"การเดินทางกับรถคู่หู"

เรื่องเล่านี้อาจจะไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไรและก็ไร้สาระไปนิด ๆ ดิฉันก็หวังว่าทุกคนจะเข้าใจนะคะ 

การเดินทางนั้นทุกคนก็ต้องใช้ยานพาหนะในการเดินทางกันทุกคนไม่ว่าจะ รถยนต์หรือรถมอเตอร์ไซค์ เพราะทำให้การเดินทางนั้นสะดวกสบายแล้วก็รวดเร็วขึ้นด้วย ดิฉันก็เป็นคนหนึ่งที่ใช้รถมอเตอร์ไซค์ในการเดินทางไปโน้นไปนี่ตลอดเพราะว่าสะดวกบางทีเราจะไปที่ที่ไกล ๆ เราก็ต้องใช้รถดีกว่าที่เราจะเดินเท้าไปและก็รวดเร็วกว่าอีกด้วย

"รถคันแรก"

นี้เป็นรถคันแรกของดิฉัน พ่อซื้อให้ตอนเรียนจบ ม.6 รถคันนี้เรียกว่าเป็นรถคู่หูของดิฉันเลยก็ว่าได้เพราะลุยด้วยกันไปทุกที่ไม่ว่าจะหนักจะเบาแดดจะออกฝนจะตกก็ลุยได้ทุกที่ไม่ว่าจะเจอกับเหตุการณ์หรืออุบัติเหตุต่าง ๆ แต่รถคันนี้ก็ยังอยู่ด้วยกันเสมอไม่ทิ้งดิฉันไปไหน(ฟังดูเหมือนแปลก ๆ น้อ) มีเหตุการณ์อยู่ครั้งหนึ่งที่ดิฉันคิดว่าดิฉันต้องเสียรถคันนี้ไปสักแล้ว เพราะเป็นรถคันเดียวที่ดิฉันมีอยู่ด้วยถ้าดิฉันไม่มีรถคันนี้แล้วดิฉันจะทำยังไงดีเพราะดิฉันต้องใช้รถในการเดินทางไปไหนมาไหนและถ้าไม่ใช่รถของดิฉันก็ไม่ชินกับการขับแต่ถ้าเป็นรถของตัวเองดิฉันขับจะชินกว่า

เหตุการณ์อุบัติเหตุครั้งนั้นก็มีอยู่ว่า ตอนเรียนอยู่ปี 1 เป็นปีแรกที่ดิฉันของกู้ยืม กยศ ต้องกลับไปทำเอกสารต่าง ๆ ที่บ้านแต่ดิฉันไม่อยากกลับบ้านคนเดียวช่วงนั้นพี่ของดิฉันก็ไม่ว่างกลับกับดิฉันอีกดิฉันก็เลยชวนเพื่อน ประกายดาวไปเป็นเพื่อน ช่วงนั้นก็เป็นช่วงหน้าฝนด้วยทางที่ไปบ้านก็ไม่ค่อยจะดี วันที่ดิฉันกลับบ้านดูเหมือนท้องฟ้าก็สว่างก็ไม่มีทีท่าว่าจะตกแดดก็ออกดีมาก แต่พอกลับได้ครึ่งทางต้องผ่านอีกไม่กี่หมู่บ้านก็จะถึงหมู่บ้านของดิฉันแล้วแต่ฝนก็ดั่งมาตกแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยก่อนและก็ตกลงมาหนักด้วยทำให้ทางค่องข้างที่จะลื่นหน่อยดิฉันขับรถโดยไม่ทันระวัง อีกอย่างฝนก็ตกหนักทำให้ดิฉันกับเพื่อนนั้นตกลงไปในเหวพร้อมกับรถคู่หูของดิฉันแต่ยังโชคดีที่มีชาวบ้านอยู่แถวนั้นเพราะเขามาทำงานที่ไร่ข้าวโพดจึงช่วยดึงดิฉันกับเพื่อนขึ้นมาจะเหวได้ ยังดีอยู่ตอนที่ชาวบ้านช่วยดิฉันกับเพื่อนขึ้นมาฝนหยุดตกพอดีและเหวก็ไม่ค่อยลึกเท่าไหร่ไม่งั่นดิฉันคิดว่าคงจะหนักถึงว่าโชคยังดีที่ดิฉันกับเพื่อนไม่ได้เป็นไรมากแค่เจ็บเท้าเล็กน้อยพอชาวบ้านช่วยดิฉันกับเพื่อนเสร็จก็ไปช่วยกันดึงรถของดิฉันขึ้นมาต่อตอนนั้นดิฉันคิดว่ารถของดิฉันคงขับไม่ได้อีกแล้วแต่ก็ยังดีที่พอชาวบ้านดึงขึ้นมาแล้วรถของดิฉันไม่ได้เสียหายอะไรมากแค่คอรถเบี้ยวไปจากเดิมนิดหน่อยถึงว่าโชคที่สุดแล้วที่ไม่ได้เป็นอะไรทั้งคนทั้งรถ

หลังจากที่ผ่านเหตุการณ์อุบัติเหตุแรกมาได้เหตุการณ์อุบัติเหตุอีกต่าง ๆ ก็ตามมาอีกคือเวลาเดินทางไปไหนมาไหนก็จะเอารถไปล้มไปชนตลอดบอกได้เลยว่าเดินทางไปที่ไหนก็จะเอารถไปล้มไปชนที่นั้น ไม่ใช่ว่าขับรถเร็วหรือขับไม่ระวังอะไรนะดิฉันก็ขับยังดีและระวังแต่ก็ยังล้ม หรือว่าไม่ถูกโฉลกกับรถก็ไม่รู้นะแต่ก็ยังดีที่รถก็ไม่ได้เป็นอะไรมากรถก็ยังอยู่ดี ดิฉันก็ไม่รู้นะว่าทำไมดิฉันยังขับและก็ชอบรถคันนี้อยู่คงเป็นเพราะลุยมาด้วยกันเยอะแหล่ะมั้งเลยทำให้อยากไม่ทิ้งรถคันนี้ไปไหนแต่ก็ยังไม่พบเหตุการณ์ที่เจอล่าสุดช่วงปิดเทอมทำให้เดินไม่ได้เกือบจะเดือนกว่าแต่ดิฉันก็ยังขับรถคันนี้อยู่

ถึงได้ว่าเป็นการเดินทางกับรถคู่หูคันนี้ที่แบบว่าเสี่ยงกับชีวิตของดิฉันที่สุดก็ว่าได้เพราะเจอกับอุบัติเหตุหลายเหตุการณ์เกินมีทั้งหนักและเบาปนกันไปแต่ดิฉันอยากฝากให้เพื่อน ๆ หรือทุกคนที่ขับขี่รถในการเดินทางขับขี่กันด้วยความระมัดระวังก่อนจะออกเดินทางไปไหนเช็ดรถเช็ดสภาพอากาศให้ดีก่อนที่จะออกเดินทางไปไหนเพื่อความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่นบางทีคนเราก็อาจจะไม่โชคดีเสมอไปทุกคนเพราะไม่รู้ว่าอุบัติเหตุนั้นจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอแค่ให้เราขับรถอย่าระมัดระวังและมีสติชีวิตของเราก็จะปลอดภัย