ฝันฝันให้ไกล  ไปให้ถึง........................

                                                                                                                   ดอกไม้สีขาว
            ฝันให้ไกล  ไปให้ถึง  ข้อความนี้เป็นข้อความที่ผู้เขียนนำมาใช้ตั้งแต่ครั้ง เยาว์วัย จนถึงปัจจุบันนี้  ซึ่งผู้เขียนถือว่า  เป็นข้อความที่สร้างกำลังใจให้ผู้เขียนมีความมานะพยายาม ทำทุกสิ่งได้อย่างสมหวังและประสบผลสำเร็จ.....ทุกครั้งไป
            แต่วันนี้  ไม่คาดคิดมาก่อนว่า ข้อความนี้จะได้มาใช้ในวันนี้  วันที่ผู้เขียนมีภาระและหน้าที่  ที่จะต้องนำนักเรียนเข้าร่วมงาน  วันยุวกวี  ครั้งที่  29”  ที่กรุงเทพฯ  เชียวนะ!  ผู้เขียนอดเป็นกังวลไม่ได้ว่า เรา....  พาเด็กฝันไกลหรือเปล่า  ผู้เขียนได้คุยปรึกษากับคุณครูบัวผินว่า ฝันไกล  ไหมพี่  แต่.......ไม่เป็นไร  ผู้เขียนจะพาเด็กตามหาความฝัน  อย่างที่ท่าน  ผอ.  ศักดิ์พงศ์  ได้เป็นผู้จุดประกายความฝันให้  ท่านบอกว่า ผมไม่ได้หวัง ชัยชนะหรือรางวัล  หากแต่สิ่งที่อยากได้  คือให้เด็กได้ประสบการณ์     เป็นคำพูดที่ให้กำลังใจ  ให้กับผู้เขียน (อีกแล้ว)
และแล้ว   การประสานงานก็ผ่านไปด้วยดี  คุณครูพรทิพย์ประสานงานกับสโมสรยุวกวี  ผอ.ช่วยติดต่อที่พักให้  คุณครูบัวผินติดต่อรถ  ส่วนผู้เขียนก็เตรียมเด็กเพื่อเข้าแข่งขัน  สร้างฝันให้เป็นจริง
สายฝนโปรยปราย......  สายของวันที่  17  สิงหาคม  2549  ขบวนนักล่าฝัน       วันยุวกวี  ก็เดินทางในเวลา  09.09  น.  เด็กๆ  ดูตื่นเต้น  พูดคุยกันเบาๆ  จนกระทั่งผ่านทุ่งสำริด  จู่ๆ  ผอ.  ก็ถามนักเรียนว่า  ทราบไหมว่าที่นี่  เขาเรียกอะไร  สำคัญอย่างไร  เด็กๆ นั่งเงียบ  สุดท้ายเราแอบกระซิบบอก และในวินาทีนั้นเอง  ความคิดก็เกิด  นั่งเฉยอยู่ไย  มากรุงเทพทั้งที่ แถมมาในงานยุวกวี  อีกต่างหาก เรามาแต่งนิราศกันเถอะ    ก็มีคำถามจากเด็กๆ  อีกว่า  นิราศ  คืออะไร  ผู้เขียนจึงได้อธิบายให้เด็กๆ  ฟังว่านิราศ  ก็คือการแต่งคล้ายๆ  กับกลอนสุภาพ  ที่มีการบรรยายถึงสถานที่ที่เราเดินทางไป  ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่ประทับใจ  หรือสถานที่สำคัญเมื่อทุกคนเข้าใจ  ผู้เขียนได้เริ่มต้นบทนิราศให้ว่า  นิราศร้างห่างเม็กดำใจอาวรณ์  แล้วทุกคนก็ช่วยกันต่อ  เติม  เสริมแต่ง  ถูกบ้าง  ผิดบ้าง  โดยมีครูช่วยแนะ  ช่วยแก้ไข  บรรยากาศเป็นไปอย่างสนุกสนาน แวะทานข้าว  ชมวิวข้างทาง  พร้อมกับแต่งนิราศไปจนถึง  มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร  สถาบันที่สร้างครูฝีมือดีมีชื่อเสียง  ท่าน ผอ.  เป็นมัคคุเทศก์  นำเที่ยวรอบๆ  จนถึงเวลาอันสมควรที่จะต้องพักผ่อน  เพื่อให้นักกลอนน้อย  ได้นอนหลับ  เพื่อเตรียมตัวลงสู่สนาม  ......การล่าฝัน  ในวันพรุ่งนี้
            เช้าแล้ว......เด็กๆ  ตื่นเต้นกันใหญ่  เสียงอึกทึกคึกโครมบนโรงแรม  เราก็อดไม่ได้ที่จะสวมวิญญาณความเป็นครู  เงียบหน่อย  แต่งตัวให้เร็ว และเบาด้วย  สุดท้าย         ทุกคนลงมาขึ้นรถศรีนคร  ที่บริการด้วยความประทับใจ  เดินทางสู่สนามการแข่งขัน   บทกวี  มรดกไทยที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์  เมื่อพาเด็กๆ  เข้าไปในห้องที่จัดงาน วันยุวกวี  ทุกคนตื่นเต้นมาก  ห้องแต่ละห้องจัดได้ดี  ดูมีมนต์ขลัง  สร้างบรรยากาศให้เข้ากับงานได้อย่างดี  ภายในงานมีการจัดวาง โล่เกียรติบัตร  และจัดวางผลงานของยุวกวีที่ได้รับรางวัล ในปีนี้   ทั้ง  4  คน  ทุกคนเดินชมนิทรรศการในช่วงที่รอพิธีเปิด  ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก  เดินดูหนังสือที่นำมาจำหน่าย  ได้ติดมือมาหลายเล่ม  งานนี้ถือว่าคุ้มมาก  เพราะส่วนผู้เขียนก็ชอบหนังสือเหล่านี้อยู่แล้ว 
            เห็นบรรยากาศวันนี้  ทำให้อดคิดถึง  ครั้งที่เป็นนักศึกษาไม่ได้  ในเวลาว่างเราชอบที่จะเขียนบันทึกบ้าง แต่งกลอนบ้าง  เราเคยฝันไว้ว่า อยากจะเป็นนักเขียน  แต่ผ่านมาจนถึงวันนี้ ผู้เขียนก็ยังไม่มีผลงานที่เป็นชิ้น ซักเรื่อง  เพราะบ้างเรื่องก็เป็นการถ่ายทอดความรู้สึกส่วนตัวเกินไป  ผู้เขียนก็คงเก็บไว้อ่านคนเดียว  บ้างเรื่องก็เขียนเพื่อ คนตาย  เคยอยากนำไปตีพิมพ์เหมือนกัน  แต่มีอยู่เรื่องหนึ่ง ที่ผู้เขียนจะต้องนำมาตีพิมพ์ให้ได้ คือ เรื่องที่ผู้เขียนเขียนเพื่อคนที่เรารักเรา มากกว่าชีวิต  หากไม่มีโอกาสได้ตีพิมพ์ เราขอแค่ พิมพ์ใจ  ก็เพียงพอ 
        นั่งนึกถึงอดีตมาตั้งนาน  งานเริ่มแล้วท่านผู้อำนวยการมหาวิทยาลัยศรีปทุมกล่าวรายงานการจัดงานต่อ ผอ.กองสลาก  จากนั้นการแข่งขันก็เริ่มขึ้น...........
          เด็กที่เตรียมแข่งขัน  แบ่งออกเป็นชุด  การแข่งขันดำเนินการไปเรื่อยๆ  ไม่มีหยุดพักเทียง  กิจกรรมการแข่งขันมีทั้งการแต่งกลอนสด  เล่นเกมภาษาไทย  ทายปัญหาภาษาไทย  วาดภาพ  กิจกรรมหมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ  เรากับคุณครูทุกคน  นั่งรอลุ้น     ลูกศิษย์อย่างใจจดใจจ่อ  ทึ่งในความมีคุณธรรมของเด็กๆ  ที่มาเข้าแข่งขัน  โดยเฉพาะเกมภาษาไทย  หากใครไม่มีความซื่อสัตย์ก็สามารถที่หันหน้ามาถามคุณครูที่พาไปได้....  แต่นี้ต่างคนต่างใช้ความสามารถขอตนเอง ถูกผิด ไม่สนใจ  ใช้ความสามารถของตนเอง  ทุกคนสนุกกับการแข่งขัน  เวลาผ่านไม่นานเท่าไหร่ไม่รู้  รู้แต่ว่า  16.00  น.  ข้าวเที่ยงยังไม่ได้กินเลย (เฉพาะครู)
            เวลาที่รอคอย...ก็มาถึง  รอลุ้น ถึงแม้จะไม่มีความหวัง  แต่เราก็จะไม่ไร้ซึ่งความหวัง  ผู้เขียนพาเด็ก มานั่งรอ  สุดท้ายสิ่งหวังก็เป็นจริง  พวกเราได้มีโอกาสพบ คุณเนาวรัตน์  พงษไพบูลย์  กวีซีไรท์  และกวีศรีรัตนโกสินทร์  ผู้เขียนได้อธิบายประวัติของท่านให้เด็กๆ ได้ฟัง  แล้วบอกพวกเขาว่า  นี้คือ ตัวอย่างที่มีคุณค่า น่าเอาอย่าง
            ซักพัก  ผู้เขียนกับครูปู  กระวนกระวายใจมาก  กระสับกระส่าย  ผล            การแข่งขันก็ยังต้องรอลุ้น  คนก็เยอะ เหลียวหน้า แลหลัง  สุภาพร  หาย!  สะกิดให้อนันต์ไปตามเพื่อนก็เกรงจะหายไปอีกคน  จะโทรศัพท์ ก็ไม่ได้  สุดท้ายผู้เขียนตัดสินใจว่า รออีกนิด  เดี๋ยวก็เลิกแล้ว  และเขาอาจลงไปรอที่รถแล้วก็ได้  แล้วก็จริงอย่างว่า  สุภาพรและเพื่อนรอที่รถ บอกว่าเหนื่อย...... เฮ้อ !  โล่งอก
วินาทีของการเดินตามฝัน  จบลงอย่างสวยงาม  ยุวกวีทั้ง  4  คนขึ้น   รับรางวัลอย่างภาคภูมิใจ  ยุวกวีรุ่นพี่มากล่าวลาตำแหน่ง (เหมือนนางงาม)  ถือว่าเป็นงานที่ยิ่งใจ  น่าภูมิใจมาก  ถึงแม้ตอนนี้  งานยุวกวีจะมีเฉพาะ  คนรักกลอน  ให้ความสนใจ  แต่ต่อไป  หากเด็กไทยยังมีคนหัวใจบทกวี  เรื่องของกาพย์กลอน  ก็คงอยู่คู่กับคนไทย ตราบนานเท่านาน  ผู้เขียนก็ได้แต่หวังว่า  คงจะเป็นเช่นนั้น  และ  ผู้เขียนผู้หนึ่งจะขอเป็นผู้สานฝัน  และจุดประกายฝันให้กับคนที่มีหัวใจรักในงานกวี  ต่อไป 

<address class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: 36pt"> อยากจะปั้นดินให้เป็นดาวเพื่อพราวแสง </address><address class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt">            อยากจะแต่งแต้มเติมฝันให้เฉิดฉาย</address><address class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt">             อยากเห็นดาวเจิดจรัสอยู่เรียงราย </address><address class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt">             อยากเห็นดาวประกายไปนิรันดร์   </address><address class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"></address><div class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"> <address class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center"></address>        <p> </p> </div>