GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ระบบนั้นสำคัญ แต่ “HR” สำคัญกว่า ...HR ที่ว่านี้คืออะไร?

       หลายคนที่เคยฟังผมบรรยาย อาจเข้าใจผิด คิดว่าที่ผมหันมา เล่นเรื่องคน เล่นเรื่องใจ  นั้น เป็นเพราะผม  หมดความเชื่อมั่นในระบบ

ระบบ ยังมีความสำคัญและยังจำเป็นอยู่ครับ.... เรียกได้ว่าเป็น “Minimum Requirement”  คือเป็นความจำเป็น ขั้นพื้นฐาน  แต่สิ่งที่ Advance (สำหรับผมในตอนนี้) ก็คือเรื่อง ใจของคน ครับ  ถ้าเมื่อไรที่เราได้ ใจของคน นั่นคือจุดเริ่มต้นของ พลังที่แท้จริง 

การปรับปรุงระบบอาจทำให้เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ 20-30 % แต่หากใจของคนได้พัฒนา  ทำให้เขาได้เห็นคุณค่าของงาน เกิดการทำงานที่มาจากใจ ทำให้ได้ใช้ศักยภาพที่แท้จริง จากที่เคยใช้ศักยภาพเพียงแค่ 10 %  กลายมาเป็น 40-50 % ก็จะได้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว....

เห็นไหมครับว่าเรื่องคน  เรื่องใจ นั้นสำคัญเพียงใด ในยุคนี้ใครๆ ก็พาพูดกันพูดว่าเรื่อง HR นั้นสำคัญเพียงใด ....ใช่เลยครับ ยุคนี้เป็นยุคของ HR ...เพียงแต่ว่า HR ของผมไม่ได้ย่อมาจาก “Human Resource” นะครับ สำหรับผม HR นั้นย่อมาจาก “Heart Revolution” เป็นการ ปฏิวัติที่เริ่มกันที่ใจ ครับ และถ้าทำได้ก็จะได้ HR ที่มาจากคำว่า “Happiness Revolution” ในที่ทำงานครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): ความสุขhappyworkplaceqwl
หมายเลขบันทึก: 67114
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 6
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (6)

เห็นด้วยกับอาจารย์ที่สุดเลยค่ะ ที่ทำงานตอนนี้น้องๆเริ่มหมดกำลังใจในการทำงาน ทำให้รู้สึกเป็นห่วงองค์กรเหลือเกิน ตัวเองก็เริ่มหมดกำลังใจเหมือนกัน..แต่ต้องพยายามสร้างกำลังใจให้ตัวเองเสมอๆ..และพยายามที่จะมีความสุขในการทำงานด้วยเพราะว่าเวลาส่วนใหญ่ของชีวิตอยู่ที่ทำงานมากกว่าอยู่ที่บ้านค่ะ...อยากให้ผู้บริหารได้คิดแบบอาจารย์บ้างค่ะ...ขอบคุณอาจารย์ที่ให้สิ่งดีๆมากมาย..หนูเข้ามาอ่านประจำแต่ไม่ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นค่ะ..ไม่ได้เป็นกรรมการ KM แต่ชอบวิธีการ..ที่ชอบมากๆคือการได้เล่าเรื่องราวดีๆที่ได้พบให้น้องๆและเพื่อนๆฟังค่ะ

  ขอบคุณครับ
     พูดใหม่ให้คิดกันต่อครับ ด้วยการนำ วาทกรรม ของอาจารย์มา เล่น ต่อ
    เรื่องของ HR  จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจัดการให้เกิด HR ขึ้นในองค์กร ทำมากเข้าก็เข้าสู่ระดับ HR ได้ในที่สุด .. ถึงตอนนั้นองค์กรก็จะเต็มไปด้วย H และรอยยิ้มครับ ...

ตามอ่านของอาจารย์ทำให้เรียนรู้คำแปลกๆและน่ารักๆค่ะ     สามีเสพติดเกมโดยที่จะหยุดเล่นเฉพาะเวลาเข้าห้องน้ำและนอน    ดิฉันบ่นแต่ไม่เกิดอะไรจนกระทั่งเลิกบ่นไปเองและดิฉันก็มาติดblogแทน(อ่านของอาจารย์และอาจารย์วิจารณ์ไม่ค่อยทัน)     ขณะนี้ต่างคนต่างอยู่ (หน้าจอ)ค่ะ

ตามอ่านblogรู้สึกผู้บริหารจะเป็นจำเลยคนแรกขององค์กรเลยนะคะ     เฮ้อ!

เห็นด้วยค่ะ องค์ให้ผู้บรหารของดิฉันเข้าใจ“Heart Revolution” เป็นการ ปฏิวัติที่เริ่มกันที่ใจ” ของอาจารย์จังค่ะ

ผมเห็นว่าพระพุทธเจ้า เป็นผู้ที่สร้างใจได้เก่งที่สุด เพียงแต่ท่านเทศน์สักพัก คนกลายเป็นพระอรหันต์ ซึ่งก็จะทำงานได้อย่างดีที่สุด   แต่ในยุคสมัยนี้คงไม่มีใครเก่งขนาดนั้นเราจึงต้องมาทำเรื่องอ้อมๆ สร้างกฎเกณฑ์ต่างๆ เพื่อให้คนทำงาน   ผมจึงเห็นด้วยกับอาจารย์ประพนธ์ที่สนใจจะหาทางทำเรื่องใจ ซึ่งหากสำเร็จน่าจะเป็นทางที่ประหยัดและยั่งยืน

ขณะนี้การทำกิจกรรมต่างๆ ในหน่วยงานยังต้องขับดันด้วยเงิน เช่นเป็นค่าอาหาร เป็นเสื้อทีมหรือแม้แต่เป็นเงิน ซึ่งเป็นสิ่งไม่ค่อยน่าสบายใจ และไม่น่าจะยั่งยืน หรือเป็นการสร้างแบบอย่างที่ไม่ดีให้แก่คนรุ่นต่อไปที่ทำทุกอย่างต้องมีสิ่งตอบแทน (แบบหยาบบ้าง ละเอียดบ้าง)

รัฐบาลเริ่มพูดถึงคำว่าจิตอาสาสมัคร คงจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีจุดหนึ่งนะครับ

เห็นภาพเลยครับอาจารย์ ตอนนี้กำลังประสบปัญหา เรื่องระบบกะเรื่องคน  ผมเป็น HR ผมเน้นที่คน คนอย่างเดียวไม่พอ ต้องได้ใจคน และผมเห็นด้วยกะอาจารย์ที่ว่า ถ้าได้ใจคน การทำอะไรๆ ให้เกิดขึ้นกับองค์กร คงมีชัยไปกว่าครึ่ง ใช่ไหมครับ อาจารย์