าของอย่างสุดความสามารถ มอบให้แม้กระทั่งชีวิตของตนโดยไม่คิดที่จะร้องขอสิ่งตอบแทนใดๆ นอก..เสียจากอาหาร ที่ซุกหัวนอน และที่สำคัญ คือ ความรัก ความอาทรจากผู้เป็นเจ้าของ

ลำไส้อักเสบแบบถ่ายเป็นเลือดในสุนัข: สาเหตุ อาการ การรักษา
กลุ่มอาการที่พบว่าสุนัขมีอาการอาเจียน ถ่ายท้องเป็นเลือด เป็นอาการที่ค่อนข้างรุนแรงในทางการสัตวแพทย์ จำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาทันที โดยจะให้คำจำกัดความว่าเป็นกลุ่มอาการลำไส้อักเสบแบบถ่ายเป็นเลือด (hemorrhagic gastroenteritis; HGE) ซึ่งความพิเศษคือนอกจากอาการที่เกี่ยวข้องกับทางเดินอาหารแล้ว ยังมีความพิเศษคือปริมาณเม็ดเลือดแดงอัดแน่นในเลือดยังสูงขึ้นทั้งๆที่เสียเลือด โดยปกติแล้วการเกิดอาการดังกล่าวสามารถเกิดได้จากการติดเชื้อหลักๆ 4 ชนิดคือ แบคทีเรีย เชื้อไวรัส เชื้อรา หรือพยาธิในลำไส้ การเกิดจากแบคทีเรียส่วนใหญ่มักจะมาจากการกิน ซึ่งอาจจะเป็นเชื้อโรคปนเปื้อน หรือเชื้อโรคที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมก็เป็นได้ สุนัขที่มีพฤติกรรมชอบกินสิ่งแปลกปลอมหรือกินอาหารสกปรกก็จะสามารถพบการติดเชื้อแบคทีเรียซึ่งก่อให้เกิดโรคนี้ได้
สาเหตุ
- เชื้อแบคทีเรียจำพวก Salmonella sp., E. coli, Campylobacter sp. และ Clostridium sp.
- เชื้อไวรัสส่วนใหญ่ได้แก่ parvovirus และไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคหัด (canine distemper virus)
- เชื้อราในกลุ่มของ Aspergillus sp.
- พยาธิที่ก่อให้เกิดมีมากมายไม่ว่าจะเป็นพยาธิตัวกลม (roundworms) พยาธิตัวตืด (tapeworms) พยาธิปากขอ (hookworms) พยาธิแส้ม้า (whipworms) รวมไปถึงเชื้อบิดไม่มีตัว (coccidia)
อาการของโรค
- อาเจียน
- ท้องเสีย
- อ่อนแรง
- แห้งน้ำ อาจช็อกจากภาวะขาดน้ำ
- น้ำหนักลด
- เบื่ออาหาร
- เสียแร่ธาตุ
- เลือดข้น (hemoconcentration)
การวินิจฉัยโรค
- ประวัติการกินอาหารและพฤติกรรมการกิน เพราะ HGE ส่วนใหญ่เกิดมาจากการติดเชื้อจากอาหาร
- ประวัติการทำวัคซีนที่ไม่ครบก็อาจทำให้สงสัยถึงโรคติดเชื้อไวรัสได้
- ลักษณะของการอาเจียนและท้องเสีย จำนวนครั้ง ความรุนแรง
- เก็บอุจจาระไปตรวจ โดยสามารถตรวจพบได้ทั้งแบคทีเรีย ซึ่งอาจจะต้องเพาะเชื้อเพิ่มเติม และอาจพบไข่พยาธิหรือเชื้อบิด รวมไปถึงเส้นใยของเชื้อราได้
- ใช้ชุดตรวจในการตรวจหาเชื้อไวรัส ซึ่งสามารถบ่งบอกถึงการปรากฏของเชื้อในอุจจาระได้
- เก็บเลือดเพื่อดูความเม็ดเลือดแดงอัดแน่น รวมไปถึงค่าความเป็นกรด-ด่างของเลือด เนื่องมาจากการสูญเสียน้ำและแร่ธาตุปริมาณมาก
- ภาพถ่ายรังสีวินิจฉัย (X-ray) เพื่อหาลักษณะของการอุดตันหรือมีสิ่งแปลกปลอมในทางเดินอาหาร
การรักษาโรค
การรักษาโรคนี้เป็นไปตามสาเหตุของการเกิดโรค หากเกิดจากการติดเชื้อเชื้อแบคทีเรีย จะใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษาเป็นหลัก หากเกิดจากเชื้อราก็ใช้ยาฆ่าเชื้อรา หากเกิดจากพยาธิหรือบิดก็ใช้ยาถ่ายพยาธิในการจัดการ ร่วมกับการรักษาตามอาการ เช่น การใช้ยาลดอาเจียน ให้สารน้ำและแร่ธาตุทดแทนการสูญเสียไปกับอุจจาระ และเพื่อเจือจางปริมาณเม็ดเลือดแดงอัดแน่นในกระแสเลือด ส่วนในรายที่เกิดจากเชื้อไวรัสไม่มียาที่ใช้ในการจัดการ ต้องให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันมาต่อสู้กับโรคเอง ดังนั้นการรักษาที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสก็จะใช้การรักษาตามอาการเป็นหลัก แต่อาจเสริมยากระตุ้นภูมิคุ้มกัน ซึ่งจะช่วยให้สุนัขมีโอกาสรอดสูงขึ้น
นอกจากสาเหตุของการติดเชื้อ ในความเป็นจริง HGE ยังสามารถเกิดได้จากสาเหตุอื่นๆอีก เช่น การเปลี่ยนแปลงอาหารกะทันหัน การแพ้อาหารหรือได้รับสารพิษจากอาหาร ต้องมีการควบคุมอาหารร่วมกับการใช้คาร์บอนดูดสารพิษ หรือแม้กระทั่งมีแผลหรือเนื้องอกในทางเดินอาหาร อาจจำเป็นต้องใช้การผ่าตัดแก้ไขร่วมด้วย
การดูแลและจัดการ
ภายหลังจากรักษาหายแล้ว ให้ลำไส้ได้มีเวลาพักอย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนจะเริ่มค่อยให้อาหารอ่อนหรืออาหารพลังงานสูง อาจมีการเสริม probiotic ซึ่งเป็นแบคทีเรียชนิดดี เข้าไปช่วยปรับสมดุลลำไส้ และช่วยป้องกันไม่ให้กลับมาเกิดปัญหาได้อีก หากเกิดจากการแพ้อาหารก็ควรใช้อาหารที่เป็น hypoallergenic ซึ่งเป็นอาหารย่อยแล้ว ร่างกายไม่ตรวจจับว่าเป็นสารก่อภูมิแพ้อีกต่อไป เป็นต้น
โรค HGE เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อจากอาหารเป็นหลัก การดูแลและใส่ใจในเรื่องของอาหารการกินจึงมีความสำคัญอย่างมาก การให้อาหารหรือน้ำไม่ควรตั้งทิ้งไว้นาน เพราะอาจมีการปนเปื้อนแบคทีเรียและเชื้อรา รวมถึงสารพิษด้วย อาหารที่ให้หากเป็นอาหารทำเองควรมีเป็นอาหารที่ให้คุณค่าในเรื่องของพลังงานเป็นหลัก เนื่องจากเป็นอาหารที่ย่อยง่าย ไขมันต่ำ และลดความเข้มข้นของของเสียในลำไส้ซึ่งจะนำไปสู่การเกิด HGE ได้ ไม่ควรทำการเปลี่ยนแปลงอาหารทันที หรือหากทราบว่ามีการแพ้อาหารอยู่แล้วก็ควรหลีกเลี่ยง นอกจากนี้ควรทำวัคซีนแก่สุนัขไว้ตั้งแต่เล็กเพื่อให้มีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสต่างๆ