นมแม่คือทุนสมอง
ทีมสหสาขาแม่และเด็ก ร.พศรีนครินทร์ได้ตระหนักเห็นความสำคัญในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ จึงได้จัดโครงการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้กับบุคลากรทุกระดับในมหาวิทยาลัย โดยมีการเตรียมความพร้อมของพ่อแม่ตั้งแต่ระยะตั้งครรภ์ การช่วยเหลือแม่ให้ประสบความสำเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวตั้งแต่แรกคลอด และมีการเยี่ยมให้ความช่วยเหลือหลังคลอดเมื่อกลับบ้าน ตลอดอายุลูก 6 เดือนหลังคลอด
วันที่ 16 ธันวาคม 2549 เวลา 9.00-12.00 น.มีกิจกรรมการให้ความรู้แก่พ่อแม่ และคุณยาย ที่ ห้องประชุมตึก2ข ขอเชิญผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมได้ งานนี้ฟรี แจ้งล่วงหน้าก็จะเป็นการดี ที่ โทร. 0847425400หรือ0897147034 หรือ 0866390675
เรียน ท่าน jj
ผู้เห็นความสำคัญในการพัฒนาบุคลากร (ที่หลากหลายวิธี) ทำให้หลายคนมีโอกาสเห็นโลกภายนอกที่สวยงามไม่ล้าหลังชาวบ้าน ขอบคุณท่านอีกครั้ง
วันนี้ไปแวะเวียนการเขียน Blog อีกแล้ว มีเวลาเพียง นิดเดียวต้องไปกิจกรรม Nursing conference กับนศ.พยาบาลที่ฝึกปฏิบัติงานที่แผนกในฐานะ ผตก. สูติค่ะ ไม่เป็น Blog แห้งต่อไป
UKM กพ.ก้าวหน้าถึงไหนแล้ว
มีน้องพยาบาลคลอดที่ตึก 5จ ได้ลูกชายน่ารักมาก ได้บอกให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และยังได้ให้แผ่นซีดีเพลง Bethoven no 5 เปิดให้ลูกฟังเวลาให้นมลูกด้วย พี่หน่อย(กิ่งเพชร)บอกว่าถ้าเด็กฟังดนตรีนี้จะทำให้สมาธิดี แม่ก็อารมณ์ดีด้วย ใช่ไหมคะพี่จิน
ดีจังเลยค่ะ พี่จิน ที่มีการเล่าข่าวคราวความเคลื่อนไหวให้ทราบกันแบบนี้ อย่างไรรบกวนเขียนมาเล่าเรื่องราวของการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ให้ทราบกันบ้างแล้วกันนะคะ อาร์ตจะคอยอ่านอยู่ค่ะ
ขอบคุณ
อ.สมบูรณ์ น้องอุบลและน้องอาร์ตที่ส่งข่าว
สวัสดีปีใหม่ทุกๆท่านขอให้มีความสุขมากตลอดปี 2550
ช่วยๆกันเพื่อให้แม่ได้แสดงบทบาทความเป็นแม่ที่สมบูรณ์ ความนุ่มนวลและการแสดงออกของผู้ที่เลี้ยงดูตลอดจนสิ่งแวดล้อมนับว่ามีอิทธิพลต่อพฤติกรรมและความฉลาดของลูกของเราและประเทศของเราจะได้น่าอยู่ยิ่งๆขึ้น
เรากำลังปรับแผนการเรียนรู้ที่ให้กับแม่ระหว่างตั้งครรภ์ ทั้งนี้ได้คำนึงถึงเวลาของคุณแม่ที่ทั้งต้องทำงานและต้องเรียนรู้ด้วย
ในระหว่างตั้งครรภ์นั้นนับว่าเป็นช่วงของชีวิตที่คุณแม่จะได้เผชิญหลายอย่างทั้งการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและจิตใจ ซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับการเตรียมความพร้อมในการคลอดและการเลี้ยงดูบุตรที่จะเกิดขึ้น มีหลายคนเมื่ออยู่หลังคลอดจะบอกว่านึกว่าเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะไม่ยากเลยไม่สนใจที่จะเรียนรู้ในระหว่างตั้งครรภ์
ความเป็นจริงก็ไม่ใช่ของยากเพียงแต่คุณแม่ได้มีการเตรียมพร้อมในด้านความรู้และทักษะในการให้นมลูกที่ถูกต้อง คุณแม่จะสบายใจ กังวลน้อย ซึ่งการที่แม่มีความกังวลเป็นอุปสรรคของการให้นมลูก น้ำนมพรานจะมาน้อยและมาช้า
เราจึงขอความร่วมมือจากคุณแม่ได้เข้ากลุ่มเรียนรู้ใน 3 ประเด็นคือ
ประเด็นที่2และ3 จะจัดกิจกรรมเฉพาะในช่วง 13.00-16.00 น ของวันพุธ
นอกจากนี้ เราจะจัดกลุ่มคุณแม่ที่คลอดลูกได้ 2-3 เดือน พร้อมกับคุณแม่ที่มีประสบการณ์การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวจนครบ 6 เดือนที่ประสบความสำเร็จได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน กำหนดวันยังไม่ลงตัวค่ะ ชัดเจนเมื่อไหร่ จะแจ้งให้ทราบอีก
สวัสดีค่ะ พี่จิน
เยี่ยมไปเลยค่ะ สำหรับกิจกรรมที่จะจัดขึ้น คุณแม่มือใหม่หลายๆ ท่านจะได้มีการเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการให้นมบุตร ซึ่งคุณแม่หลายท่านอาจจะไม่ทราบว่าการให้นมบุตรควรจะเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่ตั้งครรภ์ ซึ่งอย่างที่พี่จินบอก การให้นมลุกไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นต้องมีการเตรียมตัวกันก่อน จะเจอสถานการณ์จริงๆ
นอกจากนั้น การที่ให้คุณแม่ที่คลอดลูกแล้วมาเล่าประสบการณ์การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ให้ฟังนับว่าเป็นการกระตุ้นที่สำคัญและสร้างความมั่นใจให้กับคุณแม่มือใหม่ทั้งหลายได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ
แล้วอย่าลืมมาเขียนเล่าให้ฟังอีกนะคะ ว่าหลังจากที่มีการอบรมแล้วคุณแม่ทั้งหลายเป็นอย่างไรกันบ้าง
สู้ๆ นะคะ
ร.พศรีนครินทร์ ข้างต้นหมายถึงที่ไหนเหรอค่ะ ที่หาดใหญ่หรือเปล่า ถ้าเป็นที่หาดใหญ่ล่ะก้อไม่อยากจะพูดถึงเลย ขนาดถุงเก็บนมแม่ยังไม่มีขายเลยค่ะ
เรียนคุณdna ที่เคาพ
รพ.ศรีนครินทร์ เป็นรพ.ของคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นรพ.หนึ่งใน 7 ที่มีความพยายามพัฒนาการบริการที่ให้แม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวได้ 6 เดือน
สวัสดีค่ะ..พี่จินตนา
ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมก่อนค่ะ..ที่พี่ได้จัดทำWeb.นี้ขึ้นมา เพราะมีประโยชน์มากจริงๆ สำหรับคุณแม่มือใหม่ที่กำลังเริ่มเรียนรู้การเลี้ยงลูกอย่างถูกวิธี ..การส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่สำคัญมาก..ทั้งต่อตัวคุณแม่เอง และต่อลูกของเรา..ขอให้ทำโครงการดีๆอย่างนี้ต่อไปนะคะ หนูจะเป็นกำลังใจให้ค่ะ ..ตอนนี้หนูมาเป็นอาจารย์อยู่ มมส. สาขาการพยาบาลครอบครัว ได้ให้ความรู้แก่นิสิตและได้ให้คำแนะนำแก่คุณแม่หลังคลอดในการส่งเสริมเรื่องนี้... รู้สึกดีมากๆคะ รักและคิดถึงพี่จิน พี่ขาว และพี่น้องชาวศรีนครินทร์ทุกคนค่ะ
น้องยุ
สวัสดีค่ะ....น้องยุ
ดีใจที่ส่งข่าวถึงพี่ๆ จากพยาบาลกระดูกย้ายมาอยู่สูติ แต่มีประสบการณ์ตรงและเข้าใจอย่างนี้ เป็นความโชคดีของนศ.และประเทศชาติต่อไป ยินดีมากๆ
พี่จิน
สวัสดีค่ะพี่จินคะ
วันนี้เข้าเวปของศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทยเพื่อดูข้อมูลการไปKMในวันที่ 3-4 สิงหาค่ะ พี่แต๋ให้ไปด้วย อยากให้พยาบาลในวอร์ดมีโอกาสได้ไปกันหลายๆคนจังค่ะ
ไม่ค่อยได้เข้าไปช่วยงานพี่จินเวรยาวค่ะ ตอนนี้เตรียมมาตรฐานการพยาบาลมารดาหลังคลอด พร้อมแล้วที่จะให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบและนำมาใช้เพื่อหาความสัมพันธ์ค่ะ อยากผลักให้เสร็จเสียทีค่ะ ค้างมานานแล้ว จะได้ชวนวอร์ดอื่นๆเริ่มเดินทางเสียทีค่ะสำหรับมาตรฐาน เรียนเชิญพี่จินเป็นผู้เชี่ยวชาญตรวจเครื่องมือให้ด้วยค่ะ
ส่วนการเดินทางของการช่วยเหลือนมแม่ภายในวอร์ด เป็นไปอย่างเต็มที่ค่ะ ถึงแม้อาทิตย์นี้แม่หลังคลอดล้นเตียงทุกวัน...เหนื่อยค่ะแต่จุดเริ่มต้นที่เด็กไทยจะได้กินนมแม่ ส่วนหนึ่งอยู่ที่นี่ใช่มั้ยคะ ดังนั้นหนูขอสู้กับพี่ด้วยคนค่ะ ตอนนี้เพื่อนร่วมงานกำลังเตรียมทำโครงการเตรียมแม่บีบนมที่มีแบบแผนกว่านี้ก่อนที่จะไปทำงาน และเตรียมแม่ที่ลูกไม่ได้อยู่ด้วยบีบนมจริงจังกว่านี้ โครงการรอพี่แต๋อ่านอยู่นะคะ
ส่วนหลังจากที่เรียนจบแล้ว (พักหายใจหลังจากเอาชีวิตรอดจากการศึกษามาหวุดหวิด) อยากทำการศึกษาผลของการสอนหรือเตรียมคุณยาย คุณพ่อต่อระยะเวลาในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ตอนนี้กำลังอ่าน Journal รวบรวมข้อมูลเพื่อเขียนเค้าโครงค่ะ คุยกันภายในวอร์ดแล้วค่ะแต่ยังไม่ได้เริ่มหารูปแบบ ที่แน่ๆอยากศึกษาเรื่องของพ่อต่อค่ะ
สวัสดีค่ะพี่จิน
กำลังเข้ามาหัดเขียนบล็อค ค่ะ เมื่อวานได้มีโอกาสไปอบรมเตรียมตัวไปสอบ APN ได้จุดประกายอีกครั้งค่ะ ตอนนี้รอคุณสมบัติครบคือต้องจบโท 3 ปี เวลานี้ทำโปรเจ็คกับกลุ่มประชากรที่ชัดเจนให้ได้ก่อนค่ะ เมื่อวานห้องประชุมพิสิฐ อบรมเตรียมสู่บันได้วิชาชีพ คนเยอะมากๆแน่นห้อง แอบเข้าไปดูด้วย
เป็นปรากฎการณ์ที่ดี สำหรับพยาบาลศรีนครินทร์
สุธิดา
น้องสุธิดา เรื่องเข้าร่วม KM พี่ๆจะคุยกันว่าจะไปได้กีคน ก็อยากให้ไปกันเยอะๆอยู่ อย่าลืมมาช่วยกันสรุปงานโครงการนมแม่นะ ทำงานแล้วยากตรงการเขียนนี่หละ ปัญหาของนักปฏิบัติ
สวัสดีน้องสุธิดา ดีแล้วที่น้องๆสนใจความก้าวหน้า รีบๆช่วยกันมองหาโอกาสพัฒนา และดำเนินการจริงจัง ลงสู่การปฏิบัติที่เป็นจริง วันที่ 18 กค. 50 แผนกเราขอเชิญน้องๆพยาบาลประชุมนะ ทำความเข้าใจในเรื่องประเมินผลงานในระบบการบริหารบุคคลตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด ซึ่งก็ไม่แตกต่างจากที่เราปฏิบัติกันมา แต่มีความชัดเจนในการตกลงกันหรือมอบหมายงานระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้ปฏิบัติและต้องสอดคล้องกับการประเมินผลงานด้วย มีการดำเนินการทั้งมหาวิทยาลัย นับเป็นสิ่งที่ดีทุกคนจะได้ใช้ศักยภาพที่มีอย่างเต็มที่ ใครไม่ทำงานพัฒนาหรือทำแต่งานประจำแบบรับคำสั่งอย่างเดียว ก็รับผลงานไปแบบตรงไปตรงมา นอกจากนี้ที่สำคัญจะมอบหมายงานพัฒนาด้วยใครมาก็มีโอกาสมากกว่าคนอื่น อีกอย่างใครเขียนอย่างเดียวไม่ทำงานก็ไม่ได้นะ ถึงแม้จะเป็นผลงานทางวิชาการแต่วิชาการต้องนำสู่การปฏิบัติที่เป็นจริงได้