ชีวิตที่พอเพียง 3554. ไปลอนดอน ๒๕๖๒/๑ ๑. เตรียมตัวและเดินทาง


ปลายปีนี้ผมไปลอนดอน ๒ ครั้ง    ครั้งแรก ๒๑ - ๒๖ กันยายน ไปงานของ กสศ.    ครั้งที่สอง ๒๒ - ๒๕ ตุลาคม ไปงานของ PMAC    

 งานที่ไปประชุมครั้งแรก เรื่อง Creativity and Critical Thinking Skills in School : Moving the Agenda Forward. An international conference organised by the OECD Centre for Educational Research and Innovation (CERI)   24-25 September 2019 - London, UK.   Nesta HQ - 58 Victoria Embankment, EC4Y 0DS (๑)

การเดินทางครั้งนี้พิเศษตรงผมชวนสาวน้อยไปด้วย ในสภาพที่โรคสมองเสื่อมรุนแรงขึ้น และมีอาการหลงผิด    จึงต้องมี “เลขา” (ลูกสาวคนที่สอง มุทิตา พานิช - ต้อง) ไปเป็นคนดูแล และพาเที่ยว     สาวน้อยบอกว่าหลังจากไปฝึกงานเมื่อปี ๒๕๒๑ อยู่สามเดือนแล้วเธอไม่เคยไปลอนดอนอีกเลย    ซึ่งไม่จริง ตามหลักฐานนี้ (๓) 

ที่ชวนสาวน้อยไปลอนดอนด้วยเพราะผมหวังว่าจะได้ช่วยแก้อาการหลงผิดของเธอ (๒)     เป็นความหวังที่ในที่สุดผมรู้ว่าเป็นความหลงผิดของผม    เพราะในที่สุดผมก็ตระหนักความจริงว่า อาการหลงผิดแก้ด้วยข้อมูลหลักฐานไม่ได้  เพราะความคิดแบบหลงผิดไม่ได้อยู่บนฐานของเหตุผล  แต่อยู่บนฐานของความเชื่อ     

การเตรียมตัวส่วนที่ต้องออกแรงมากที่สุดคือส่วนของสาวน้อยกับต้อง    เพราะเป็นการตัดสินใจแบบฉุกละหุก เหลือเวลาอีกไม่ถึง ๓ สัปดาห์ก็ถึงวันเดินทาง จึงต้องทำวีซ่าแบบด่วน เสียค่าธรรมเนียมคนละ ๔๐๐ เหรียญ    และต้องไปทำแบบไม่นัด จึงต้องซื้อค่าบริการพิเศษอีกคนละเกือบสี่พันบาท    แล้วต้องจึงจัดการจึงซื้อตั๋วการบินไทยชั้นประหยัดอีกคนละเกือบห้าหมื่นบาท    ไปเที่ยวเดียวกันกับผม ซึ่งทาง กสศ. ซื้อตั๋วให้แล้ว    ไปเที่ยว TG 910 เครื่องออก ๐.๕๐ น. วันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๖๒   

ต้องไปแลกเงิน ๕๐๐ ปอนด์ เป็นเงินไทยเพียง ๑๙,๐๑๐ บาท    เงินปอนด์ราคาตกและเงินบาทแข็ง อัตราแลกเปลี่ยนแค่ปอนด์ละ ๓๘.๑ บาท    

เพราะไปสามคน กระเป๋าเดินทางขนาดกลาง ๓ ใบ แท็กซี่ธรรมดาขนไม่หมด ต้องสั่งจองแท็กซี่คันโต ผ่าน Grab     นัดมารับ ๒๑.๑๕ น.   ในช่วงเวลาสองชั่วโมง ระหว่างหนึ่งทุ่มถึงสามทุ่ม สาวน้อยถามผมเกือบสิบครั้งว่าจะไปเมื่อไร     

แท็กซี่มาก่อนเวลา ๑๕ นาที    ลักษณะรถคล้ายแวน ใส่กระเป๋าได้เกินสองเท่าของที่เราเอาไป    ค่ารถตามมิเตอร์ บวก ๑๕๐ บาท    โดยเจ้าของรถต้องจ่ายให้ Grab ๕๐ บาท    คนขับอัธยาศัยดีมาก   

เราเช็คอินที่บริการชั้นธุรกิจทั้งสามคน    คราวนี้เขาเช็คอินให้อีกสองคนที่เป็นตั๋วชั้นประหยัดอย่างเต็มอกเต็มใจ    และเราทั้งสามคนก็ผ่านการตรวจความปลอดภัยและ immigration ส่วนของชั้นธุรกิจได้ทั้งหมด    สะดวกสบายสำหรับสาวน้อยที่เดินช้า   

เราอาศัยบัตรทองของ ดร. ไกรยส และของผมเข้าไปนั่งในห้องรับรองการบินไทย     และเมื่อถึงเวลาขึ้นเครื่องมีคนนั่งรถเข็นหลายคน    ที่เขาให้ขึ้นเครื่องก่อน    และท่าทางของสาวน้อยก็ช่วยให้เขาให้เราขึ้นเครื่องพร้อมคนนั่งรถเข็นทั้งสามคน   

บนเครื่องพนักงานต้อนรับมาทัก เรียกคุณหมอ เพราะคุณยุ้ยผู้อำนวยการแผนกฝึกพนักงานต้อนรับฝากมา     ผมกินอาหารเย็นตอนตีสอง สั่งเนื้อสะโพก มีไวน์แดง Chateau Tour Prignac 2016 ผสมระหว่าง Merlot 56%   Cabernet Sauvignon 44% อร่อยมาก    กิน main course เสร็จ ผมแปรงฟัน กินยาแล้วเข้านอน    แต่ก่อนนอนเขาเข็นของหวานและผลไม้มา  ผมขอบรั่นดีเอามากินให้นอนหลับฝันดี   

หลังจากเครื่องขึ้นแล้ว ผมเดินไปที่ชั้นประหยัด ไปเยี่ยมสาวน้อยและต้องที่ที่นั่ง 63F และ 63E   ที่นั่งชั้นประหยัดก็สบายพอสมควร สบายกว่าสมัยก่อนๆ มาก     ที่จริงผมเดินทางระยะไกลด้วยชั้นประหยัดเป็นครั้งคราว     ก็ไม่ยากลำบาก   แต่หากเดินทางโดยมีหน่วยงานเชิญ เขาก็ซื้อตั๋วชั้นธุรกิจให้    การได้มีประสบการณ์ต่างขั้วหลายๆ แบบ เป็นการเรียนรู้      

เครื่องบินเป็นลำเก่า 777-300 ER   ที่นั่งเอนไม่ราบ และพื้นที่ปลายเท้าแคบ     นอนไม่สบายเท่าเครื่องรุ่นใหม่     ผมนอนตั้งแต่ ๓ น. เวลาไทย หลับๆ ตื่นๆ จน ๘ น. ก็ลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำและตัดสินใจไม่นอนต่อ    ใช้เวลาอ่านรายงานเรื่อง Measuring Innovation in Education 2019   และตีความลงบล็อก  

เครื่องบินลงก่อนเวลา    และผู้โดยสารชั้นธุรกิจได้บัตร Fast Track   เครื่องบินเทียบท่าที่ Terminal 2 – Queen’s Terminal ใหม่เอี่ยมและออกแบบสวยงาม    แต่ต้องเดินไกลมาก ผ่านสามหรือสี่ช่วงทางเลื่อน    เป็นการเดินไปทางใต้ดินไปอีก terminal หนึ่ง    เพื่อผ่านตรวจคนเข้าเมืองและรับกระเป๋า    ดร. ไกรยสกับผมได้บัตร Fast Track   สาวน้อยกับต้องไปเข้าคิวธรรมดา    สักครู่เจ้าหน้าที่ก็พาไปทาง Super Fast Track คือคิวคนนั่งรถเข็น    ผ่านเร็วกว่าผมเสียอีก    จากสนามบินเรานั่งแท็กซี่ยี่ห้อ Mercedes นั่ง ๔ คน กระเป๋าใบโต ๔ คนสบาย    คนขับโอภาปราศรัยดีมาก    ไปถึงโรงแรม Hilton London Bankside เวลาราวๆ ๙ น.   เขาให้เราเข้าไปกินอาหารเช้าใน lounge สำหรับผู้พักห้องพิเศษได้   

ขากลับ เรานั่งแท็กซี่ออกจากโรงแรม เวลา ๑๖.๔๐ น.   รถติดมาก คนขับเลี่ยงเข้าซอยหลายครั้ง    แต่ในที่สุดก็ไปตาม Great West Road ตามเคย     เราผ่านทางนี้หลายครั้งจนจำได้    ใช้เวลาชั่วโมงครื่งก็ถึง Terminal 2 Heathrow Airport   ค่าแท็กซี่ ๗๕ ปอนด์ เราให้ไป ๘๐  

ไปเช็คอินที่เคาน์เตอร์ชั้นธุรกิจการบินไทยทั้งสามคน    แล้วต้องไปแลกบัตร Oyster Card กลับเป็นเงิน ที่สถานีรถไฟ    สาวน้อยกับผมหาที่นั่งรอ (หายาก)    ตอนออกจากเมืองแค่เอาบัตรขึ้นเครื่องสแกนก็จบ    ไม่ต้องใช้เจ้าหน้าที่ตรวจลงตรา        

คิวตรวจความปลอดภัยไม่ค่อยเดิน ระบบไม่ดี ผมไม่ได้เอา ไอแพ็ด ออกจากซอง    เครื่องแยกถาดออกไปช่องต้องสงสัย    เจ้าหน้าที่ต้องเอาไอแพ็ดไปผ่านเครื่องตรวจจับใหม่   

ยังไม่รู้ว่า ทีจี ๙๑๗ ออกจากประตูไหน    ป้ายบอกว่าจะประกาศเวลา ๒๐.๑๕ น.    สาวน้อยกับผมขึ้นบันไดเลื่อนไปนั่งห้องรับรองของ ลุฟท์ฮันซ่า (Star Alliance)    นัดกับต้องว่า เวลา ๒๐.๓๐ น. พบกันที่เก้าอี้นั่งใกล้บันไดเลื่อน    แต่สาวน้อยมีความกังวล   ว่าป้ายบอกว่า Gate B ไกล ต้องใช้เวลาเดิน ๑๕ นาที เธอเดินได้ช้า     ผมอธิบายอย่างไรเธอก็ไม่ฟัง    ในที่สุดเธอลุกขึ้นเดินบอกว่าจะไปเอง    ผมตามไปดูห่างๆ    เธอเดินไปลงบันไดเลื่อนได้ถูก    แต่เมื่อลงไปข้างล่างก็เคว้ง ไม่รู้จะไปทางไหน    ผมบอกให้เธอนั่งแล้วผมเดินหาต้อง    ซึ่งหาไม่พบ    ผมบอกว่าเรานั่งรอก่อน เพื่อรอดูประกาศว่า TG 917 ออกจาก Gate ไหน   

จนราวๆ ๒๐ น. จึงเห็นต้องมานั่งอยู่ตรงจุดนัดพบ   สาวน้อยจึงคลายกังวล    เวลา ๒๐.๑๖ น. ป้ายบอกว่า TG 917 ออกที่ Gate B 38    เราจึงออกเดินไป คนเดินช้าใช้เวลา ๑๕ นาทีตามที่เขาบอก    ที่ Gate B 38 คนนั่งรอมากมาย แต่ก็พอหาที่นั่งได้  

ผมได้ที่นั่ง 14B   สาวน้อยกับต้องนั่ง 62 E กับ F   ผมไปเยี่ยมเธอหลังเครื่องขึ้น   บนเครื่องผมกินอาหารค่ำ เลือกสเต๊กเนื้อ กินกับไวน์แดง Pinot Noir อร่อยมากเช่นเคย    กินอาหารหลักเสร็จผมกินยาค่ำ แปรงฟัน และขอบรั่นดีมาดื่มก่อนนอน    ผมนอนได้ถึง ๗ ชั่วโมง โดยตื่นไปเข้าห้องน้ำสองครั้ง    เครื่องบินลง ๑๔.๕๐ น. เร็วกว่ากำหนด ๑๐ นาที

ออกจากงวงเชื่อมเครื่องบินกับสนามบิน ผมได้เห็นบรรยากาศสังคมไทย    คือมีเจ้าหน้าที่และรถไฟฟ้ามารอรับเจ้านายคับคั่ง    สภาพนี้ไม่มีในโลกตะวันตก    ทำให้ผมสงสัยว่า สังคมไทยเราหมดเปลืองไปกับสิ่งไม่จำเป็นสำหรับสังคมไร้ชนชั้น   แต่เป็นหน้าตาของชนชั้นสูงในสังคมชนชั้น ไปแค่ไหน   

ผมนัดคุณหมีเอารถมารับ เพราะกระเป๋าขนาดใหญ่สามใบแท็กซี่ขนได้ไม่หมด    เวลาเกือบ ๑๘ น. เราก็ถึงบ้าน            

วิจารณ์ พานิช

 ๒๘ กันยายน ๒๕๖๒

 ห้องรับรองการบินไทย  ระหว่างเดินทางไปเชียงใหม่


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)