เปาฉ่องโก  คนจีนโพ้นทะเลที่กลับสู่บ้านเกิดที่เมืองจีน​ ในช่วงสุดท้ายของชีวิต

เล่าเรื่องโดย พนิดา​ เกียรติ​กำจร​ ​(ต้อย)​

อาปาชื่อ​ เปาฉ่อง  แซ่ยับ​  เป็นคนจีนแคะ​  บ้านอยู่ตอนใต้ของประเทศจีน​ พ่อแม่เสียชีวิตตั้งแต่ยังเด็ก ย่าเป็นผู้เลี้ยงดูมาตลอด​

อาปามีลุงอยู่ที่เมืองไทย​ เป็นช่างทองอยู่ที่ลพบุรี​  ลุงชวนให้มาอยู่ด้วย​กันที่เมืองไทย

อายุ​ 14​ ปีได้ลงเรือมากับเพื่อน​ เพื่อนคนนี้ต่อมาได้มาเปิดร้านทำเข็มขัดเงินอยู่แถวเสาชิงช้า​ อาปามากรุงเทพจะมาพักอยู่กับเพื่อนคนนี้ตลอด

อาปามาอยู่ที่ลพบุรีกับลุง​ ช่วยลุงทำทองจนชำนาญ​   ก็ย้ายมาเปิดร้านทำทองที่แก่งคอย​  ชื่อร้านอุดมสิน​   คนแก่งคอยจะเรียกอาปาว่า​ เปาฉ่องโก​  คำว่าโก​ เป็นภาษาจีนแคะหมายถึงพี่ชาย​ 

อาปาเป็นคนมีทักษะ​ดีมากในทางช่าง​  นอกจากทำทองแล้ว​ ยังรับซ่อมนาฬิกาโดยเรียนรู้การซ่อมด้วยตนเอง​  ซ่อมตะเกียงเจ้าพายุ​ และของใช้อื่นๆ

อาปาสอนว่า​การซ่อมอะไรก็ตาม​ ให้ดูองค์​ประกอบรวมของทั้งหมดก่อนว่าต้องอยู่ในสภาพครบ​ถ้วน อย่าให้ชิ้นส่วนใดหายไป​  แล้วค่อยๆไล่ตรวจดูการทำงานของแต่ละจุด​ เพื่อหาจุดเสีย​ ถ้าชิ้นส่วนใดหายไป​จะไม่มีสิทธิ์​ซ่อมเลย

อาปาเป็นคนทันสมัย​ ชอบสิ่งผลิตที่ออกใหม่ทุกชนิด เช่น  วิทยุ​  ทีวี​  ทีวีสี​  ​เครื่องเล่นเทป​ จะซื้อทุกอย่างที่ออกใหม่ทันทีและเรียนรู้การทำงานของสิ่งนั้น​  เมื่อมีปัญหา ก็จะซ่อมเอง​  ที่บ้านจึงมีแต่ของใช้ที่ทัน​สมัยใช้ตลอด

ร้านอุดมสิน​จึงเป็นที่ที่เด็กๆแถวนั้นมานั่งดูทีวี​และฟังวิทยุกันทั้งเช้าและเย็น

นอกจากนี้อาปายังเป็นคนรักสุขภาพ  ออกกำลังกาย​ เล่นกีฬา​ ​ประจำทุกวัน​  ตอนเย็นจะไปตีแบดมินตัน​  เล่นเทนนิส​  ที่สนามเทนนิส​ของสถานีรถไฟ​แก่งคอย 

มีสังคมกับคนจีนแคะที่ทำทองทั้งในแก่งคอยและสระบุรี

อาปากลับไปแต่งงานที่เมืองจีน​ ตามที่ผู้ใหญ่จัดการให้​  หลังจากแต่งงานกลับมาแล้วได้ทราบว่าภรรยาท้องได้​ 2 เดีอนก็เตรียมตัวจะไปรับครอบครัวมาอยู่ที่เมืองไทย​ด้วยกัน​ 

เรือเดินทางไปถึงเกาะมาเก๊า​แต่เข้าประเทศจีนไม่ได้​ เพราะเป็นจังหวะที่ประเทศจีนเกิดการเปลี่ยนแแปลงการปกครองเป็นคอมมิวนิสต์ ต้องเดินทางกลับอย่างผิดหวัง  ​

ทุกเดือนอาปาจะแวะไปที่โพยก๊วน​ แถวพาหุรัดเพื่อส่งเงินไปให้ครอบครัวที่เมืองจีนใช้จ่าย​

ิอาปามีครอบครัวใหม่ที่เมืองไทยกับแม่สอน​ ไม่มีลูกด้วยกัน​  เอาต้อย(พนิดา)มาเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม​ อาปารักต้อยมากเสมือน​ลูกจริง​ๆ  สอนต้อยทุกอย่าง​   และอยากให้ต้อยเรียนรู้เรื่องทำทองโดยให้เหตุผลว่า

การทำงานกินเงินเดือน​เราจะมีใช้แค่เงินเดือน​ การประกอบอาชีพเองเราจะมีใช้ตลอด​  แต่ไม่เคยบังคับต้อยให้ทำ​ตาม  ทุกวันนี้ต้อยยังเสียใจที่ไม่ได้เรียนรู้การทำทองจากอาปาเลย

หลังจากจีนเปิดประเทศ​ อาปากลับไปเยี่ยมครอบครัวหลายครั้ง​ ทุกครั้งจะซื้อกาน้ำชา​   เเจกัน​  และของกระเปื้องที่สวยงามกลับมา​  ลูกหลานที่เมืองจีนก็มาแวะเยี่ยมอาปาหลายครั้ง  ทุกคนมีหน้าที่การงานดี

อาปาเป็นคนรักครอบครัวมาก​ รักญาติพี่น้องของแม่ทุกคน​   อุปการะ​ส่งเสียทุกคนให้ได้เรียนหนังสือและให้ที่พักพิงอาศัยมาตลอด

หลังจากต้อยจบการศึกษา​ ทำงานเป็นครูซึ่งต้องย้ายไปหลายแห่ง  เมื่อมีครอบครัวขณะมีครรภ์​อาปาจะดองยาจีนตามแบบที่นิยมในหมู่คนจีนให้ทาน​ประจำ 

เมื่อต้อยต้องย้ายไปทำงานที่หนองคาย​ อาปาไม่อนุญาต​ให้เอาหลานไปด้วย​ อาปามีความสุขกับการเลี้ยงหลาน​  ฝึกหลานให้มีระเบียบในการกินและการขับถ่ายให้เป็นเวลา​ หุงข้าวต้มผสมถั่วเหลืองพร้อมตับและหมู​ อาปาจะทำเองและป้อนเอง​ เสาร์อาทิตย์ต้อยจะกลับมาเลี้ยงดูลูกเอง

อาปาเลิกกิจการที่แก่งคอย​มาอยู่กับต้อย​เมื่อต้อยย้ายมาที่โคราช ช่วยเลี้ยงหลาน​ จนมั่นใจว่าครอบครัวต้อยอยู่ได้ดีและมั่นใจว่าหมดห่วงแล้ว​  อาปาจึงขอกลับไปอยู่กับครอบครัวที่เมืองจีน

เมื่อใก้ลเวลาที่จะต้องจากกันจริงแล้ว​ อาปาจะพร่ำสอนต้อยและหลานๆให้พูดประโยคนี้

  "ไทกั้วเทียนฟาเย้าเปาฉ่องถิงฝ่า"

และเน้นว่าให้พูดประโยคนี้ทุกครั้งที่โทรถึงอาปา

ต้อยลางานได้  3  วัน​ ไปส่งอาปาที่คุนหมิงได้นัดกับลูกหลานอาปามาเจอกันที่นี่และลาจากกัน​ 

ต้อยและลูกๆจำประโยคสุดท้ายที่อาปาสอนไว้จนขึ้นใจ​ เป็นประโยคเดียวที่เป็นภาษาจีนแคะที่ต้อยและลูกๆจำได้อย่างฝังใจ

หลังจากนั้นประมาณเดือนเศษ​  ต้อยได้รับโทรเลขจากเมืองจีนเป็นภาษาอังกฤษว่า  อาปา​ เสียชีวิตแล้ว​ เป็นข่าวที่โหดร้ายที่สุดในชีวิตที่ได้รับ

ชีวิตต้อยเหมือนฝัน​  อาปามาจากเมืองจีนเพื่อมาหล่อหลอมต้อยให้มีทุกอย่างในวันนี้​เมื่อเห็นสมควรแก่เวลาแล้ว​ อาปาก็จากไปเพื่อรับผิดชอบต่อครอบครัวของอาปาที่เมืองจีน

         สำหรับผู้บันทึก​(สุนีย์)  จำได้ว่า เปาฉ่องโก​ ท่านเป็นคนที่ใจดี​มาก​  เวลาของเล่นอะไรเสีย​ พวกเราจะเอาไปให้ท่านซ่อม​ให้ 

ทุกเช้าพวกเราจะไปนั่งฟังละคร​วิทยุ​ของคณะ​ผาสุขวัฒนาและกันตนา​ ที่ร้านท่าน ตกเย็นก็แวะไปดูทีวี​ ท่านก็นั่งดูกับเด็กๆด้วย

      "ไทกั้วเทียนฟาเย้าเปาฉ่องถิงฝ่า"

เป็นภาษาจีนแคะ​  น่าจะหมายถึง​  "โทรศัพท์จากประเทศไทยขอเปาฉ่องคุยด้วยค่ะ"

----------------------

บันทึกโดย​  สุนีย์​ สุวรรณตระกูล​

ผู้ให้ข้อมูล​   พนิดา​ เกียรต​ิกำจร​ (ต้อย)​