ยุทธศาสตร์พัฒนาท้องถิ่นในมิติใหม่

31 สิงหาคม 2562

ทีมวิชาการสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย [1]

แผนทุกระดับเป็นแผนเดียวกัน (One Plan)

เวทีการสัมมนาท้องถิ่นเล็งไปที่ต้องการเลือกตั้งท้องถิ่น ไม่พูดถึงการกระจายอำนาจหรือการมอบหมายอำนาจหน้าที่ที่เหมาะสมใน “การบริการประชาชน” (Public Service) ให้แก่ อปท. ข่าวนโยบายการใช้จ่ายเงินสะสม อปท. 6 แสนล้านบาทมหาดไทยจะมอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และ นายอำเภอเป็นผู้กำกับ ดูแล ที่น่าวิตกคือไม่ใช่การกระจายอำนาจ ในยุควิกฤติของท้องถิ่นอาจมีการคอรัปชันได้ง่าย ที่ผ่านมาส่วนกลาง โดยผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอมักลงมาบริหารจัดการในโครงการต่าง ๆ ที่อ้างว่ากระจายลงสู่ท้องถิ่นเสียเอง เพราะส่วนกลางยึดหลักบริหารตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ พ.ศ. 2551 [2] คือ “One Plan” [3] หรือแผนพัฒนาที่มีความเชื่อมโยงสอดคล้องกันในทุกระดับเป็นแผนเดียวกัน เริ่มจากปี พ.ศ. 2544 รัฐบาลเสนอการทำงานเป็นทีมในรูปของคณะผู้บริหารจังหวัด เกิดผู้ว่าราชการจังหวัด CEO (Chief Executive officer) [4] ในปี พ.ศ. 2545 ถือเป็นการปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่ตามพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 โดยมี “คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)” [5] เป็นกลไกขับเคลื่อน  

นิยามศัพท์ในพระราชกฤษฎีกาบริหารงานจังหวัดฯแบบบูรณาการ [6]

“จังหวัด” หมายความว่า จังหวัดตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดินแต่ไม่รวมถึงกรุงเทพมหานคร “กลุ่มจังหวัด” หมายความว่า กลุ่มจังหวัดที่จัดตั้งตามมาตรา 26 ซึ่งมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2551 เห็นชอบการปรับปรุงกลุ่มจังหวัด และการกำหนดจังหวัดที่เป็นศูนย์ปฏิบัติการกลุ่มจังหวัดรวม 18 กลุ่มจังหวัด ตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ส่วนราชการในสำนักนายกรัฐมนตรีที่ไม่มีฐานะเป็นกรม ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ

“แผนพัฒนาจังหวัด” หมายความว่า รายการเกี่ยวกับโครงการและแผนงานต่าง ๆ ของจังหวัดที่จำเป็นต้องจัดทำเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และทิศทางการพัฒนาของจังหวัดในอนาคต “แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด” หมายความว่า รายการเกี่ยวกับโครงการและแผนงานต่าง ๆ ของกลุ่มจังหวัดที่จำเป็นต้องจัดทำเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และทิศทางการพัฒนาของกลุ่มจังหวัดในอนาคต 

เป็นการปฏิบัติงานบริหารยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัด (OSM : The Office of Strategy Management) นโยบายการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด แผนพัฒนาภาค ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) [7] ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ พ.ศ. 2560 [8] ออกจะเป็นเรื่องที่เข้าใจยากสำหรับชาวบ้านทั่วไป แม้ข้าราชการที่ไม่เกี่ยวข้อง ก็ไม่อาจเข้าใจได้เช่นกัน 

  เกริ่นอ้างมายาว แต่นี่เป็นเพียงสั้น ๆ ยังมีประเด็นปลีกย่อยอีกมากจะไม่ขอกล่าว เฉพาะที่ต้องกล่าว เพื่อจะชี้ให้เห็นว่ามีรอยต่อหรือจุดเชื่อมต่อกับ “ราชการบริหารส่วนท้องถิ่น” อย่างไรเท่านั้น

หลักการบริหารราชการยุทธศาสตร์ภาคและกลุ่มจังหวัดและกฎหมายการคลัง [9]

คือ (1) เพื่อการบริหารแบบบูรณาการในลักษณะยึดพื้นที่ (Area Base Approach) เพื่อกระจายการพัฒนาและลดความเหลื่อมล้ำของความเจริญเติบโตระหว่างพื้นที่ต่างๆ ในประเทศ (2) เป็นการจัดการความสัมพันธ์แนวดิ่งระหว่างส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น โดยแบ่งหน้าที่กันทำตามแต่ละยุทธศาสตร์ซึ่งจะช่วยลดความซ้ำซ้อนของการใช้งบประมาณแผ่นดิน หรือระดมทรัพยากรเข้ามาใช้ร่วมกันให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ รวมทั้งเป็นการจัดการความสัมพันธ์แนวนอนระหว่างภาครัฐและภาคส่วนอื่นในสังคมด้วย

เมื่อกล่าวถึงแผนพัฒนาหรือยุทธศาสตร์ในการพัฒนาสิ่งตามมาที่เลี่ยงไม่ได้ก็คือเรื่อง “การคลังการงบประมาณ” พัวพันไปถึงการบริหารจัดการที่ต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ และไร้การทุจริต ที่ต้องอาศัยระเบียบกฎหมายหลายฉบับดำเนินการ โดยเฉพาะกฎหมายฉบับใหม่ ๆ ที่เพิ่งได้ประกาศบังคับใช้ได้เมื่อไม่นานมานี้ ปัจจุบันมีการตรากฎหมายใหม่หลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับการเงินการคลังการงบประมาณ เช่น (1) พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. 2561 [10] (2) พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 [11] (3) พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 [12] (4) พ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2560 [13] (5) ประกาศ เรื่อง ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 - 2580) [14]

แผนพัฒนาอีแพลนอีพวกอีหยิบอีแอบ

มาพิเคราะห์แบบเปรียบเปรยเพื่อฝากแง่คิด การวางแผนพัฒนาแบบ e-PLAN (Electronic Plan) เรียกย่อว่า อี-แพลน เป็นระบบสารสนเทศการวางแผนและประเมินผลของ อปท. (Planning Budgeting) เป็นแผนหรือโครงการที่ได้มาจากการตัดสินใจ ด้วยกระบวนการจัดทำแผนพัฒนา ในการวิเคราะห์ในกรอบปัญหาอุปสรรคความต้องการและศักยภาพ แนวโน้มหลายแห่งจะเป็นว่า พวกใครมากกว่า ผลประโยชน์มากกว่า ก็จะเป็นของคนกลุ่มนั้นไป ฉะนั้น แผนพัฒนาที่ออกมาก็จะเป็นของพวกนั้น เรียก “อีพวก” ไม่ใช่ “อีแพลน”

เมื่อได้ให้ทำโครงการมาบรรจุไว้ในแผนมาประกอบกันหลายโครงการจากหลายแห่ง (หลายแหล่ง) ภายใต้กรอบแผนพัฒนาท้องถิ่นที่กำหนดมาจากส่วนกลางอันเดียวกันที่เหมือนกันทั่วประเทศ แล้วมีคณะกรรมการคัดเลือกโครงการ แบบใช้ดุลพินิจพิเคราะห์เหตุผลความจำเป็น แต่ด้วยจำนวนโครงการที่มากมาย และมีลักษณะที่ใกล้เคียงกันมาก การเลือกโครงการของคณะกรรมการจึงเหมือนการ “หยิบโครงการมาแบบเสี่ยงโชค” เรียกอีกว่า “อีหยิบ”

ในการจัดทำแผนพัฒนานั้น ปกติตามรูปแบบก็คือต้องมีการประชุมประชาคม การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมและศักยภาพ หรือการวิเคราะห์ปัญหา SWOT Analysis [15] แต่ในรูปแบบจริง ๆ จะมีนโยบายของฝ่ายบริหาร หรือ อำนาจที่สั่งให้ดำเนินการได้ ในการจัดทำโครงการพัฒนาต่าง ๆ ตามคำชี้แนะ แนะนำ คำบอกด้วยวาจา หรือนัยยะ ไม่มีหลักฐานตรวจสอบในภายหลังได้ หรือ มีรูปแบบโครงการพัฒนาให้เสร็จสรรพ ขอเพียงแค่ อปท. ระบุพื้นที่โครงการและลงนามในเอกสารเสนอโครงการก็พอ ที่ส่วนใหญ่มีปัญหามาตรฐานสเปคเนื้องาน คุณภาพงาน แต่ราคาสูงคงตัวปรับลดไม่ได้ หากหน่วยตรวจสอบตรวจพบความผิดปกติ ข้อบกพร่อง มีความเสียหาย หรือมีความไม่เหมาะสมคุ้มค่ากับงบประมาณ หรือมีการทุจริตตามกฎหมายที่กล่าวข้างต้น เจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการรวมทั้งฝ่ายการเมืองท้องถิ่นก็ต้องรับผิดตามกฎหมาย

จากสภาพการณ์ดังยกตัวอย่างแบบโจ๊กดังกล่าวมีข้อสงสัยว่า “การบูรณาการ การประสานแผนโครงการ ตามยุทธศาสตร์ชาติ หรือเหตุจำเป็นเร่งด่วนใดๆก็ตาม” จะมีโครงการพัฒนาแบบนี้อีกต่อไป เหมือนเช่นในอดีตที่ผ่านมาหรือไม่

อุปสรรควินัยการเงินการคลังไทย

ใน พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง พ.ศ.2561 มาตรา 9 วรรคสาม (สุดท้าย) [16]บัญญัติว่า คณะรัฐมนตรีต้องไม่บริหารราชการแผ่นดินโดยมุ่งสร้างความนิยมทางการเมืองที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศและประชาชนในระยะยาว ที่หมายถึง “ห้ามรัฐบาลทำนโยบายประชานิยม” (Populism) ที่ทำให้หลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศแถบอเมริกาใต้เจ๊งมาแล้วนั่นเอง ในกรณีของไทยเริ่มมีการคิดและติดร่างแหมาถึงปัจจุบัน ชักไม่แน่ใจว่า กรณีการจ่ายเงินสวัสดิการ หรือที่เรียกว่า “โครงการสวัสดิการแห่งรัฐหรือประชารัฐ” เป็นห้วง ๆ ที่ผ่าน ๆ มา การจ่ายเงินเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจในรูปแบบต่าง ๆ เช่น แจกเงินเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เหล่านี้เป็นการหาเสียงในลักษณะที่กฎหมายวินัยการเงินการคลังได้บัญญัติห้ามไว้หรือไม่ อย่างไร แต่ในขณะเดียวกันกรณีท้องถิ่นจัดทัศนศึกษาดูงานถูกตรวจสอบเข้มจากหน่วยงานตรวจสอบอ้างว่ามีการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยไม่เกิดประโยชน์แก่ราชการและหน่วยงาน เพราะไปเที่ยว กรณี อปท. มีบัญญัติไว้ใน มาตรา 17 (5) [17] ว่า การจัดสรรงบประมาณต้องเป็นไปเพื่อสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการทำหน้าที่ดูแลและจัดทำบริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นโดยคำนึงถึงความสามารถในการหารายได้ของ อปท. ตลอดจนความเหมาะสมและความแตกต่าง ของ อปท.แต่ละรูปแบบ นี่กลับเป็นว่า เป็นดุลยพินิจในเรื่องที่เหมือนกันแต่มีดุลพินิจที่แตกต่างกัน เพราะเมื่อคำนึงถึงความถูกผิดประโยชน์ที่ได้รับในภาพรวมมันดีเสียแตกต่างกันได้อย่างไร

อีกอย่างจากกรอบทัศนคติทางลัดของชาวไทยพุทธ มักได้ยินคำว่า “เกาะชายผ้าเหลือง” ในความหมายก็คือเปรียบว่าพ่อแม่จะพ้นจากความเป็นทาส เพราะลูกได้บวชทดแทนบุญคุณ  ต่อมาลูกก็ขยันเรียนหนังสือ เพื่อไม่อยากทำงานแบบใช้แรงงานภาคการเกษตร ดราม่าเหมือน “ครูบ้านนอก” ต่อมาพัฒนาหนักกว่านั้นอีก คือเมื่ออยากมีตำแหน่งหน้าที่การงานก็ “ซื้อขายตำแหน่ง” เป็นวัฏจักรแห่งความชั่วร้าย “ความอยากหนีให้พ้นจากสภาพเดิม ๆ ของคนไทย” โดยไม่อยากกลับไปทำงานแบบที่รุ่นพ่อรุ่นแม่เป็นอยู่ ถือเป็นคือช่องว่างช่องโหว่ที่คนมีความคิดดี ไม่ร่วมสร้างเศรษฐกิจครัวเรือนหรือ “วิสาหกิจชุมชน” ได้เลย

มิติใหม่การกระจายอำนาจการจัดเก็บรายได้

ในอดีต คือ “กระจายอำนาจการใช้กฎหมาย กระจายอำนาจการใช้เงินงบประมาณ และกระจายอำนาจการบริหารงานบุคคล” ปัจจุบันมี “การกระจายอำนาจการหารายได้” ตาม พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 [18] ที่จะมีผลเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป วกมาดูในเรื่อง การสำรวจ และการกำหนดประเมินทรัพย์สิน และส่งไปให้นายก อปท.โดยตรงเท่านั้น ที่เป็นทั้งผู้เลือก หรือถูกเลือก แต่งตั้งให้เป็น “กรรมการภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง” กรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ผู้แต่งตั้งพนักงานสำรวจ พนักงานประเมิน พนักงานเก็บภาษี การยึดและอายัดทรัพย์สิน การขายทอดตลาด มีเพียง อัตราการจัดเก็บ สูตรคิด ข้อยกเว้น การลดภาษี เงื่อนไขอื่น ๆ เป็นของรัฐมนตรี เหล่านี้อาจเป็นข้อจำกัดอย่างยิ่งของท้องถิ่นในการใช้อำนาจในการบริหารจัดเก็บรายได้ที่เป็นภาษีจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เช่น ประเด็นความกล้าได้กล้าเสียปกป้ององค์กร หรือประเด็นวิสัยทัศน์และความสามารถศักยภาพเฉพาะตัว เพราะ แน่นอนว่า ต้องมีปัญหาอุปสรรคแน่ ๆ เพราะ “ผลประโยชน์ทับซ้อน” ที่แยกกันไม่ค่อยออก โดยเฉพาะในเขตที่มีรายการทรัพย์สินที่อยู่ในข่ายที่ต้องเสียภาษีในปริมาณที่มาก นอกจากนี้ในสังคมโลกโซเชียลปัจจุบัน มีความต้องการการปรับเปลี่ยนให้ทันโลกสมัยใหม่แทบตามไม่ทัน คนรุ่นใหม่จำเป็นหรือไม่ในภารกิจนี้ น่าคิดจริง ๆ

พิเคราะห์เนื้อหากฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฉบับใหม่ ประกอบกับรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 250 วรรค 4 [19]พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง มาตรา 17 (5) [20]เป็นห่วงว่ารัฐบาลมีความจริงใจต่อ อปท.เพียงใด ในมุมกลับกันเป็นที่พอใจของสมาคม สมาพันธ์ ของ อปท.ทั้งหลายที่ได้เรียกร้องอิสระในการจัดเก็บรายได้นี้หรือไม่เพียงใด เพราะ เป็นการจัดเก็บจัดหารายได้เอง ไปประเมินทรัพย์สินเอง ไม่ผ่านกรมสรรพากร หรือกระทรวงการคลัง หากเจอ “การทับซ้อนในผลประโยชน์” เช่น ในทรัพย์สินฯ ของนายกฯ หรือ พวกกลุ่มการเมืองท้องถิ่น เจอแบบตรง ๆ การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของ อปท.จะทำอย่างไร ในเมื่อผลประโยชน์มหาศาลมันยังทับซ้อนกันอยู่แบบแยกไม่ออก

          ทุกคนอยากได้ “นวัตกรรมใหม่” ทางการบริหารงานมากที่สุด ไม่ว่ามิติเก่าหรือมิติใหม่ก็ตาม ผลรวมที่ออกมาขอเป็นของใหม่มิติใหม่ก็พอแล้ว

[1]Phachern Thammasarangkoon & Watcharin Unarine, Municipality Officer ทีมวิชาการสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย, หนังสือพิมพ์สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ปีที่ 66 ฉบับที่ 50 วันเสาร์ที่ 31 สิงหาคม - วันศุกร์ที่ 6 กันยายน 2562, บทความพิเศษ หน้า 9, สยามรัฐออนไลน์, 31 สิงหาคม 2562, https://siamrath.co.th/n/99974

[2]พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ พ.ศ. 2551, ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 125 ตอนที่ 137 ก วันที่ 30 ธันวาคม 2551, http://web.krisdika.go.th/data/law/law2/%C338/%C338-2a-2551-a0001.htm 

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 187 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534

[3]การดำเนินงานแผนพัฒนาในลักษณะแผนเดียว (One Plan) ดู มท.เดินหน้าขับเคลื่อน One Plan แผนพัฒนาฯครั้งใหญ่ ครอบคลุมทุกตำบล เน้นความต้องการของประชาชนในพื้นที่, 16 สิงหาคม 2562, https://www.cdd.go.th/content/มท-เดินหน้าขับเคลื่อน-one-plan-แ

[4]ผู้ว่า CEO คืออะไร ?

ตามรูปศัพท์ในภาษาอังกฤษ และตามที่ใช้กันอยู่ในวงการบริหารธุรกิจ CEO คือ Chief Executive Officer ในวงการบริหารราชการหรือบริหารแผ่นดิน คำว่า CEO มีการนำเข้ามาใช้น้อย แต่ก็มีอยู่บ้างเช่น ต่งเจี้ยนหัว ผู้บริหารเกาะฮ่องกงในปัจจุบัน ก็เรียกว่า Chief Executive ของเกาะฮ่องกงนั้น มีการจัดงานกันอย่างใหญ่โต เจ้าฟ้าชายชาร์ลล์ มงกุฎราชกุมารประเทศอังกฤษก็เสด็จร่วมพิธีด้วย ในประเทศไทยเรา ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ให้นำเอาความคิดการบริหารแบบ CEO เข้ามาสวมใส่ผู้ว่าราชการจังหวัด 5 จังหวัด เป็นการทดลอง ได้แก่ จังหวัดลำปาง จังหวัดศรีษะเกษ จังหวัดชัยนาท จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดนราธิวาส ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 5 นี้ จึงได้ชื่อว่า CEO

ดู ผู้ว่า CEO โดย บุญช่วย ศรีสารคาม, http://www.khonthai.com/Others/CEO.htm 

& หลักการบริหารจังหวัดแบบบูรณาการและบทบาทหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดในการอำนวยการและบริหารราชการจังหวัดแบบบูรณาการ, 27 กันยายน 2556, https://tharasakgo.wordpress.com/2013/09/27/หลักการบริหารจังหวัดแบ/  

[5]สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(ก.พ.ร : Office of the Public Sector Development Commission) เป็นส่วนราชการไทยประเภทกรม สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่ริเริ่ม ผลักดัน และเสนอแนะนโยบายต่อคณะรัฐมนตรีในเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติราชการ และการพัฒนาระบบราชการ ผ่านกลไกต่าง ๆ เพื่อให้เกิด การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ตามมาตรา 3/1 ของพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 ก่อตั้ง พ.ศ. 2545, วิกิพีเดีย  

[6]OSM : The Office of Strategy Management มติ ครม.เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2551 เห็นชอบการปรับปรุงกลุ่มจังหวัด และการกำหนดจังหวัดที่เป็นศูนย์ปฏิบัติการกลุ่มจังหวัดตามที่สำนักงาน ก.พ.ร. เสนอ 18 กลุ่มจังหวัด

ดู คู่มือ การปฏิบัติงานสำนักบริหารยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัด : OSM The Office of Strategy Management, http://km.moi.go.th/E_Library/File_Books/EB0206.pdf

[7]แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564), สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี, https://www.nesdb.go.th/ewt_dl_link.php?nid=6422  

[8]ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ พ.ศ. 2560, ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 134 ตอนพิเศษ 281 ง วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 หน้า 4-7, https://www.nesdb.go.th/ewt_dl_link.php?nid=7262&filename=index

[9]ดู หนังสือสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ด่วนที่สุด ที่ นร(ก.บ.ภ.) 1112/ว4907 ลงวันที่ 9 สิงหาคม 2561 เรื่อง นโยบาย หลักเกณฑ์ และวิธีการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ฉบับทบทวน และหลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563, http://www.nesdb.go.th/download/document/KBP/100820181628.pdf  

[10]พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. 2561, ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนที่ 10 ก วันที่ 21กุมภาพันธ์ 2561, หน้า 1-41, http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2561/A/010/1.PDF  

[11]พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561, ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนที่ 27 ก วันที่ 19 เมษายน 2561, หน้า 1-23, http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2561/A/027/1.PDF    

[12]พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561, ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนที่ 92 ก วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 หน้า 1-18, http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2561/A/092/1.PDF  

[13]พระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2560, ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 134 ตอนที่ 79 ก วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 หน้า 1-12, https://www.nesdb.go.th/article_attach/article_file_20170802145027.PDF

[14]ประกาศ เรื่อง ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 - 2580), ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนที่ 82 ก วันที่ 13 ตุลาคม 2561, http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2561/A/082/T_0001.PDF  

[15]การวิเคราะห์จุดแข็ง –จุดอ่อน (SWOT Analysis) ได้แก่ จุดแข็ง  ( Strength = S ), จุดอ่อน ( Weakness = W), โอกาส (Opportunity = O) และ การวิเคราะห์ภาวะคุมคามหรือข้อจำกัด ( Threat = T)   

[16]พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง พ.ศ.2561 มาตรา 9 บัญญัติว่า

“คณะรัฐมนตรีต้องรักษาวินัยในกิจการที่เกี่ยวกับเงินแผ่นดินตามพระราชบัญญัตินี้อย่างเคร่งครัด

ในการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวกับนโยบายการคลัง การจัดทำงบประมาณ การจัดหารายได้การใช้จ่าย การบริหารการเงินการคลัง และการก่อหนี้ คณะรัฐมนตรีต้องพิจารณาประโยชน์ที่รัฐหรือประชาชนจะได้รับ ความคุ้มค่า และภาระการเงินการคลังที่เกิดขึ้นแก่รัฐ รวมถึงความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นแก่การเงินการคลังของรัฐอย่างรอบคอบ

คณะรัฐมนตรีต้องไม่บริหารราชการแผ่นดินโดยมุ่งสร้างความนิยมทางการเมืองที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศและประชาชนในระยะยาว”

[17]พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง พ.ศ.2561 มาตรา 17

"การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายให้แก่หน่วยงานของรัฐต้องคำนึงถึง

(1) ความจำเป็นและภารกิจของหน่วยงานของรัฐที่ขอรับจัดสรรงบประมาณ

(2) ฐานะเงินนอกงบประมาณของหน่วยงานของรัฐที่สามารถใช้จ่ายได้รวมตลอดถึงรายได้หรือเงินอื่นใดที่หน่วยงานของรัฐนั้นมีอยู่หรือสามารถนำมาใช้จ่ายได้

(3) ความสามารถในการใช้จ่ายและการก่อหนี้ผูกพันของหน่วยงานของรัฐภายในปีงบประมาณนั้น

(4) การปฏิบัติหน้าที่โดยอิสระของรัฐสภา ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ และองค์กรอัยการ

(5) กรณีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องเป็นไปเพื่อสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการทำหน้าที่ดูแลและจัดทําบริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่น โดยคำนึงถึงความสามารถในการหารายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนความเหมาะสมและความแตกต่างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละรูปแบบ"

[18]พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562, ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนที่ 30 ก วันที่ 12 มีนาคม 2562 หน้า 21-50, http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/A/030/T_0021.PDF   

[19]รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 250

“องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่และอำนาจดูแลและจัดทำบริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาให้แก่ประชาชนในท้องถิ่น ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ

การจัดทำบริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะใดที่สมควรให้เป็นหน้าที่และอำนาจโดยเฉพาะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละรูปแบบ หรือให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการใด ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติซึ่งต้องสอดคล้องกับรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามวรรคสี่ และกฎหมายดังกล่าวอย่างน้อยต้องมีบทบัญญัติเกี่ยวกับกลไกและขั้นตอนในการกระจายหน้าที่และอำนาจ ตลอดจนงบประมาณและบุคลากรที่เกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจดังกล่าวของส่วนราชการให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย

ในการจัดทำบริการสาธารณะหรือกิจกรรมสาธารณะใดที่เป็นหน้าที่และอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ถ้าการร่วมดำเนินการกับเอกชนหรือหน่วยงานของรัฐหรือการมอบหมายให้เอกชนหรือหน่วยงานของรัฐดำเนินการ จะเป็นประโยชน์แก่ประชาชนในท้องถิ่นมากกว่าการที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะดำเนินการเอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะร่วมหรือมอบหมายให้เอกชนหรือหน่วยงานของรัฐดำเนินการนั้นก็ได้

รัฐต้องดำเนินการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีรายได้ของตนเองโดยจัดระบบภาษีหรือการจัดสรรภาษีที่เหมาะสม รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาการหารายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถดำเนินการตามวรรคหนึ่งได้อย่างเพียงพอ ในระหว่างที่ยังไม่อาจดำเนินการได้ ให้รัฐจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปพลางก่อน

กฎหมายตามวรรคหนึ่งและกฎหมายที่เกี่ยวกับการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น ต้องให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอิสระในการบริหาร การจัดทำบริการสาธารณะ การส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษา การเงินและการคลัง และการกำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งต้องทำเพียงเท่าที่จำเป็นเพื่อการคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นหรือประโยชน์ของประเทศเป็นส่วนรวม การป้องกันการทุจริต และการใช้จ่ายเงินอย่างมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมและความแตกต่างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละรูปแบบ และต้องมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการป้องกันการขัดกันแห่งผลประโยชน์ และการป้องกันการก้าวก่ายการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการส่วนท้องถิ่นด้วย

[20]อ้างแล้ว, พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง พ.ศ. 2561 มาตรา 17 (5)