พรรคคอมมิวนิสต์จีนชอบความโหดร้ายมากกว่าที่จะถูกมองว่าอ่อนแอ

ในปลายเดือนตุลาคม ปี 1956 นักศึกษาและคนงานได้รวมตัวกันในเมืองหลวงของฮังกาเรียน ที่ชื่อบูดาเปสต์ เพื่อประท้วงการปกครองของโซเวียต และต้องการสิ้นสุดลงของอิทธิพลทางการเมืองของกรุงมอสโก โดยส่วนใหญ่แล้วในตอนแรกไม่มีผู้นำ การประท้วงถูกกระตุ้นโดยตำรวจที่ก้าวร้าว จนกลายมาเป็นการปฏิวัติแบบเต็มขั้นต่อต้านรัฐบาล ซึ่งรู้จักกันในนาม “หุ่นเชิดโซเวียต” ตอนปลายเดือน รัฐบาลที่ทำการปฏิวัติได้เข้ารูปเข้ารอย มันดูเหมือนว่ามอสโกจะต่อรองเรื่องการถอนทหารของโซเวียต  ต่อมาเลขานุการคนที่หนึ่งชื่อ Nikita Khrushchew ได้ปรักปรำโจเซฟ สตาลิน ในหลายเดือนก่อนหน้านี้

แง่ดีปรากฏเพียงชั่วขณะ ตอนตี 4 15 เป็นต้นมา รถถังของโซเวียตได้ทะลายเข้ามาในเมือง และทำให้พลเรียนชาวฮังกาเรียนเป็นพันๆล้มหายตายจากไป และก่อให้เกิดการสาปแช่งจากทั่วโลก อย่างไรก็ตาม การทุบทำลายประสบความสำเร็จอย่างน้อย 1 ขั้น นั่นคือ ทำให้การควบคุมของมอสโกหมดไปจากฮังกาเรียน อย่างน้อยก่อนที่สหภาพโซเวียตจะล่มสลายอีก 35 ปีต่อมา

พรรคคอมมิวนิสต์จีน (CCP) มีความทรงจำอันยาวนาน และมันจะหมกมุ่นอยู่กับชะตาของโซเวียต อย่างที่เรารู้กัน เราไม่รู้สิ่งที่สี จิ้นผิง และระดับหัวหน้าคนอื่นๆอภิปรายที่เป็นความลับสุดยอดในเรื่องพื้นที่ชายฝั่งทะเลของ  Beidaihe ---แต่มันดูเหมือนว่าความทรงจำของปี 1956 ครอบงำการก่อความไม่สงบในฮ่องกง อย่างที่เป็นที่เถียงกัน การท้าทายทางการเมืองที่สำคัญที่สุด ซึ่งนอกเหนือจากการจัดการโดยพรรคได้เกิดขึ้น ตั้งแต่ สีจิ้นผิงที่ได้อำนาจมาในปี 2012

โชคร้ายเป็นอย่างยิ่ง สำหรับผู้ประท้วงแล้ว การคำนาญของปักกิ่งในปี 2019 มีแนวโน้มว่าจะเหมอนมอสโกเมื่อเกือบ 70 ปีก่อนหน้านี้  เมื่อถูกต้อนให้อยู่ในมุม ความรุนแรงมีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้น แทนที่จะเป็นความอ่อนแอทางการเมือง หรือการสูญเสียดินแดน (territorial dissolution)

คนบางคนเสนอว่า ปักกิ่งจะไม่ใช้ความรุนแรง เนื่องมาจากความเกี่ยวข้องกับชื่อเสียงในทางโลก หรือเป็นความเจริญจากภายในก็ตาม

Kerry Btoen แห่งมหาวิทยาลัย King College แห่งกรุงลอนดอนทำนายว่า “บางสิ่งที่ดูกะทันหันเกินไปต้องใช้ต้นทุนสูงมาก มันอาจถูกเรียกว่าเทียนอันเหมินแบบ 2.0 ก็ได้ เพราะพวกเขาไม่ต้องการให้ชื่อเสียงถูกทำลาย อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้คือความเข้าใจผิดของการคำนวณทางการเมือง และวิธีการที่ตีความเหตุการณ์ในอดีต รวมทั้งฮังการี ปี 1956, เชโกสโลวาเกีย ปี 1968, แม้กระทั่งเดือนมิถุนายน ปี 1989 สิ่งสุดยอดคือประวัติศาสตร์พรรคคอมมิวนิสต์  ที่ถึงแม้จะถูกตำหนิจากนาๆชาติ และกระทบกับความเจริญภายใน แต่สิ่งนี้ถูกจัดการได้ ถึงแม้จะใช้ต้นทุนสูงก็ตาม การเสื่อมสภาพที่ควบคุมไม่ได้ไม่อาจเกิดขึ้นได้  และสิ่งนี้เป็นสิ่งซึ่งปักกิ่งมองฮ่องกงอยู่ในตอนนี้

การประท้วงที่มีจุดมุ่งหมายเริ่มต้นที่การต่อต้านการส่งผู้ร้ายข้ามแดนจากฮ่องกงไปให้พรรคคอมมิวนิสต์ ถูกโต้ตอบด้วยตำรวจในเมืองที่หยาบคาย รวมไปถึงการปฏิเสธของผู้ว่าการรัฐฮ่องกง คือ แครี่ ลัม

ถึงแม้ว่าจะมีผลที่ไม่ได้เกิดขึ้นโดยเจตนา ในการที่ปักกิ่งทำหมันการประท้วงร่ม (Umbrella movement ) ในปี 2014 แต่นัยยะของการไม่กลัวอันตราย และความเร่งด่วนก่อให้เกิดการประท้วงที่ไม่มีแกนนำ และเป็นขบวนการแบบรากหญ้าโดยแท้จริง (grassroots  movement) สนามบินนาๆชาติฮ่องกง ซึ่งเป็นหนึ่งในฮับที่จอแจที่สุด ถูกประท้วงโดยการเข้าไปนั่ง และการใช้ภาษาในทั้งสองข้าง ความรุนแรงจะมาจากตำรวจ ภายในสัปดาห์นี้ ลัมเตือนผู้ประท้วงว่ากำลังจะทำให้ฮ่องกงกลายเป็นนรก ผู้ประท้วงคนหนึ่งกล่าวว่า “ขอโทษสำหรับการประท้วงที่ก่อให้เกิดความไม่สบาย แต่เราต่อสู้เพื่อการอยู่รอด”

สำหรับผู้นำในพรรคคอมมิวนิสต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สี การเดิมพันครั้งนี้สูงมาก ไม่เพียงแต่จะเกิดความไม่สงบเท่านั้น แต่ยังมีปัญหาเรื่องการค้ากับสหรัฐ และส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัว  แต่ความต้องการของผู้ประท้วง เช่น การเป็นอิสระที่เพิ่มขึ้นจากปักกิ่ง และมีส่วนร่วมทางประชาธิปไตยที่มากขึ้น ผ่าหลักการของพรรคคอมมิวนิสต์ที่ว่าด้วยบูรภาพของดินแดนที่ไม่ท้าทาย และคำกล่าวที่พูดถึง “คนจีน” โดยรวมด้วย

ก็เลยไม่น่าแปลกใจแต่อย่างใดที่ปักกิ่งพยายามจะเพิ่มความถี่ในตั้งชื่อหรือฉายาต่อผู้ประท้วงในสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่เห็นได้ชัดเจนคือกล่าวหาว่าพวกเขาเชื่อมโยงกับผู้ก่อการร้าย  หรือพยายามทุบทำลายความมั่นคงภายใน และกล่าวหามีมือที่สามในการจัดระบบและบอกผู้ประท้วง ตั้งแต่ยยุคกลางทศวรรษ 1950 ความกลัวในการเข้าไปยุ่งจากภายนอก ไม่ว่าจะถูกกฎหมาย หรือผิดกฎหมายก็ตาม สุดท้ายได้กลายมาเป็นวาทกรรมทางการเมืองของพรรคไปเรียบร้อย เหมาเซตุง เชื่อว่าสหรัฐเป็นตัวการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในปักกิ่ง หลังจากที่เลขานุการของรัฐ ชื่อ John Foster Dulles พูดถึงยุทธศาสตร์การวิวัฒน์แบบสันติ (peaceful evolution strategy) ต่อมา “การทำลายพลังภายใน” ได้กลายมาเป็นคำอธิบายทั้งหมดในพรรค สำหรับความไม่พอใจที่เกิดขึ้นภายใน หรือความไม่สงบ ซึ่งคนจีนส่วนใหญ่ไม่พอใจกับการปกครองของปักกิ่ง และไม่สามารถทำอะไรได้

ที่แย่ไปกว่านั้น  มีข่าวลือว่าปักกิ่งกำลังพิจารณาเรื่องการใช้กำลังอำนาจทางหาร (paramilitary forces หรือ the People’s Armed Police ย่อว่า PAP) เพื่อกวาดล้างผู้ประท้วง ที่ได้รับความเชื่อถือ ในขณะที่สื่อของจีนรายงานว่ามีกองกำลังอยู่ในทางใต้ของจีน ชื่อ Shenzhen เพื่อการใช้อำนาจที่ใหญ่ (large-scale exercise) ที่รวมทั้งกองกำลังพลหุ้มเกราะ (armored personal carrier) (ประธานธิบดี Donald Trump เขียนในทวิตตเตอร์ว่า ข่าวนี้เป็ฯเพียงการสร้างความกลัวเท่านั้น )

คำถามคือการที่การประท้วงในฮ่องกงจะอยู่ต่อไป ขึ้นอยู่กับว่าปักกิ่งกำลังจะบด (crush) ผู้ประท้วงด้วยกำลังทหาร หรือการยกกำลังเป็นเพียงการยกตนข่มท่านเท่านั้น

 แปลและเรียบเรียงจาก

Jude Blanchette. How is Hong Kong to a second Tiananmen?

https://foreignpolicy.com/2019/08/14/how-close-is-hong-kong-to-a-second-tiananmen/