รู้วันเกิดแต่ไม่รู้วันตาย ไม่รู้ว่าเวลานั้นของชีวิตจะมาถึงเมื่อไร

          วันสุดท้ายของชีวิต เป็นหัวข้อการเขียนบันทึกที่น่าสนใจมาก ตัวดิฉันเองก็ไม่เคยคิดถึงประเด็นนี้ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว เรื่องนี้อยู่ไม่ใกล้ ไม่ไกลไปจากเรา ไม่มีใครรู้ว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่คนเรามักชล่าใจกับเรื่องนี้   

          ดิฉันเองก็เป็นเช่นนั้น ใช้ชีวิตทำหน้าที่ของตัวเอง คือเรียนหนังสือ ขณะที่เรียนเองดิฉันก็ยอมรับว่าตั้งใจ และไม่ตั้งใจบ้าง แต่ฉันก็คิดเสมอมาตลอดว่าฉันได้ทำหน้าที่ของตัวเองดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว แต่พอต้องมานึกคิดว่าหากวันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต ดิฉันจะทำอะไรบ้าง มีหลายอย่างที่ฉันยังอยากทำ อยากเที่ยวไปดูสถานที่ต่าง ๆ ที่สวยงามอยู่บนโลกใบนี้ อยากทำอะไร ๆ ที่ไม่ใช่แค่เรียนหนังสืออยู่แต่ในห้องเรียน

       หลายครั้งที่ดิฉันได้รับข่าวร้าย ๆ ที่เกิดขึ้นกับคนรอบข้าง ในใจของดิฉันก็นึกกลัวขึ้นมา ทำให้ดิฉันนึกย้อนสะท้อนกับมาที่ตัวเอง ความจริงคือ คนเรานั้นมีเวลาจำกัด รู้วันเกิดแต่ไม่รู้วันตาย ไม่รู้ว่าเวลานั้นของชีวิตจะมาถึงเมื่อไร  ดิฉันยังไม่พร้อมไปแน่ ๆ ในตอนนี้ เพราะมีเรื่องราวมากมายที่ดิฉันยังต้องอยากจะทำ จริงสิ! นึกได้ตอนนี้ก็ยังไม่สาย ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ ก็ยังมีโอกาสที่จะทำในสิ่งที่ต้องการจะทำ  แต่หากพรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต ดิฉันก็อยากที่จะอยู่กับครอบครัวมาก ๆ เพราะตั้งแต่โตมา ทุกคนต่างแยกย้าย ไปทำหน้าที่ของตนเอง มีหลายครัั้งที่ดิฉันคิดถึงแม่มาก อยากจะกลับบ้านไปหาแม่ แต่ก็ไม่มีเวลา 

       ไม่รู้ว่าเวลาของใครจะน้อยกว่ากัน แต่ที่แน่ ๆ ท่านแก่ลงในทุกวัน จากนี้ฉันต้องทำในสิ่งที่อยากทำแล้ว ถ้าต้องรอให้เรียนจบก่อน ดิฉันอาจโอกาสได้ทำมันอีกเลยก็ได้ ความจริงแล้วดิฉันอยากที่จะคุยกับแม่ในทุก ๆ วัน บอกรักท่านทุก ๆ คืนก่อนนอน แต่ติดที่บ้านไม่มีสัญญาณ แต่อย่างไรก็ตามลูกคนนี้จะเป็นเด็กดี เชื่อฟังคำที่แม่สอนนะคะ จะเป็นลูกที่แม่ภูมิใจให้ได้ค่ะ