บทความในบล็อกที่ชื่อว่า”เรื่องเล่าจากโรงเรียนเล็ก”ก็เดินทางมาถึงหลักพันพอดิบพอดี เป็นวันที่ผมต้องเตรียมการที่โรงเรียนเพื่อให้การต้อนรับคณะที่จะมาศึกษาดูงานในวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๖๒ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ น.- ๑๕.๐๐ น.
เดินทางมาจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมาเขต ๓ ประกอบด้วยผู้บริหารและคณะครูจากโรงเรียนขนาดเล็กใน ๔ อำเภอ จำนวน ๙๘ โรงเรียน และหัวหน้าฝ่ายต่างๆของสำนักงานเขตฯ รวมแล้วก็ประมาณ ๑๐๐ คน
นับเป็นการต้อนรับผู้มาเยี่ยมเยือนที่เป็นคณะใหญ่อีกคณะหนึ่งในรอบหลายปี ซึ่งโดยปกติคณะที่มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้จะอยู่ที่ ๒๐ – ๓๐ คนเท่านั้น
เป้าหมายหลักที่จะพูดคุยกันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการบริหารจัดการโดยใช้ศาสตร์พระราชา”ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” และการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม(DLTV) ตลอดจนการจัดประสบการณ์ในระดับปฐมวัย
ผมไม่มีห้องประชุมที่กว้างขวางใหญ่โต ก็คงต้องใช้พื้นที่ด้านหน้าของอาคารเรียนที่เก่าแก่มีอายุงานเกือบ ๔๐ ปี แต่สภาพยังดูดี เพื่อจัดวางโต๊ะเก้าอี้และจัดอาหารว่าง-อาหารกลางวัน
วันนี้ สิ่งที่ต้องเตรียมคือแหล่งเรียนรู้ เพราะผมไม่ได้อยู่โรงเรียนมาหลายวันแล้ว เนื่องจากต้องไปเข้ารับการอบรมเพื่อพัฒนาตนเองที่มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
ความรู้สึกที่เป็นกังวลเล็กน้อยจึงเกิดขึ้น ตามประสาผู้บริหารที่ไม่ค่อยจะได้เดินทางออกไปไหน แต่ที่ช่วยให้เกิดกำลังใจ กลายเป็น”มุมบวก”ได้ก็คือ ผมได้ไปชาร์ตพลังงานเป็นที่เรียบร้อย ได้เติมเต็มเชื้อไฟแห่งอุดมการณ์ ในเส้นทางบริหารในช่วงโค้งสุดท้ายของชีวิต
เมื่อถึงโรงเรียนก็ถามตัวเองว่าจะเริ่มอะไรก่อนดี คำตอบก็คือทำเรื่องที่สำคัญก่อน จากนั้นจึงค่อยทำเรื่องเล็กๆน้อยๆ..ค่อยๆทำไปเพราะมีเวลาตลอดทั้งวัน
ประเด็นก็คือมีเรื่องสำคัญหลายเรื่องที่อยากทำ..ก็ต้องตัดความอยากออกไปบ้าง เหลือไว้แต่งานที่ไม่หนักจนเกินไป อาทิ งานห้องสมุด แปลงผักปลอดสารพิษ น้ำหมักชีวภาพ แก๊สชีวภาพและงานในบริเวณเล้าไก่ที่ต้องชำระสะสาง
ก่อนหน้านี้คณะครูก็ได้ช่วยดูแลให้กิจกรรมมีความต่อเนื่องอยู่แล้ว แต่ด้วยเราเป็นผู้บริหารมีหน้าที่นิเทศติดตามก็ต้องไปดูอีกครั้ง เพราะงานเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องมือที่ผมต้องใช้ในการบรรยายด้วย
ผมตรงไปที่แปลงผักที่กำลังปลูกพืชหมุนเวียนใส่ปุ๋ยหมักลงไป ใกล้ๆกันก็เป็นไร่นาสวนผสม ผมรีบเปิดน้ำเข้านา จากนั้นก็ไปดูความเรียบร้อยของห้องสมุดและศาลารักการอ่านก็เห็นว่าสะอาดเรียบร้อยดี
บริเวณด้านหลังอาคาร ทั้งห้องน้ำและแก๊สชีวภาพพบร่องรอยกระดำกระด่าง ผมใช้สีขาวไปแต่งแต้มให้มองดูสะอาดตา ได้เวลาเข้าห้องทำงานเพื่อสะสางงานเอกสารบ้าง
พบหนังสือแจ้งอนุมัติโครงการธนาคารโรงเรียนจาก ธกส. ขั้นตอนต่อไปธนาคารก็คงมาติดตั้งเคาน์เตอร์และคอมพิวเตอร์ อบรมการดำเนินงานให้ครูและนักเรียน รู้สึกดีใจที่ธกส.ไว้วางใจ น่าจะเป็นโรงเรียนขนาดเล็กโรงแรกของเขตฯที่ได้รับการพิจาณา ถือว่ากิจกรรมการออมของโรงเรียนได้ผล แต่ปัญหาก็คือจะใช้ห้องไหนเป็นห้องปฏิบัติการฯ
ทำงานอย่างสนุกมีความสุขเมื่อทำงาน เวลาจึงผ่านไปอย่างรวดเร็ว อะไรที่ทำให้วันนี้มีเรี่ยวแรง คงต้องนึกย้อนไปเมื่อช่วงบ่ายของวันวาน
การอบรมในวันสุดท้าย และท้ายที่สุดทั้งวิทยากร เนื้อหาและเวลา ตลอดจนภาพสุดท้ายที่วิทยากรฉายขึ้นจอ
ภาพ“พระผู้เป็นครูของแผ่นดิน” “พ่อหลวง”รัชกาลที่ ๙ พระองค์ทรงงานในป่าเขาลำเนาไพร ในท้องถิ่นทุรกันดาร ทรงงานบนสะพานไม้ ผมเห็นแล้วน้ำตาไหลรินออกมาเอง
เราสุขสบายในการบริหารจัดการโรงเรียนเล็กๆ มีครูและเด็กไม่กี่คน มิใช่เรื่องยุ่งยากหรือลำบากแต่ประการใดเลย..จึงไม่ควรท้อแท้หดหู่ใจ
ค่ำแล้ว..ก่อนกลับบ้าน ผมฝากข้อคิดให้ตัวเองอีกครั้ง “ไม่มีเหตุผลใดเลยที่จะเป็นข้ออ้างให้เราไม่พัฒนางาน เมื่อพระองค์ท่านทรงเป็นแบบอย่างของครู ผู้มุ่งมั่นที่จะสานต่องานของพ่อ”
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๑๕ กันยายน ๒๕๖๒