ในช่วงเวลาที่ย่างเข้าสู่เดือนกันยายน เป็นเดือนสุดท้ายของการทำงานก่อนเกษียณของคนหลายคน และเป็นช่วงท้ายที่สุดของการทำความดีทิ้งไว้ให้แก่งานราชการ
ความดี..ทำได้ชั่วชีวิต แต่งานของข้าราชการมีวันสิ้นสุด..หลัง ๖๐ ปีไปแล้ว แม้จะอยากทำมากมายแค่ไหน..ระเบียบปฏิบัติก็ไม่เอื้อให้ได้ทำทุกคน..
อย่างไรก็ตาม..ความดี..ไม่มีเกษียณ ทำได้ต่อเนื่องแม้เกษียณอายุราชการแล้ว และความดีของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน ทั้งความเข้าใจและแนวทางปฏิบัติ
แต่ความหมายที่มีนัยสำคัญของความดีก็คือ การกระทำที่ก่อให้เกิดประโยชน์และความสุข ไม่เอารัดเอาเปรียบ และไม่สร้างความเดือดร้อนแก่ตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคมและประเทศชาติ
คำสอนในทางศาสนา จะนำพาให้ศาสนิกชน ละโลภ โกรธ หลง แต่จะไม่ให้ละโอกาสที่จะสร้างความดี แต่บางคนอาจมีข้อจำกัด เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานที่เข้าใจได้ จะยากหรือง่าย แต่ความดี..ต้องทำเอง
ใช่ว่าจะได้มาฟรีๆ เหมือนความชรา..คิดได้เช่นนี้..ก็จะช่วยให้ไม่ประมาทในชีวิต เพราะวันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ความชราเป็นธรรมชาติที่เกิดขึ้นกับทุกคน
หลายคนที่ชราอย่างมีคุณภาพ แต่ก็มีบางคนอาจโชคไม่ดีที่ชราภาพพร้อมโรคภัยไข้เจ็บ ข้าราชการ..จึงไม่ควรคิดว่าตนเองชราแล้วก่อนที่จะเกษียณอายุราชการ
ไฟแห่งการทำงานสร้างได้ด้วยแรงบันดาลใจ ความชรา..ชลอได้ด้วยการออกกำลังกายและกำลังใจ จงอย่าให้ความสำคัญแค่ร่างกายเท่านั้น เพราะหัวใจต้องการสิ่งจูงใจเพื่อให้มีพลังเหมือนกัน
ผมคิดว่า..เราไม่ควรให้ความชรามาถึงก่อนกำหนด เพราะร่างกายเป็นของเรา หากเราไม่รักตัวเอง..แล้วจะไปดูแลใครได้ รวมทั้ง “ความดี” หากคิดว่าชรามากแล้ว ความรู้สึกจะบั่นทอนให้เป็นอุปสรรคในการทำงาน..
ที่สุดแล้ว..ในทุกวงการและทุกตำแหน่ง ทุกท่านทุกคน..ยังคงต้องเดินหน้าสร้างความดี แม้จะอยู่ในท่ามกลางปัญหาและอุปสรรค จะกล่าวอ้างความขาดแคลนหรือเดือดเนื้อร้อนใจก็คงอ้างไม่ได้ เพราะ..ความดีสร้างได้ด้วยตนเองในทุกโอกาส
อย่ารอ..และคิดแต่ว่าเป็นเรื่องง่ายๆ เนื่องจาก“ความดีไม่มีขายอยากได้ต้องทำเอง” หากมัวแต่รอ..และคิดเล็กคิดน้อย คอยแต่จะอยู่ไปวันๆ อาจจะไม่สุขสันต์กับงานเพราะของฟรีๆจะตามมา
ไม่ใช่เกษียณก่อนกำหนด แต่อนาคตจะไม่งามสง่า..อันเนื่องมาจากความชรา..จะมาเยือนก่อนวัยอันควร..
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๒