TOYOTA WAY วิถีสู่ความเป็นเลิศของโตโยต้ากฤชชัย อนรรฆมณี[] [email protected] หากเอ่ยถึงรถยนต์ “โตโยต้า” แล้ว ถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่รู้จักกันดีในบ้านเรา โตโยต้ากินส่วนแบ่งการตลาดเข้าไปถึงเกือบ 40% และมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องติดต่อกันมาหลายปี ทิ้งห่างอันดับ 2 ไปไกลพอสมควร ในบรรดาโรงงานโตโยต้าที่ตั้งอยู่ในประเทศต่างๆ ทั่วโลกนั้น หากจัดอันดับปริมาณการผลิตโดยไม่นับบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่นแล้ว ประเทศไทยเป็นอันดับ 2 รองจากสหรัฐอเมริกาเท่านั้น หลังจากที่บริษัทแม่ได้ตกลงย้ายฐานการผลิตรถกระบะ Vigo เข้ามาในประเทศไทย เพื่อเป็นแหล่งผลิตและส่งออกไปทั่วโลกสำหรับภาพรวมระดับโลกของโตโยต้า นิตยสาร Fortune ฉบับ Global 500 ล่าสุด ได้มีการจัดอันดับของบริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลกตามธรรมเนียมที่ปฏิบัติมาทุกปี โดยวัดจากข้อมูลของปี ค.ศ.2004 ผมได้หยิบข้อมูลของบริษัทในอุตสาหกรรมยานยนต์ 5 อันดับแรก ข้อมูลเป็นไปตามตารางข้างล่างนี้ครับ
| อันดับ | CORPORATION |
รายได้ (ล้านเหรียญสหรัฐ) |
% รายได้เปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับปีก่อน | กำไร(ล้านเหรียญสหรัฐ) | อันดับ กำไร | จำนวนพนักงาน (คน) |
| 1 | General Motor | 193,517 | -0.9 | 2,805 | 7 | 324,000 |
| 2 | Daimlerchrysler | 176,687 | 12.8 | 3,067 | 6 | 384,723 |
| 3 | Toyota | 172,616 | 12.7 | 10,898 | 1 | 265,753 |
| 4 | Ford Motor | 172,233 | 4.7 | 3,487 | 5 | 324,864 |
| 5 | Volkswagen | 110,649 | 12.2 | 842 | 15 | 342,502 |
ข้อมูลถัดมาคือจำนวนพนักงานก็น่าสนใจครับ ในขณะที่รายอื่นๆ
มีจำนวนพนักงาน 3 แสนคนขึ้นไปทั้งสิ้น
แต่โตโยต้ามีพนักงานที่น้อยกว่า คือประมาณ 2 แสน
6 หมื่นกว่าคน ดังนั้น
ถ้าคำนวณความสามารถในการทำกำไรของพนักงาน 1 คน
ตัวเลขที่ได้ของโตโยต้าก็จะยิ่งเหนือกว่าเจ้าอื่นๆ
ยิ่งขึ้นไปอีกยอดขายทั่วโลกของโตโยต้าในปี
ค.ศ.2004
อยู่ที่ประมาณ 7.5 ล้านคัน
และด้วยการเจริญเติบโตต่อเนื่อง เป้าหมายของบริษัทคือ
ส่วนแบ่งตลาดโลก 15% ภายในปี ค.ศ.
2010 นั่นหมายความว่าน่าจะทำให้โตโยต้ากลายเป็น
“ผู้ผลิตรถยนต์อันดับ 1 ของโลก”
แทนที่ General Motor!
เบื้องหลังผลประกอบการที่ดีเยี่ยมเช่นนี้
ได้มีการพูดถึงเป็นกรณีศึกษาอยู่มากมาย โดยเฉพาะ
ระบบการผลิตแบบโตโยต้า (Toyota Production System)
หรือที่รู้จักกันแพร่หลายในเรื่องของ
JIT (Just in Time) การผลิตแบบทันเวลาพอดี
และกลายเป็นรากฐานแนวคิดที่ฝรั่งจับมาแต่งตัวปะแป้งใหม่กลายเป็น
Lean System
ซึ่งเดี๋ยวนี้ตำราเรียนทางด้านการจัดการการผลิตในปัจจุบัน
ก็จะพูดถึงกันทั้งสิ้น และล่าสุด
ท่านที่แวะตามร้านหนังสือก็จะเห็นหนังสือ Toyota Way
ที่เพิ่งแปลเป็นภาษาไทยออกวางจำหน่าย
ก็จะมีการพูดถึงแนวคิดและการปฏิบัติที่เป็นเลิศเหล่านี้อยู่เช่นกัน
สนใจลองไปหาอ่านกันดูครับ (แต่หัวข้อในหนังสือจะต่างกับ Toyota
Way ที่เราจะพูดถึงต่อไปครับ)แล้วข้างในบริษัทโตโยต้าเองล่ะครับ
ได้มีการพูดถึงปรัชญาหรือแนวคิดในการทำงานของตนเองอย่างไร? ในปี
ค.ศ.2001 ก็ประมาณ
4 ปีมาแล้ว ประธานของ Toyota Motor Corp.
คนก่อนหน้านี้คือ Mr.Fujio Cho
ก็ได้ประกาศ The Toyota Way 2001
เพื่อให้เป็นแนวทางร่วมกันของบริษัทในเครือโตโยต้าทั้งหมด
และเป็นจุดเริ่มต้นของคำว่า Toyota Way
(ประธานคนปัจจุบันชื่อ Katsuaki Watanabe
เพิ่งรับตำแหน่งไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา)ในการประกาศ
Toyota Way นั้น Mr.Cho กล่าวว่า
ที่ต้องนำ Toyota Way
หรือวิถีของโตโยต้ามาพูดกันอย่างเป็นทางการก็เพราะว่า
บริษัทเองในตอนนี้ได้เจริญเติบโตเป็นอย่างมาก
จนกลายเป็นองค์การระดับโลก มีโรงงานโตโยต้า
หรือบริษัทในเครือเกิดขึ้นมากมายในหลายประเทศ หลากหลายวัฒนธรรม
แต่เดิมปรัชญาพื้นฐานหรือแนวคิดในการทำงานมีจุดเริ่มต้นจากบริษัทแม่ในญี่ปุ่น
ที่เกิดจากการเรียนรู้ในการทำงานจริง และถ่ายทอดสู่พนักงานรุ่นต่อรุ่น
ด้วยความใกล้ชิดกันระหว่างพนักงานและผู้บริหาร
สำหรับในปัจจุบัน ด้วยการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว
วัฒนธรรมเหล่านี้อาจมีการเบี่ยงเบนไป
จึงควรกำหนดปรัชญาดังกล่าวให้ชัดเจน
และสื่อสารอย่างเป็นทางการไปยังพนักงานทุกคนเพื่อให้ยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติหรือวัฒนธรรมองค์การของโตโยต้าทั่วโลก
ภายใต้ปรัชญาของ “Toyota Way” และใช้เป็นแบบแผนร่วมกันอย่างไรก็ตาม
สิ่งหนึ่งที่ Mr.Cho
เน้นย้ำคือ Toyota Way ไม่ใช่
Japanese Way หรือเป็นแนวทางญี่ปุ่น
แต่เป็นสิ่งที่เป็นพื้นฐานใช้ได้กับ Toyota ทั่วโลก
นอกจากนั้นต้องไม่ใช่สิ่งที่หยุดนิ่ง
และได้รับการปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งก็สอดคล้องกับแนวคิดของ Kaizen
ที่เราจะได้พูดถึงกันต่อไปครับความจริงแล้วเนื้อความของ
Toyota Way ไม่ใช่เรื่องใหม่
เป็นหลักการที่ผมคิดว่าหลายๆ ท่านก็คงจะเคยได้ยินกันอยู่แล้ว
แต่ถูกนำมาตอกย้ำกันอีกครั้ง
ลองมาดูรายละเอียดที่ทางโตโยต้ากำหนดกันครับToyota
Way แบ่งออกเป็น 2 เสาหลัก คือ
“การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง” (Continuous
Improvement) และ
“การเคารพนับถือในคน” (Respect for
People) ข้อที่น่าสังเกตคือ ในเสาหลักที่ 1
นั้นจะเป็นการพูดถึงในมุมมองของ
“งาน”
การปรับปรุงพัฒนางานด้วยความคิดที่ไม่เคยพอใจกับสภาพในปัจจุบันและแสวงหาสิ่งที่ดีกว่าอยู่ตลอดเวลา
ด้วยความคิดที่สร้างสรรค์ และการทุ่มเทความพยายาม
ในขณะที่เสาหลักที่ 2 จะเป็นการพูดถึง
“คน”
หรือพนักงานในองค์การนั่นเอง ซึ่งมาจากความเชื่อที่ว่า
ความสำเร็จในธุรกิจนั้นมาจากการสร้างสรรค์ของพนักงานแต่ละคน
และจะยิ่งมีพลังมากขึ้น
เมื่อรวมตัวกันขึ้นมาเป็นทีมที่เข้มแข็ง
|
TOYOTA WAY |
|
Continuous Improvement |
|
Challenge |
|
Kaizen |
|
Genchi / Genbutsu |
|
Respect |
|
Teamwork |
|
Respect for People |
จาก 2
เสาหลักนี้ก็ยังแบ่งย่อยออกไปเป็นอีก 5
เรื่องย่อยคือ Challenge, Kaizen,
Genchi/Genbutsu, Respect และ
Teamwork
แนวคิดหลักของแต่ละตัวจะอยู่ในกรอบด้านล่างนี้ครับ
Challenge
– เรากำหนดวิสัยทัศน์ข้างหน้าอย่างท้าทาย
และมุ่งมั่นในการทำความฝันนั้นให้เป็นจริง§
§
จิตวิญญาณแห่งการท้าทาย ความมุ่งมั่นอย่างสร้างสรรค์§
มุมมองระยะยาว ความยั่งยืน§
การพิจารณา การตัดสินใจ อย่างรอบคอบ คำนึงถึงความเสี่ยง Kaizen – เราปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดยั้ง เพื่อนำไปสู่การพัฒนา และการเจริญเติบโต§
จิตวิญญาณแห่งการปรับปรุง และความคิดพัฒนาอย่างก้าวกระโดด§
สร้างระบบและการทำงานที่ปราศจากความสูญเสีย (Lean)§
รณรงค์ส่งเสริมองค์การแห่งการเรียนรู้ Genchi / Genbutsu - เราปฏิบัติตามแนวคิด Genchi / Genbutsu ไปที่ต้นตอหรือแหล่งกำเนิด เพื่อดูสภาพที่แท้จริง ค้นหาข้อเท็จจริง ทำให้สามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง โดยการหาฉันทามติร่วมกันของทีม และสามารถบรรลุเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วที่สุด§
การสร้างฉันทามติอย่างมีประสิทธิผล§ มุ่งมั่นต่อการบรรลุเป้าหมายRespect - เราเคารพนับถือ ให้เกียรติ พยายามทำความเข้าใจผู้อื่น ร่วมรับผิดชอบ และทำสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อสร้างความเชื่อถือร่วมกัน (Mutual Trust)§
ให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์การ (Stakeholders)§
ความเชื่อถือและความรับผิดชอบร่วมกัน§
การสื่อสารอย่างจริงใจ เปิดเผย Teamwork - เรากระตุ้น สนับสนุนและสร้างโอกาส ต่อการเจริญเติบโต พัฒนา ในส่วนบุคคลและอาชีพการงาน ควบคู่ไปกับผลการทำงานที่ดีที่สุด ทั้งของตัวพนักงานเองและทีม§
ให้ความสำคัญต่อการศึกษาและการพัฒนาของพนักงาน§
นับถือความเป็นส่วนบุคคล พร้อมกันกับตระหนักถึงพลังของทีม ในคำประกาศนั้นได้มีการบันทึกคำกล่าวของบุคคลสำคัญของโตโยต้าที่น่าสนใจ
ผมลองเลือกมาฝากด้วยครับ
“พวกเราที่โตโยต้า
ยินดีต้อนรับการแข่งขันอันเข้มข้นจากกลุ่ม Detroit
ประการแรกเพราะว่าผู้ผลิตยานยนต์สามารถเรียนรู้จากกันและกันได้
ประการที่ 2
การแข่งขันผลักดันให้เกิดการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งเป็นสิ่งที่จะรับประกันได้ว่าองค์การจะอยู่รอดต่อไปในอนาคต
ประการที่ 3
การแข่งขันทำให้เรามั่นใจต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างเข้มแข็ง
และประการสุดท้าย
การแข่งขันทำให้ลูกค้าของเราได้รับผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้น
ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรจะเป็นไปอยู่แล้ว” (Yale Gieszl, Former
Executive Vice President, Toyota Motor
Sales) “การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
เป็นส่วนหนึ่งของวิถีทางแห่งการทำงานในทุกๆ วันของเรา
นั่นเป็นส่วนที่สำคัญอย่างยิ่งต่อระบบการผลิตของโตโยต้า
ซึ่งขึ้นอยู่กับพนักงานทุกๆ คน (Alex Waren, Former Senior
Vice President, TMMK) “เข้าไปสังเกตที่บริเวณกระบวนการผลิต
ด้วยจิตใจที่เปิดรับสิ่งที่พบ ไม่คิดทึกทักหรือคาดการณ์ไปก่อน
จากนั้นให้ถาม “ทำไม” 5 ครั้ง (5
Why) ในทุกเรื่อง” (Taiichi
Ohno) “ผมเชื่อว่าลูกค้าของเราซื้อโตโยต้า
เพราะว่าคุณภาพในทุกส่วนของบริษัท
แน่นอนว่าประการแรกคือผลิตภัณฑ์ที่ได้คุณภาพ
แต่มากไปกว่านั้นคือกระบวนการทำงานในด้านอื่นๆ ทั้งหมด การออกแบบ
วิศวกรรม การบริหารจัดการ และการจัดจำหน่าย (Robert
B.McCurry Former Executive Vice President, Toyota Motor
Sales) “พนักงานคือสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุดของโตโยต้า
และเป็นสิ่งที่ชี้ถึงความรุ่งโรจน์หรือตกต่ำของบริษัท
และในเมื่อพนักงานคือผู้สร้างรถยนต์ ดังนั้น
พนักงานจะเริ่มลงมือได้ก็ต่อเมื่อเขาได้รับการอบรมและพัฒนาที่เพียงพอแล้ว
(Eiji Toyoda) จากความสำเร็จที่ผ่านมาของโตโยต้า
หากมองต่อไปในอนาคต
นับเป็นสิ่งที่ท้าทายบริษัทอย่างยิ่งว่าจะรักษาความสามารถนี้ไว้ได้ต่อไปหรือไม่
ในนิตยสาร Time
ฉบับเดือนสิงหาคม
มีบทสัมภาษณ์ประธานคนใหม่ Mr.Katsuaki Watanabe
ที่สะท้อนถึง Toyota Way
ผมเรียบเรียงมาฝากส่งท้ายตรงนี้ครับ