เกษตรกรเมืองน่าน “ทำปฏิญญา”ผลิตอาหารสะอาดป้อนคนทั้งประเทศ

                กลุ่มเกษตรกรอินทรีย์ PGS จ.น่าน ร่วมกล่าวคำปฏิญญาการทำเกษตรอินทรีย์ แบบซื่อตรง เพื่อร่วมกันช่วยเมืองน่านให้เป็นแหล่งผลิตอาหารสะอาด สู่ปากท้องคนในจังหวัดและสู่ตลาดในประเทศ หวังเปลี่ยนเขาหัวโล้นให้เป็นเขาเกษตรอินทรีย์


           กลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ โดยใช้ Lemon Farm PGS Model ได้ร่วมปฏิญญาณตนต่อหน้าคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและให้การสนับสนุนอย่าง สสส.  เลมอนฟาร์ม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ภาคส่วนรัฐเอกชนของจังหวัดน่าน ที่มาร่วมงานและร่วมเป็นสักขีพยายนในพิธี ทั้งนี้เพื่อเป็นการยืนยันว่า เกษตรกร PGS น่าน กลุ่มนี้ จะผลิตอาหารสะอาดอย่างซื่อสัตย์ เพื่อให้ตนเอง คนรอบข้าง และผู้บริโภคอาหารทั่วประเทศได้รับประทานผลผลิตการเกษตรที่ปลอดภัย

ซึ่งใจความหลักที่กลุ่มเกษตรกรหัวใจเกษตรอินทรีย์ PGS น่าน กล่าวคำปฏิญญาณมีอยู่ 6 ข้อด้วยกันซึ่งได้แก่  หนึ่ง ข้าพเจ้าจะปฏิบัติต่อดินน้ำอากาศและธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมทั้งมวลด้วยความรัก ด้วยความเคารพ ความกตัญญูและจะรักษาไว้ให้ยั่งยืน สอง ข้าพเจ้า จะร่วมรักและฟื้นฟูป่าไม้ เพื่อเพิ่มเติมพื้นที่ป่า ให้กับจังหวัดน่านสาม ข้าพเจ้า จะผลิตผักผลไม้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานการรับรองแบบมีส่วนร่วม ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เพื่อส่งต่อผลผลิตที่ดีไปยังผู้บริโภค สี่ ข้าพเจ้า จะร่วมพัฒนาขับเคลื่อน กระทำการเกษตรอินทรีย์เพื่อสร้างสังคมที่ดี และ ส่งต่อสุขภาพที่ดี อย่างยั่งยืน ห้าข้าพเจ้าจะรักใคร่ สามัคคี มีสัจจะ เสียสละ และ อยู่ร่วมกัน อย่างมีสุข และ หก ข้าพเจ้า จะยอมรับคำติฉินของคณะกรรมการ หากข้าพเจ้ากระทำผิดเงื่อนไขตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ทุกประการ

โดยก่อนจะทำพิธีปฏิญญา ได้มีการนำทีมผู้ทรงคุณวุฒิที่ปรึกษากรรมการกองทุน สสส. ลงพื้นที่เพื่อดูแปลงผลผลิตและวิธีการผลิตของเกษตรกร ลุงสุรินทร์ นิตย์ชีว์หนึ่งในผู้ทรงคุณวุฒิฯ กล่าวหลังจากได้พูดคุยและทราบถึงวิธีการผลิตของเกษตรกรแล้วว่า การได้ลงพื้นที่ ได้เห็นเกษตรกรหัวใจอินทรีย์ PGS น่าน ครั้งนี้ รู้สึกดีใจ เพราะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของเกษตรกรในทางที่ดีขึ้นและดีกว่าที่คาดหวังไว้มาก ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่ง เพราะเคยคิดว่าเมื่อพูดถึงอาหารสุขภาพก็น่าจะเจาะจงแค่เรื่องของอาหาร แต่สิ่งที่ได้เห็นครั้งนี้กลายเป็นเรื่องของกระบวนการการขับเคลื่อนที่มีความเชื่อมโยงทั้งวิถีชีวิต วัฒนธรรม ทรัพยากร ชุมชน และภาคส่วนต่าง ๆ ที่เข้ามารวมตัวกันโดยมีระบบ PGS เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อน

โดยส่วนตัวมองว่า รูปแบบการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ โดยใช้ Lemon Farm PGS Model เป็นเครื่องมือในการพัฒนาและดำเนินการตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ตลาดจนถึงการผลิตของเกษตรกรเช่นนี้ เป็นเครื่องมือการขับเคลื่อนทั้งระบบเพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงจนเกิดระบบโลจิติกส์ จากเดิมต่างคนต่างอยู่ เป็นสังคมเครื่องหลุด ทุกอย่างอยู่คนละที่คนละทาง เพราะมีระบบทุนเข้ามาหนุน แต่พอเปลี่ยนทำการเกษตรแบบ PGS เป็นกระบวนการมีส่วนร่วมและรับรองด้วยตัวชุมชนเอง ด้วยสำนึกของคนในชุมชนเอง จึงเกี่ยวโยงให้เป็นองค์รวม (holistic) ไม่ได้ทำแบบแยกส่วน มีระบบโลจิติกส์เป็นตัวขับเคลื่อน ซึ่งจุดนี้เป็นการตอบโจทย์ของการพัฒนาที่ยั่งยืน ทำให้เห็นทางรอดของการผลิตอาหารที่สะอาด และมองเห็นทางรอดของคนเมืองน่าน

ส่วนที่เหลือต่อไปคนจังหวัดน่านต้องมารวมตัวกันจัดการตนเอง กำหนดทิศทางของตนเอง ว่า อนาคตจะไปแบบหายนะ หรือวัฒนะ หายนะ คือ ระบบทุน เกษตรตาโต เกษตรยับเยิน แต่ถ้าต้องการแบบวัฒนะ แบบยั่งยืนให้คนมีความสุข มีหัวใจใจร่วมกัน รักแผ่นดิน แผ่นน้ำ รักสังคม รักบ้านเมือง ก็ต้องมาร่วมกันทำเกษตรอินทรีย์ เพราะหัวใจเกษตรอินทรีย์ คือหัวใจของการรักเพื่อนมนุษย์ รักตัวเองและรักคนรอบข้าง

“ จังหวัดน่านจะกลายเป็นโมเดลสำหรับพื้นที่ที่มีบริบทแบบเดียวกันได้ แต่สำหรับในพื้นที่ที่แตกต่างกันก็สามารถนำไปใช้ได้ เพราะประสบการณ์จากน่าน ทำให้เราได้หลักการ หรือ สาระ เพื่อนำไปใช้กับจังหวัดอื่น ๆ หรือพื้นที่อื่น ๆ ซึ่งทำให้มีความหวังเพิ่มมากขึ้น” ลุงรินทร์ กล่าวด้วยน้ำเสียงที่มีความหวัง

ด้านคุณสุวรรณา หลั่งน้ำสังข์ กรรมการผู้จัดการ เลมอนฟาร์ม กล่าวว่า จุดสำคัญของโครงการนี้คือ พยายามหารูปแบบหรือต้นแบบเพื่อให้เกิดการขยายงานต่อไปทั้งในเมืองน่านหรือจังหวัดอื่น ๆ โดยใช้รูปแบบการตลาดการผลิตเป็นเครื่องมือช่วยให้เกษตรกรอยู่ได้ในช่วงเริ่มต้นและเดินได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมีองค์ความรู้เรื่อง PGS ออแกนิกส์ ซึ่งเป็นมาตรฐานสำคัญ เป็นเครื่องมือบอกว่า เกษตรอินทรีย์ที่แท้จริงคืออะไร และ PGS ยังช่วยพัฒนาตัวเกษตรกร เพราะ ระหว่างทำต้องเรียนรู้ถึงหลักวิชา มาตรฐานที่ถูกต้องของอาหารและสิ่งแวดล้อม พัฒนาผลการเกษตร ออกแบบผลผลิตที่เหมาะกับตลาดและการจัดส่ง ฯลฯ

“เป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ 3 ปีที่ผ่านมา ทำให้มีความหวังว่า น่าน จะเป็นเมืองแห่งอาหาร เป็นภูเขาแห่งเกษตรอินทรีย์ และเป็นแหล่งสร้างอาหารสะอาดให้คนเมืองน่าน คนทั่วไปในเมืองไทย และจะเป็นต้นแบบแห่งความภูมิใจของการรักษาป่าด้วย”

สำหรับการพัฒนารูปแบบกรณีศึกษาการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ โดยใช้ Lemon Farm PGS Model เริ่มต้นตั้งแต่ปลายปี 2558 ปัจจุบันเข้าสู่ปีที่ 4 แล้ว มีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ 48 ครอบครัว จาก 8 อำเภอ มีพื้นที่เกษตรทั้งหมด 387 ไร่ โดยมีพื้นที่กระจายไปทั่วเมืองน่านตามที่ตั้งของเกษตรกรที่มีหัวใจของเกษตรอินทรีย์เป็นหลัก

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน อาหารเพื่อสุขภาวะ



ความเห็น (0)