ติดต่อ

ความเห็นจากชุมชน มุมมองของคุณลุงวิชัย ป.6 ต่อคุณไร้นาม , คุณออต และ น.เมืองสรวง

  .... ถ้ากลับมาอยู่ที่บ้านแล้ว ลุงยังมีลมหายใจอยู่ ขอพบสักครั้งหนึ่ง...  
หลังจากที่นายบอนเขียนบันทึกคำตอบของ น.เมืองสรวง ต่อคำชักชวนของคุณออต สำราญ เย็นเฉื่อย และมุมมองของคนจบ ป.6 ที่ใช้จิตวิญญาณและความคิดที่แบ่งปันเพื่อสังคม....

มีความคิดเห็นจาก คุณออต คุณไร้นาม และคุณ น.เมืองสรวง
ซึ่งบันทึกดังกล่าวพึ่งจะส่งให้คุณลุงวิชัย ที่ กิ่ง อ.สามชัย จ.กาฬสินธุ์ ได้อ่านครับ ผ่านทางลูกหลานของท่าน

หลังจากนั้น ลูกหลานก็เขียนความเห็นของลุงวิชัย ส่งมาให้นายบอน
ซึ่งท่านได้ให้มุมมองต่อ คุณไร้นาม คุณออต และคุณ น.เมืองสรวงครับ

เริ่มจากคุณไร้นามกันก่อน

ไร้นาม เมื่อ จ. 11 ธ.ค. 2549 @ 06:27 จาก 222.123.68.54  

log out ไปแล้วแต่เหลือบเห็นบันทึกนี้แวบๆ เลยต้องกลับมาก่อน

ไร้ นามอ่านแล้วเห็นว่า บทวิเคราะห์ที่เขียนลงมามีคุณค่ากว่าจั่วหัว เพราะเป็นวิธีคิดที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่า นักวิเคราะห์ตลาดหุ้น และคิดว่า การระบุวุฒิการศึกษา"มุมมองของคนจบ ป 6" ทำให้เรื่องดีๆ หลักคิดวิเคราะห์ที่น่ามหัศจรรย์ในบันทึกถูกกลบมากกว่าถูกทึ่ง

ความ มหัศจรรย์ที่ไร้นามรับรู้ ไม่ใช่มหัศจรรย์ว่าคนจบ ป. 6 คิด แต่มหัศจรรย์ว่า ประสบการณ์ของผู้วิเคราะห์น่าศึกษายิ่งนัก และน่าศึกษาว่ามีความจริงใจในการคิดและกล้าคิด...

ประโยคสุดท้ายที่ต้องการยกย่องแต่ใช้คำว่า "คุณลุงที่จบแค่ ป 6" จึงเป็นการมองภาพติดกรอบของผู้บันทึกอย่างน่าเสียดาย

*//////

ข้อความจากคุณลุงเขียนมาว่า
” คนระดับการศึกษาที่สูงกว่า มักจะมีความรู้สึกที่ว่า ตนเองเหนือกว่า
น่าคิดที่ว่า ทำไมคุณออต และหลาน น.เมืองสรวง ไม่ได้พูดในประเด็น จบ ป.6 เลย

น่าคิดว่า ถ้าคุณไร้นาม มีญาติพี่น้องที่จบแค่ ป.6 จะกล้าแนะนำให้คนอื่นรู้จักหรือไม่”

คุณลุงวิชัยนั้น เมื่อวันที่พบกับนายบอนและขออนุญาตนำความเห็นไปบันทึกใน gotoknow
คุณลุงท่านบอกเองว่า ลุงจบ ป.6 นะ กล้าระบุหรือเปล่า

(นักเลงพอสมควรครับ)


แม้จะจบ ป.6 แต่ไม่เคยขอใครกินนะ
ลุงวิชัยเขียนว่า

“คนที่มีการศึกษาสูงที่เคยพบหลายคน มักจะชอบปั้นแต่คำพูดที่ฟังดูไพเราะหู แค่นั่นคือ ภาพลวงทั้งนั้น คนที่เข้าใจชุมชน เข้าถึงชุมชน ความคิดความเห็นจะมีความเป็นจริงมากกว่า
ความคิดของคุณออต กับหลาน น.เมืองสรวง ได้ใจมากกว่า

ดูความเห็นของคุณไร้นามนั้น ดูติดภาพมายา ความเห็นนั้น น่าอ่าน ดูคมคายในความคิด ..
..แต่ไม่ได้ให้อะไรเลย เป็นนามธรรมที่อ่านแล้วไพเราะ

แต่ความเห็นของคุณออต และหลาน น.เมืองสรวงนั้น สามารถสัมผัสได้ถึงความเป็นจริง เป็นรูปธรรมที่สัมผัสได้
บอกถึงตัวตน สิ่งที่กำลังคิด ข้อความมีความเปิดเผย น่าคบหา

ต่างจากความเห็นของไร้นาม ดูปกปิด ความเห็นที่สะท้อนออกมา ไม่ได้เปิดเผยตัวตนเหมือน คุณออต และหลาน น.เมืองสรวง ไม่สามารถจับอะไรได้เลย สำนวนน่าอ่าน แต่สิ่งที่เป็นรูปธรรมไม่สามารถสัมผัสได้”

อือ.... เป็นความคิดเห็นที่ตรงไปตรงมาตามสไตล์ลูกทุ่งของคุณลุงวิชัยครับ

ถ้าคุณไร้นามไม่พอใจ ก็ขอให้โกรธนายบอนได้เลยนะครับ เพราะเป็นคนที่นำความเห็นมาเผยแพร่...

“ความเห็นของคุณออต ดูจริงใจดี บอกถึงการทำงาน ความตั้งใจ ความใจในและตัวตนของเขา พูดถึงการเชื้อเชิญแล้ว เป็นบุคคลที่น่าคบหา”

”สำหรับหลาน น.เมืองสรวง ความเห็นที่เขียน สะท้อนถึงตัวตน จิตวิญญาณที่ยังคิดถึงผืนแผ่นดินบ้านเกิด พูดถึงคนในชุมชน สะท้อนถึงสิ่งที่อยู่ลึกๆในใจ แม้จะอยู่ไกล แต่ยังนึกถึงคนในชุมชนอยู่เสมอ ....

.... ถ้ากลับมาอยู่ที่บ้านแล้ว ลุงยังมีลมหายใจอยู่  ขอพบสักครั้งหนึ่ง....”

นายบอนไม่แน่ใจว่า ประโยคสุดท้าย หมายความว่าอย่างไร อาจจะหมายความว่า กว่า น.เมืองสรวงจะกลับมาอยู่ที่บ้านเกิด อาจจะนานอีกหลายปี จนลุงวิชัยไม่อยู่แล้ว หรือเปล่านะ??”

คุณลุงวิชัยเขียนข้อความมาเพียงเท่านั้น และต่อจากนี้ เป็นข้อความที่หลานของลุงวิชัย หยิบยกคำพูดของคุณลุงมาเล่าให้ฟังต่อ

นายบอนพยายามถ่ายทอดเท่าที่จับประเด็นได้ ไม่แน่ใจว่า หลานของลุงวิชัย หยิบยกความเห็นมาของลุงวิชัยมาได้ครบถ้วนหรือไม่

“คุณลุงวิชัยได้พูดถึงเรื่องคุณ น.เมืองสรวงเขียนเรื่องการทำวิจัย PAR คุณลุงเล่าว่า เคยเห็นนักวิจัย และองค์กรพัฒนา เข้ามาในชุมชน ซึ่งดูท่าทางแล้ว คนเหล่านั้นคิดว่า ตนเองรู้และเก่งกว่าชาวบ้าน จึงเข้ามาสั่ง มาบอกชุมชน ให้ทำโน่นทำนี่  เพื่อการพัฒนา ชาวบ้านฟังและทำตาม เพื่อให้ได้ประโยชน์จากโครงการนั้นๆ

แต่เมื่อโครงการจบ ก็เลิกกันไป ไม่เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน”

”คุณลุงวิชัยมองถึงการพึ่งตนเองของชาวบ้านในปัจจุบัน ทำไมคนจึงเป็นหนี้ เริ่มจากไฟฟ้าที่เข้ามาในหมู่บ้าน ทำให้ทุกบ้านมีทีวี ตู้เย็น พัดลม เครื่องเสียง ฯลฯ ยิ่งเป็นโฆษณาในทีวี ก็เกิดความอยากได้ จนต้องเป็นหนี้สินกัน ยิ่งอยากได้ ก็รีบหาเงิน โดยขยายการเพาะปลูกเต็มพื้นที่ บุกรุกป่าช้าบ้าง การทำเกษตรก็ใส่ปุ๋ยมากขึ้น จนดินเสื่อมสภาพ แม้แต่ป่าโคก หรือป่าเต็งรังที่อยู่ใกล้บ้าน ก็ยังถูกทำลายจนไม่เหลือ ปูปลากบเขียด หายากมากขึ้น เพราะชาวบ้านจับแบบล้างผลาญ ใช้ไฟซ็อต

เศรษฐกิจชุมชน ต้องหันมาพึ่งร้านค้า ยิ่งมีตลาดเคลื่อนที่ ทั้ง2 ล้อ 4 ล้อ ที่เข้าไปตระเวนขายสินค้า ข้าว ปลา อาหาร ผัก ผลไม้ถึงกระไดบ้าน ทำให้วิถีชุมชนเปลี่ยนไป ใช้เงินแลกทุกอย่าง แม้แต่ระบบการเรียน โรงเรียนในสมัยนี้ สอนให้เด็กเรียนสูงๆ ให้เป็นเจ้าคนนายคน  แต่เดิมเคยสอนลูกหลานด้วยผญา นิทาน กลอนลำ มีการเสวนา หรือที่เรียกกันว่า โส ระหว่างชาวบ้านในยามค่ำ ก็ไม่ค่อยจะมีอีกแล้ว เพราะพากันเปิดดูละครตอนเย็นกัน ไม่รู้ว่า วิถีชุมชนจะเปลี่ยนไปมากขนาดไหนแล้ว ชาวบ้านไม่รู้จะพึ่งพาตนเองกันได้หรือไม่”

สำหรับการนำความเห็นของลุงวิชัยมาบันทึกใน gotoknow ลุงวิชัยรู้สึกดีใจที่ความคิดเห็นของท่านได้รับการถ่ายทอดผ่านทาง internet โดยเฉพาะทาง gotoknow ที่ถือว่า มีผู้ที่เรียนในระดับการศึกษาที่สูงๆทั้งนั้น แม้ว่า วุฒิการศึกษาที่สูงที่สุดของลุงวิชัย คือ ป.6 แต่คุณลุงก็ไม่เคยอายใคร แม้ใครจะมองว่าด้อยกว่าก็ตาม

แต่ปริญญาเหล่านั้น ไม่สามารถที่จะพึ่งพาตนเองได้อย่างลุงวิชัย!!

สำหรับสิ่งที่ฝากถึง น.เมืองสรวงผ่านมาทางหลานของลุงวิชัย นั้น ที่หนองสรวงมีปราชญ์ชาวบ้านเยอะ ถ้านำความเห็นมาเผยแพร่บ้างก็น่าจะดีไม่น้อย อย่างความเห็นของลุงวิชัยที่นายบอนนำมาบันทึกไว้ ลูกหลานเอามาคุยให้ฟัง และเกิดการยอมรับในแนวความคิดของคุณลุง

การที่คนเฒ่าคนแก่ได้เล่าเรื่องราวในอดีต ได้ฟื้นความทรงจำ เล่าเรื่องคุณค่าเกี่ยวกับการดำเนินชีวิต การทำมาหากิน ความรู้เกี่ยวกับทรัพยากรในท้องถิ่น ทำให้คนเหล่านั้นได้เริ่มคิด เริ่มมองเห็นสิ่งดีๆที่ยังเหลืออยู่

ยังมีปราชญ์ชาวบ้านที่รอการค้นพบโดยคนรุ่นใหม่อีกมากมาย นายบอนเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่มีโอกาสค้นพบและนำมาบันทึกเท่าที่มีโอกาสได้รับรู้และสัมผัสมาครับ

ดูเหมือนว่า ป.6 ที่มีคนมองเป็นภาพติดกรอบ นั่นเป็นการติดกรอบเฉพาะผู้ที่กล่าวถึงเท่านั้น
แต่คนที่เข้าใจ กลับมองข้ามวุฒิการศึกษานั้น เข้าไปสัมผัสถึงแก่นแท้ในตัวตนของคุณลุงวิชัยได้อย่างเต็มที่...


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 66956, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 6, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (keywords) #ชุมชน#การเรียนรู้#มุมมอง#ชีวิต#ระหว่างทาง

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (6)

  • นายบอนฝากขอบพระคุณลุงวิชัยด้วยนะครับที่เมตตรา ชมลูกหลานไทอีสานคือกัน
  • คนอีสานบางคน ตอนที่เว้าไทยด้วยดูจะเชื่อมั่นแต่พอเว้าลาวใส่ ความมั่นใจในตัวเรา(คนลาวอีสาน)กลับหมดสิ้นไป บ่น ทำไมความสามารจะต้องกำหนดด้วยชาติพันธุ์ด้วยน้า ไทบ้านเดียวกันกลับไม่เคยชื่นชมกัน(บางคนครับ)
  • เข้าพื้นที่เมื่อไรน่าจะได้ไปรบกวนคุณลุงนะครับ
  • ลืมเล่าไปครับว่าเพื่อนออตหาทุนวิจัยที่กาฬสินธุ์ได้แล้ว ถึงไม่มากแต่ก็จะพยายามจัดการให้งานวิจัยมีคุณค่ากับคนกาฬสินธุ์ครับ
  • ตามอ่านที่http://gotoknow.org/blog/thaiphon/66927
บางทีเมื่อคนเราเว้าไทย มั่นใจเพราะเข้าใจทุกคำพูด แต่เมื่อเว้าลาว เจอคำศัพท์บางคำ ที่ฟังไม่เข้าใจ เลยขาดความมั่นใจไปเฉยๆครับ อาจเพราะไม่ค่อยได้พูดหรือได้ยินฟังบ่้อยๆ จะถามก็กลัวเสียฟอร์มรึเปล่า

มีน้อยนะครับที่คนไทบ้านเดียวกันจะชื่นชมกัน....เห็นแต่ลุงวิชัยท่านหนึ่งนี่แหละครับ
ขอบพระคุณคุณลุงวิชัยที่เมตตาต่อคำพูดของหลาน น.เมืองสรวง ครับ การที่นักพัฒนา ที่เข้าไปท้องถิ่นนั้น นั้นคือหน้าที่ของเขาครับ " แต่ไม่ยั่งยืน " เสร็จภารกิจแล้วก็จากไป  .....แต่ถ้าคนที่อยู่ล่ะครับคุณ....คนที่คือชาวบ้านและลูกหลานเราเอง...ต้องขับเคลื่อนเองครับ...เราต่างหากล่ะครับที่เป็นเจ้าชุมชนครับ...กว่าเราจะเห็นคุณค่าของเราต่อเมื่อสายไปครับ...ต้องช่วยกันครับ... หนังสือ " ก่อร่างสร้างฝันที่หนองสรวงนั้น เป้นเพียงกรณีศึกษาเพื่อก่อร่าง....ให้กับท้องถิ่นอื่น ๆ ได้ศึกษาถึงวิถีทางแห่งบ้านเกิดตนเองเท่านั้นเอง...ทุก ๆ ปี หลานจะกลับกาฬสินธุ์ครับ หากมีวาสนาจะได้พบลุง...ก็จะดีใจไม่ใช่น้อยเลยครับ...ขอบคุณจาก หลาน น.เมืองสรวง

อ้าว มีบันทึกนี้ด้วย เพิ่งไปตอบไว้ใน

http://gotoknow.org/blog/bonlight/66284 ตะกี้นี้เอง

ไม่ยกมาละนะ

แต่จะตอบคุณลุงตามข้อความที่ยกมาจากข้างบนก็แล้วกัน

ไหนๆ คุณ นายบอนก็กรุณาเอามาเล่าสู่ ก็ขอความกรุณาเก็บไปเล่าสู่คุณลุงด้วยจะเป็นพระคุณ

"ข้อความจากคุณลุงเขียนมาว่า
” คนระดับการศึกษาที่สูงกว่า มักจะมีความรู้สึกที่ว่า ตนเองเหนือกว่า
น่าคิดที่ว่า ทำไมคุณออต และหลาน น.เมืองสรวง ไม่ได้พูดในประเด็น จบ ป.6 เลย

น่าคิดว่า ถ้าคุณไร้นาม มีญาติพี่น้องที่จบแค่ ป.6 จะกล้าแนะนำให้คนอื่นรู้จักหรือไม่”

คุณลุงวิชัยนั้น เมื่อวันที่พบกับนายบอนและขออนุญาตนำความเห็นไปบันทึกใน gotoknow
คุณลุงท่านบอกเองว่า ลุงจบ ป.6 นะ กล้าระบุหรือเปล่า

(นักเลงพอสมควรครับ)


แม้จะจบ ป.6 แต่ไม่เคยขอใครกินนะ
ลุงวิชัยเขียนว่า

“คนที่มีการศึกษาสูงที่เคยพบหลายคน มักจะชอบปั้นแต่คำพูดที่ฟังดูไพเราะหู แค่นั่นคือ ภาพลวงทั้งนั้น คนที่เข้าใจชุมชน เข้าถึงชุมชน ความคิดความเห็นจะมีความเป็นจริงมากกว่า
ความคิดของคุณออต กับหลาน น.เมืองสรวง ได้ใจมากกว่า

ดูความเห็นของคุณไร้นามนั้น ดูติดภาพมายา ความเห็นนั้น น่าอ่าน ดูคมคายในความคิด ..
..แต่ไม่ได้ให้อะไรเลย เป็นนามธรรมที่อ่านแล้วไพเราะ

แต่ความเห็นของคุณออต และหลาน น.เมืองสรวงนั้น สามารถสัมผัสได้ถึงความเป็นจริง เป็นรูปธรรมที่สัมผัสได้
บอกถึงตัวตน สิ่งที่กำลังคิด ข้อความมีความเปิดเผย น่าคบหา

ต่างจากความเห็นของไร้นาม ดูปกปิด ความเห็นที่สะท้อนออกมา ไม่ได้เปิดเผยตัวตนเหมือน คุณออต และหลาน น.เมืองสรวง ไม่สามารถจับอะไรได้เลย สำนวนน่าอ่าน แต่สิ่งที่เป็นรูปธรรมไม่สามารถสัมผัสได้”

อือ.... เป็นความคิดเห็นที่ตรงไปตรงมาตามสไตล์ลูกทุ่งของคุณลุงวิชัยครับ

ถ้าคุณไร้นามไม่พอใจ ก็ขอให้โกรธนายบอนได้เลยนะครับ เพราะเป็นคนที่นำความเห็นมาเผยแพร่

 

  1. ไร้นามมีญาติจบ ป6 จะแนะนำไหม...ไม่ต้องญาติหรอกอะคับ ไร้นามเรียนน้อยกว่าลุง
  2. แม้จบ  ป6 ก็ไม่เคยขอใครกินนะ....ไร้นามก็ไม่เคยขอใครกินอะคับ
  3. ความเห็นของไร้นามดูติดภาพมายา...ขอบคุณอะคับ ไร้นามคิดว่าคุณลุงตีโจทย์ของไร้นามแตกกระจุย
  4. แต่ไม่ได้ให้อะไรเลยเป็นนามธรรมที่ไพเราะ...ขอบคุณเช่นเดิมอะคับ...ระดับไม่ได้ให้อะไรคุณลุงยังยกย่องและรู้สึกว่าเป็นรูปธรรมและไพเราะเลย...ไร้นามปลื้มจัด
  5. ความเห็นของไร้นามดูปกปิดเป็นรูปธรรมไม่สามารถจับต้องได้...ขอบคุณขอรับ จะปรับปรุงการเขียนให้เก่ง ไร้นามปัญญาน้อย เรียนน้อยจะเขียนแบบคนปัญญามากเลยไม่ค่อยได้อะคับ..คุณลุงจะแนะนำวิธีเขียนอย่างไรให้ไร้นามได้บ้างก็ขอบพระคุณล่วงหน้านะขอรับ
  6. คุณไร้นามไม่พอใจให้โกรธคุณ นายบอน..ไร้นามจะโกรธทำไม...การบันทึกในโกทูโนคือการเรียนรู้ไม่ใช่หรือ..หรือว่าทุกครั้งเวลาที่ใครให้ความเห็นตัวคุณ นายบอนแล้วคุณ นายบอนโกรธ?
  7. มีอะไรอีกอ่ะ...ถ้าตอบไม่หมด กรุณาอบรมไร้นามได้นะขอรับ..ไร้นามละยินดีมากๆที่คนปัญญามากๆอย่างคุณ นายบอนและพวกพ้องจะแนะนำไร้นามให้มีปัญญาบ้าง
มองดูร่องรอยแล้ว คุณไร้นาม ทั้งน้อยใจ ไม่พอใจอย่างมากๆ
มองจากบันทึก ไร้นามเตือนตัวเอง

กับข้อความที่สะท้อนออกมา 19 บรรทัด
เข้าไปนั่งอ่านแล้ว แต่คงไม่ตอบ ปล่อยให้เป็นที่ที่คุณไร้นามได้ระบายความอัดอั้นตันใจ

ถ้าเข้าไปเขียนความเห็นในบันทึกของคุณไร้นาม
พี่ท่านจะเืดือดจัดมากขึ้น

ความคุกรุ่น เก็บไว้ข้ามคืน เพราะความเห็นคุณไร้นาม เขียน เมื่อ พ. 13 ธ.ค. 2549 @ 20:11

แต่บันทึก ไร้นามเตือนตัวเอง
เขียน พฤ. 14 ธ.ค. 2549 @ 07:56   แก้ไข: พฤ. 14 ธ.ค. 2549 @ 08:01

เ็ก็บความคุกรุ่นไว้ 12 ชั่วโมง

จะผูกมิตร ต้องใช้ใจไปแลก

แต่บางมิตรมาแปลก มาแลกด้วยทิ่มตำ

บางมิตร = นายบอน

ล้อเล่นระหว่างมิตร ยิ่งระวังขีดจำกัด

แต่คนทั่วไปมักชอบกัดเมื่อคิดว่า(เป็น)มิตรสนิทสนม

นายบอนสะท้อนความเห็นต่อคุณไร้นามในข้อความข้างบน ที่เลยขีดจำกัดที่คุณไร้นามจะรับได้ เลยต้องถูกสั่งสอนด้วย บันทึก ไร้นามเตือนตัวเอง


หน้าฉากใครคนนั้นรับผิดชอบ

เฉกเช่นหลังฉากของใครก็คนนั้นรับผิดชอบ (อยู่ดี)

สื่อความหมายที่ชัดเจนครับ ไม่ต้องตีความ

แม้กล่าวขวัญใครลับหลัง

พึงระวังว่าย่อมถึงหู(ผู้ถูกกล่าวขวัญ)

นายบอนกล่าวถึง คุณไร้นามตามชื่อบันทึก

ในประวัติข้อมูลส่วนตัว มีเบอร์โทร + ที่อยู่ของนายบอน  ให้คุณไร้นามส่งมือปืนมาลอบสังหารได้ ถ้าขุ่นเคืองใจมากยิ่งขึ้น (หวาดเสียว)

วีระบุรุษกล้าทำ กล้าพูดก็กล้ารับผิดชอบ

มีแต่คนขลาดเขลาจึงโยนความรับผิดชอบให้ผู้อื่น

ไม่ต้องตีความครับ

แต่นายบอนก้เขียนไว้ถึงรูปแบบการเขียนบันทึกตอบไว้ใน http://gotoknow.org/blog/bonlight/66284

ซึ่งต่างจากท่านอื่นๆแล้ว จะว่าโยนความรับผิดชอบก็ตีความได้ เพราะรูปแบบเขียนมาแบบนี้ ตลอด 11 เดือน
(ตอบแบบนี้ โดนลอบสังหารแหงๆ)

ราชสีห์ไม่หวั่นกับการอยู่เดี่ยวและพเนจร

มีแต่หมาหมู่จึงเฝ้าเห่าหอนและวิ่งหางจุกตูดเมื่ออยู่เดี่ยว

ซวยแล้วนายบอน ในสายตาคุณไร้นาม..นายบอนไม่มีความหมายซะแล้ว

ผู้กล้าไม่กลัวการเสียหน้าว่าไม่รู้

มีแต่คนที่คิดว่ากล้าจึงเฝ้าระวังหน้าและอวดรู้

 

เลือดสาดอีกรอบ

ประเมินผู้อื่นอย่าใช้เกณฑ์ของตัวเองเท่านั้น

ที่ดีที่สุดอย่าไปประเมินคนอื่นแต่ให้ประเมินตัวเองให้จงหนัก

ต้องเข้า ICU ด่วน


ไหนๆ คุณ นายบอนก็กรุณาเอามาเล่าสู่ ก็ขอความกรุณาเก็บไปเล่าสู่คุณลุงด้วยจะเป็นพระคุณ

ความจริงแล้วตอนนี้ ุคณลุงท่านคงจะได้อ่านแล้ว...
มองดูความรู้สึกของพี่ไร้นามแล้ว..
... จะกล้าเอาความเห็นของุคุณลุงต่อสิ่งทีุ่คณไร้นามสื่อสารออกไป มาบอกหรือไม่....


แน่นอนว่า คุณลุงย่อมมีความคิดเห็น
แต่จะเอามาบันทึกให้อ่านดีไหม


จากความเห็นของนายบอน
คุณไร้นามไม่ผิดนะครับ เพราะเขาให้ความเห็นในมุมที่เขาต้องการจะให้เท่านั้น...
เมื่อคุณลุงวิชัย ซึ่งวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมา ท่านจะมองในภาพรวม ท่านก็มองในมุมที่้สัมผัสได้ จากข้อมูลที่รับรู้เท่านั้น

เห็นแค่ไหนก็วิจารณ์์ไปตามนั้น
แต่ความจริงแล้ว คุณลุงวิชัย และนายบอน ไม่ได้รู้จักคุณไร้นามทั้งหมด ทุกๆมุม

สิ่งที่สะท้อนออกไป อาจจะถูกในมุมที่ได้สัมผัส แต่ถ้ามองทั้งหมด มันอาจจะผิดก็ได้
เพราะเราได้เห็นคุณไร้นาม แค่มุมหนึ่งเท่านั้น....

ยังไงก็ผิด

ถ้าคุณไร้นามไม่พอใจ ก็ขอให้โกรธนายบอนได้เลยนะครับ เพราะเป็นคนที่นำความเห็นมาเผยแพร่


เขียนปะไว้ ทั้งที่รู้ว่าผิด
แต่ก้อยากให้แก้ไขให้ถูกต้อง บอกสิ่งที่ถูกต้อง
จึงสะท้อนสิ่งนี้ออกมา
เปิดช่องให้คุณไร้นามได้ชี้แจง ทำความเข้าใจ

7 ข้อข้างบน จะเก็บเอาไว้ตอบ เมื่อเ็ห็นบันทึกเรื่องใหม่ของคุณไร้นาม ที่หายคุกรุ่นในความรู้สึกตรงนี้แล้ว..


อย่างน้อย 7 วันข้างหน้า...