ผู้บริหารสถานศึกษากับการส่งเสริมสนับสนุนการใช้ ICT เพื่อการเรียนการสอน

ถวิล
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

ผู้บริหารสถานศึกษากับการส่งเสริมสนับสนุนการใช้ ICT เพื่อการเรียนการสอน

ดร. ถวิล  อรัญเวศ

ผู้บริหารสถานศึกษา ถือว่าเป็นบุคคลสำคัญในโรงเรียนประดุจแม่ทัพนายกองหรือตัวขับเคลื่อนที่จะนำโรงเรียนไปสู่คุณภาพตามที่โรงเรียนได้กำหนดไว้ในแผนหรือวิสัยทัศน์ของโรงเรียน

         ผู้บริหารสถานศึกษานอกจากจะทำหน้าที่อำนวยความสะดวก ควบคุมการทำงานแล้ว ยังถือว่าเป็นผู้ส่งเสริมสนับสนุนให้ครูสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยการจัดหาสื่อนวัตกรรมมาส่งเสริมสนับสนุนการเรียนการสอนของครูและนักเรียน

          ปัจจุบัน ICT ได้เข้ามามีบทบาทกับการศึกษาในหลายมิติแล้ว โดยมีการจัดตั้งกลุ่มการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม หรือกลุ่ม ICT ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแล้วดังนั้น บทบาทของผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ตลอดทั้งบริหารสถานศึกษาในการส่งเสริมสนับสนุนการนำ ICT มาใช้ส่งเสริมการเรียนการสอน ได้แก่

1. การจัดหา Hardware และ Software อาจทำได้โดย

      1.1 จัดหาหรือพัฒนาซอฟท์แวร์ขึ้นมาใช้งานเองถ้าผู้บริหารมีความรู้หรือจัดหาบุคคลกรที่มีความรู้พัฒนาให้มีความรู้ ก็จะทำให้โรงเรียนได้นำ ICT มาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของโรงเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ

      1.2  สนับสนุนให้มีการซื้อซอฟแวร์สำเร็จรูปเป็นการซื้อจากบริษัทที่พัฒนาซอฟแวร์หรือผลิตซอฟต์แวร์ซึ่งจะทำให้สะดวกโดยไม่ต้องลงมือทำเองแต่ต้องเลือกให้สอดคล้องกับเนื้อหาบทเรียนว่าจะให้ผู้เรียนได้รับการศึกษาเนื้อหาบทเรียนใด

      1.3  การจ้างให้ผู้อื่นพัฒนาซึ่งอาจเป็นบริษัทหรือโปรแกรมเมอร์ทั่วไป ที่รับจ้างเขียนโปรแกรมเพื่อการเรียนการสอน การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอนในวิชาที่มีปัญหาผลสัมฤทธิ์ O-NET ต่ำ เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ O-NET ให้สูงขึ้น

      1.4  ขอรับการสนับสนุนซอฟแวร์จากหน่วยงานต้นสังกัดเป็นซอฟแวร์ที่ทางหน่วยงานต้นสังกัดจัดหามาให้ เพื่อใช้ในการดำเนินงานของโรงเรียน โดยโรงเรียนอาจต้องส่งรายงานข้อมูลที่กำหนดจากซอฟท์แวร์ ตามความต้องการของต้นสังกัด

      1.5 จัดหาซอฟท์แวร์ฟรีเป็นซอฟท์แวร์ที่สามารถดาวน์โหลดได้จากอินเทอร์เน็ต  ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ผู้พัฒนาต้องการแจกให้ผู้ที่ต้องการใช้งานสามารถใช้ได้ฟรีโดยมีไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เว็บไซต์ที่ให้บริการดาวน์โหลดซอฟท์แวร์ฟรี เช่น  www.thaiware.com,www.gnu.org

2. การส่งเสริมพัฒนา Software

        - ระดับชาติ รัฐบาลควรส่งเสริมการพัฒนาซอฟท์แวร์อย่างจริงจัง โดยกำหนดนโยบายด้านการพัฒนาซอฟท์แวร์ชัดเจน สนับสนุนงบประมาณอย่างเพียงพอและต่อเนื่อง ทั้งการจัดสรรงบคอมพิวเตอร์ งบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง งบพัฒนาและซ่อมแซม ฯลฯ

-ระดับเขตพื้นที่การศึกษา

          ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือทีมงานบริหารสำนักงานเขตฯ คือรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตฯ ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการนำ ICT มาประยุกต์ใช้เพื่อการบริหารและจัดการความรู้ อย่างหลากหลาย ส่งเสริมกำกับติดตามการนำ DLTV DLIT มาใช้เพื่อการเรียนการสอน

          - ระดับโรงเรียน 

            ฝ่ายวิชาการโรงเรียนจัดสอนวิชาการเขียนโปรแกรม การพัฒนาซอฟท์แวร์ จัดการประกวดการพัฒนาซอฟท์แวร์ในระดับโรงเรียน ระดับกลุ่มโรงเรียน และส่งเข้าประกวดในระดับเขตพื้นที่การศึกษา การสร้างเครือข่ายระหว่างโรงเรียนในการพัฒนาซอฟแวร์สำหรับใช้ในโรงเรียน โดยจะเป็นในรูปแบบของการมีส่วนร่วมในการออกค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนบุคลากรของโรงเรียนที่มีความรู้ความสามารถมาร่วมกันเป็นทีมในการพัฒนาซอฟท์แวร์ ควรส่งเสริมการพัฒนาซอฟท์แวร์แบบ Open source ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ ที่สามารถนำไป ใช้งาน ศึกษา แก้ไข และเผยแพร่ (ไม่ว่าจะแก้ไขหรือไม่ ไม่ว่าจะคิดราคาหรือไม่) ได้อย่างเสรี ปราศจากเงื่อนไขเพิ่มเติม (เช่น คิดค่า license หรือต้องเซ็นสัญญาพิเศษ) เป็นการพัฒนา ที่เปิดเผยซอร์สโค้ด (รหัสต้นฉบับ) ให้สาธารณะนำไปพัฒนาต่อยอดได้ ทำให้เกิดการร่วมมือกันทำงานอย่างไร้พรมแดนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

           ซอฟท์แวร์ที่กำลังเป็นที่นิยมในการใช้งานบนเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต คือ CMS ย่อมาจาก Content Management System เป็นระบบที่นำมาช่วยในการสร้างและบริหารเว็บไซต์แบบสำเร็จรูป โดยในการใช้งาน CMS นั้นผู้ใช้งานแทบไม่ต้องมีความรู้ในด้านการเขียนโปรแกรม ก็สามารถสร้างเว็บไซต์ได้ โดยที่ตัว CMS เองมีโปรแกรมประยุกต์แบบพร้อมใช้งานอยู่ภายในมากมาย อาทิ ระบบจัดการบทความและข่าวสาร(News and Story) ระบบจัดการบทวิจารณ์ (Review), ระบบจัดการสมาชิก(Member) ระบบสืบค้นข้อมูล(Search) ระบบจัดการไฟล์ดาวน์โหลด (Download), ระบบจัดการป้ายโฆษณา(Banner), ระบบการวิเคราะห์และตรวจสอบสถิติความนิยมในเว็บไซต์ (Analysis, Tracking and Statistics) เป็นต้น ซึ่งเว็บไซต์ที่นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับ CMS เช่น  www.cmsthailand.com, www.opensourcecms.com

3. อบรมและเตรียมความพร้อมบุคลากร

        3.1. การอบรมเชิงปฏิบัติการ ICT

             เพื่อให้ได้รับประสบการณ์ตรง ได้พบกับผู้เชี่ยวชาญโดยจะขึ้นอยู่กับแผนปฏิบัติการที่จะกำหนดขึ้นในแผนระยะยาว หรือระยะสั้นแล้วแต่สถานที่

        3.2 การนำความรู้ที่ได้ภายหลังการอบรมไปใช้ในการเรียนการสอนจริงๆ โดยถือว่าเป็นการปฏิบัติจริงในโรงเรียน

        3.3 เปิดโอกาสให้เขาได้แสดงผลงานที่ทำขึ้น โดยจะเป็นสื่อสำเร็จรูป หรือสื่อที่ผลิตขึ้นเองก็ได้ สิ่งสำคัญอยู่ที่การเอาไปใช้ โดยครูจะต้องมีเทคนิคที่จะทำให้เขารู้ว่าควรจะจัดการกับสื่อสำเร็จรูปอย่างไรเพื่อให้การเรียนการสอนบรรลุผลสำเร็จ ในการเผยแพร่จะเป็นความก้าวหน้าอีกขั้นตอน เพราะว่าจะช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ซึ่งกันและกันระหว่างครูด้วยกันเอง

         3.4 การศึกษาดูงาน ICT ในโรงเรียนต่างๆ หรือในสถานประกอบการอื่นๆ รวมทั้งในสถาบันอุดมศึกษา

         3.5 การสร้างเครือข่ายระหว่างโรงเรียนของบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในด้าน ICT เพื่อที่สามารถสนับสนุน ส่งเสริมและช่วยเหลือ ด้านการใช้ ICT ของโรงเรียนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

4. การส่งเสริมนักเรียนในการใช้  ICT เพื่อสืบค้นหาความรู้

       การส่งเสริมนักเรียนใช้ ICT สามารถดำเนินการได้โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในงานต่าง ๆ ดังนี้ งานบริการสำหรับนักเรียน เช่น การลงเวลามาโรงเรียน การสืบค้น การยืม-คืน ในงานห้องสมุด , การลงทะเบียนเรียน และการรายงานผลการเรียน เป็นต้น การเรียนการสอน โดยใช้ CAI , E-learningหรือ ระบบ LMS (Learning Management System) เช่น Moodle , Atutor เป็นต้น

5. การจัดกิจกรรมพิเศษ ICT ในโรงเรียน

         5.1 จัดการประกวดความสามารถด้าน ICT นักเรียน ทั้งระดับชั้นเรียน โรงเรียน กลุ่มโรงเรียน และเขตพื้นที่การศึกษา เช่น การประกวดผลงานนักเรียนด้าน การสร้างเว็บไซต์  พัฒนา CAI จัดทำโครงงานด้าน ICT เป็นต้น

        5.2 จัดทำโครงการค่าย ICT สำหรับนักเรียน เพื่อเสริมสร้างความรู้และความสามารถของนักเรียน

        5.3 ประกวดวาดภาพ การแข่งขันวิชาการด้าน ICT โดยให้แข่งขันสดทางอินเทอร์เน็ต โปรแกรม Paint หรือข้อสอบออนไลน์ เป็นต้น6. การจัดหาอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเพื่อให้ครูและนักเรียนสามารถสืบค้นข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว

        เนื่องจากนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ มีนโยบายที่จะให้ครู นักเรียนสามารถสืบค้นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตได้โดยสะดวกรวดเร็ว จึงเป็นบทบาทของผู้บริหารโรงเรียนที่จะเสาะแสวงหาหรือว่าจ้างบริษัทที่สามารถบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้กับโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็น TOT True 3BB  Uninet หรือบริษัทอื่นใดที่สามารถบริการได้ เป็นอำนาจของผู้บริหารโรงเรียนในการอนุมัติ

สรุป

        บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาในการส่งเสริมสนับสนุนการใช้ ICT เพื่อการเรียนการสอนมีหลายประการ เช่น การจัดหา Hardware และ Software อาจทำได้โดย จัดหาหรือพัฒนาซอฟท์แวร์ขึ้นมาใช้งานเอง สนับสนุนให้มีการซื้อซอฟแวร์สำเร็จรูปที่จะเกิดประโยชน์ต่อการเรียนการสอน การจ้างให้ผู้อื่นพัฒนา ขอรับการสนับสนุนซอฟแวร์จากหน่วยงานต้นสังกัด จัดหาซอฟท์แวร์ฟรี การส่งเสริมพัฒนา Software อบรมและเตรียมความพร้อมบุคลากร การส่งเสริมนักเรียนในการใช้  ICT เพื่อสืบค้นหาความรู้ การจัดกิจกรรมพิเศษ ICT ในโรงเรียน และการจัดหาอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเพื่อให้ครูและนักเรียนสามารถสืบค้นข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บทความทางวิชาการถวิล อรัญเวศ



ความเห็น (0)