" ไม่มีหนังสือเล่มไหน" สอนเราดีเท่าประสบการณ์ของเราเอง 

เช้าวันที่ 24 เมษายน 2562  ในที่สุดวันที่รอคอยก็มาถึงแล้วรู้สึกตื่นเต้นมาก  ตื่นเช้ากว่าปกติทุกวันเพราะกลางคืนนอนไม่หลับด้วยความที่คิดว่าพรุ่งนี้ต้อนออกเดินทางไกลขับรถไปเองต้องหางานสมัครเองแล้วอีกอย่างไม่เคยขับรถไปไหนไกลและมีรถเยอะมาก่อน  จากนั้นก็ขับรถมากับเพื่อนคนเพื่อนคนหนึ่งพอเดินทางออกจากบ้านสักพักก่อนจะถึงตัวเมืองแม่สะเรียงประมาณปรากฏว่ารถเครื่องดับสตาร์ยังไงก็ไม่ติด ผ่านไปสักพักก็มีลุงคนหนึ่งขับรถเครื่องผ่านมาพอดีแล้วลุงก็ซ่อนให้จากนั้นเสร็จก็ขับต่อไปสักพักหนึ่งปรากฏว่าโซ่ขาดเริ่มรู้สึกไม่ดีแล้วแดดเริ่มร้อนขึ้น นั่งรอสักพักไม่มีรถผ่านเลยก็เลยตัดสินใจเข็นรถมากับเพื่อนเรื่อยๆ จากนั้นก็มีรถทหารพรานขันผ่านมาพอดีซึ่งก็ได้รับความช่วยเหลือจากพี่ๆทหาร พอซ่อนรถเครื่องที่แม่สะเรียงเสร็จก็ปานไปบ่าย 2 สอง  ในใจเริ่มคิดแล้วว่าจะไปต่อหรือกลับบ้านดีคิดถึงคำพูดของพ่อแม่ที่เคยพูดไว้ก่อนมา


เมื่อย้อนกลับไปก่อนที่จะออกเดินทางเพื่อไปหางานทำที่นิคมลำพูนดั่งที่คาบหวังไว้ก่อนปิดเทอมนี้ พอดีก่อนหน้านี้มีเพื่อนที่เรียนด้วยคนหนึ่งได้บอกว่าช่วงปิดเทอมที่ผ่านมานี้ได้ไปทำงานที่นิคมลำพูนได้เงินเดือนละ 12,000 ในใจคิดว่าเยอะมากสำหรับตอนนั้นแล้วถามเพื่อนว่างานเป็นไงบ้าง เพื่อนก็บอกว่างานสบายอยู่สนุก ส่วนเราแค่ได้ยินเงินเดือนที่เพื่อนได้ก็รู้สึกอยากทำมากแล้ว พอปิดเทอมมาก็ขออนุญาตพ่อกับแม่ว่าปิดเทอมนี้จะไปทำงานที่ลำพูนกับเพื่อนนะแล้วพ่อก็ตอบว่าก่อนที่จะไปทำงานรับจ้างของคนอื่น ถางหญ้าที่ไร่กับพ่อไม่ดีกว่าหรอถ้าเหนื่อยก็พักพ่อก็มีเงินให้ตอนเปิดเทอมเหมือนกัน รับจ้างทำงานให้คนอื่นมันเหนื่อย ลูกไม่ไหวหรอก  ในใจเริ่มลังเลแล้วว่าจะไปหรือไม่ดี อีกใจหนึ่งก็อยากไปหาประสบการณ์ใหม่ๆอยากไปเปิดหูเปิดตา อยากหาเงินด้วยตัวเองเพื่อลดค่าใช้จ่ายของพ่อกับแม่ ส่วนงานที่บ้านก็ทำมาเยอะแล้ว แต่อีกใจก็อยากช่วยงานพ่อกับแม่ที่บ้าน เลยตัดสินใจไปตกลงกับเพื่อนคนหนึ่งว่าจะขึ้นไปหางานทำด้วยกัน

ปัจจุบัน พอซ่อนรถเครื่องเสร็จก็ปรึกษากับเพื่อนว่าไหนๆก็มาแล้วไปให้ถึงจุดหมายเลยเนอจากนั้นก็ขับรถเครื่องออกจากแม่สะเรียงบ่าย 2 กว่าๆถึงลำพูนประมาณ 2 ทุ่งครึ่ง  ตกลงกับเพื่อนว่าคืนนี้จะไปพักที่หอพักเพื่อนของเพื่อนก่อนพรุ่งนี้ว่ากันใหม่พอไปถึงนอนเลยค่ะสลบสลายหมดเพลียจากการเดินทางมาก ด้วยความที่ไม่เคยมาไม่ชินกับถนนและรถเยอะส่วนเพื่อนที่มาด้วยกันไม่กล้าขับรถที่มีรถเยอะก็จะคอยบอกทางอยู่ข้างหลังให้  แต่อุปสรรคคือใส่หมวกกันนอคบวกกับลมทำให้ไม่ค่อยได้ยินที่เพื่อนบอกบางครั้ง ทำให้ไม่ทันยูเทิร์นบ้าง หลงทางบ้างรถยนต์ติ๊ดๆใส่ทั้งซ้ายและขวาบ้างตื่นเต้นตลอดทาง


เช้าวันที่ 26  เมษายน  2562  เช้าวันที่ต้องไปสมัครหางานทำเป้าหมายคืองานในนิคมออกจากหอพักตั้งแต่ 6 โมง เพื่อนบอกว่าต้องไปเช้ากลัวรถเยอะและรถติดเผื่อหาทางเข้านิคมไม่เจอพอขับรถไปสักพักก็มีตัวหนังสือหนังใหญ่ๆเขียนว่านิคมพอเข้าไปแล้วตกใจนิดหนึ่งไม่คิดคำว่านิคมจะมีบริษัทหลายบริษัท แล้วเพื่อนก็พูดว่ามีเพื่อนแนะนำให้ไปสมัครที่บริษัทฟูจิคูระจากนั้นก็ขับรถวน 3 รอบไม่เจอ  ตัดสินใจสมัครที่บริษัทมูระตะปรากฏว่ายังไม่เปิดรับสมัคร จากนั้นขับรถเครื่องวนไปเรื่อยๆ คิดในใจว่าจะลองเข้าไปสมัครทุกบริษัทเลยถ้าไม่ได้ให้มันรู้ไป ลองเข้าไปสมัครหลายที่ก็ไม่รับเช่นกัน  ณ ตอนนั้นเริ่มรู้สึกท้อแล้วอยากกลับบ้านเริ่มหิวข้าวแล้วด้วย คิดว่าไม่น่ามาไกลเลย เคยได้ยินเขาพูดกันว่าตอนเรียนว่ายากแล้วหางานทำยากกว่าเป็นแบบนี้เอง เพื่อนบอกว่าวันนี้คงไม่ได้งานแล้วแหละ จากนั้นก็ขับรถออกมาแล้วเพื่อนก็พูดขึ้นว่าลองเข้าไปสมัครดูไหมที่บริษัทยูแทกซ์ปรากฎว่าสมัครได้อยู่ใจชื่นขึ้นมาหน่อยตอนแรกคิดว่าสมัครเสร็จได้เลยที่ไหนได้ต้องรอเขาเรียกตัวอีกทีคนมาสมัครก็เยอะมากคิดว่าคงไม่ได้แล้วมั้งจากนั้นก็ขับรถออกไปเรื่อยๆเพื่อไปทานแล้วก็เจอบริษัทแห่งหนึ่งเขียนว่าบริษัทไทยสปอร์เพื่อนก็สกิดว่าลองไปสมัครดูไหมเผื่อว่าได้   จากนั้นก็เข้าไป แล้วลุงยามหน้าบริษัทก็ถามว่าหนูมาทำไรค่ะ

เรา มาสมัรคงานค่ะ

ลุงยาม  บริษทนี้ไม่รับนักเรียน นักศึกษาเข้าทำงานนะหนู

เรา  มองกันไปมากับเพื่อน อ่อค่ะ   แล้วเพื่อนก็ตอบว่าไม่ได้เรียนหนังสือนานแล้วค่ะตั้งแต่จบม3

ลุงยาม ทำหน้าเหมือนสงสารด้วยความที่ร้อนมากเหงื่อไหล

ลุงยาม งั้นหนูลองเข้าไปสมัครดูด้านใน  ขอให้โชคดีนะ

เรา ขอบคุณค่ะ

จากนั้นก็เข้าไปกรอบไปสมัครด้านในเสร็จเจ้าหน้าที่สัมภาษณ์เสร็จเรียบร้อยแจ้งว่าให้เริ่มฝึกงานพรุ่งนี้ 9โมง ในที่สุดสวรรค์ก็เห็นใจในความโชคไร้มักจะมีความโชคดีแฝงตัวอยู่เสมอดีใจมากยิ่งกว่าถูกหวยก็ตอนนี้แหละ จากนั้นก็ไปทานกินข้าวเสร็จไปหาหอพักต่อค่าหอเดือน ล่ะ 1,000 บาท ค่ามัดจำ 500 บาท ซึ่งมีเงินแค่ 1,200 บาท แล้วหารกับเพื่อนคนละครึ่ง


วันฝึกงาน 25-26 พฤษภาคม 2562 ก็ได้รับให้ฝึกฝ่ายผลิตเสื้อผ้า ซึ่งโรงงานนี้ผลิตเกี่ยวเสื้อผ้า เช่น เสื้อกีฬา ที่มีคุณภาพแล้วส่งออกต่างประเทศ ก็จะมีพี่เลี้ยงสอนงานให้ก่อนสอนวิธีใช้เครื่องและเย็บผ้าซึ่งต้องมีสติ สมาธิ และความอดทนสูงมาก มีขั้นตอนเยอะพอสมควรบวกกับไม่เคยเย็บผ้าโดยใช้เครื่องมากก่อนทำให้รู้สึกหนักใจมากตอนนั้นเมื่อเราคิดว่าเรามาไกลขนาดนี้แล้วจะถ่อยไม่ได้แล้วเสียเงินไปตั้งหลายร้อยแล้ว โชคดีหน่อยพี่ที่สอนงงานให้ใจดีมากทำให้เรียนด้วยแล้วสนุกมีกำลังใจขึ้นจนผ่านการทดสอบสอบในวันที่ 26  ทางบริษัทก็แจ้งให้เริ่มงานวันที่ 1 พฤษถาคม

เย็นวันที่ 28 ทางบริษัทยูแทกซ์ ได้โทรแจ้งให้สัมภาษณ์พรุ่งนี้ตอนแรกคิดว่าไม่ไปถ้าเพื่อนไม่ได้ เพราะมีรถเครื่องแค่คันเดียวสักพักก็มีเบอร์โทรหาเพื่อนปรากฏว่าได้เหมือนเลยตกลงกันไปสอบด้วยความอยากรู้บริษัทนี้ผลิตอะไรตึกภายนอกสวยมากสะอาดอยากไปหาประสบการณ์เพิ่มอีกและไม่คิดว่าตัวเองจะได้  พอเข้าไปสอบสัมภาษณ์เสร็จเรียบร้อยทางบริษัทแจ้งให้มาฝึกงานวันที่ 1 พฤษภาคม เหมือนกันในระหว่างที่ฝึกก็ได้รับเงินเดือนเหมือนกัน  ดีใจมากตอนนั้น

คืนวันที่ 30 ใจโลเลมากตอนนั้นคิดว่าจะไปทำงานที่ไหน  แล้วปรึกษาพี่ที่ทำงานในบริษัทไทยสปอร์ ซึ่งก็ได้รับคำแนะนำจากพี่ว่าถ้าทำงานที่นี่ไม่ค่อยมีโอที 

สุดท้ายตัดสินใจไปฝึกงานที่บริษัทยูแทกซ์ในวันที่ 1ได้รับให้ฝึกในตำแหน่ง QC เป็นงานที่ต้องตรวจสินค้าก่อนส่งออก เคลียร์เอกสาร ต้องใช้คอมพิวเตอร์ในการลงข้อมูลสินค้า  และเป็นงานที่ต้องยืนทำงานเป็นอะไรที่ท้าทายมากในชีวิต  คิดในใจว่าพี่ๆเขายืนได้ไงอ่ะแล้วทำได้ไงซื่งยากมากสำหรับเราในตอนนั้น วันแรกของการฝึกผ่านไป 2-3 ชั่วโมงขาเริ่มสั่นละ คิดในใจว่าในเมื่อคนอื่นยืนไหวเราก็ต้องยืนไหว แล้วพี่ๆก็บอกว่าทำแรกๆก็งี้แหละทำนานๆไปเดี๋ยวก็ชิน  พอไปเข้าห้องน้ำเท่านั้นแหละแม่เจ้านั่งลงเกือบไม่ได้ปวดขามากขาสั้นอย่างแรง  พอทำไปทุกวันเริ่มชินและปรับตัวได้  แล้วก็ต้องเปลี่ยนกะจากกลางวันเป็นกลางคืนจ้า วันแรกที่เข้ากะกลางคืนประมาณตี 2-3 ง่วงนอนมากมือสั่นขาสั่นหมด  พี่ที่ฝึกงานให้หันมาพอดีแล้วถามว่าไม่สบายหรือเปล่าไหวไหมทำไมสั่นแบบนี้เลยตอบพี่เขาไปว่าพอดีเมื่อกี้ดื่มกาแฟมาค่ะปกติไม่เคยดื่มก็เลยสั่นแบบนี้ความจริงนี่หิวข้าวต่างหากเพราะไม่มีเงินกินข้าวบวกกับข้าวกะกลางคืนกลางวันนอนไม่คอยหลับเหมือนกลางคืนงือๆ พอทำไปเรื่อยๆอะไรๆก็เริ่มดีขึ้นพี่ในโรงงานสนุกใจดีมีเรื่องเล่าให้ฟังทุกวันเล่าขวัญคนโน่นคนนี้บ้างสนุกเฮฮากันไป

วันที่ 29 พฤษภาคม 2562  มีเบอร์แปลกโทรเข้ามาหลายสายที่ไม่ได้รับสายพอโทรกลับเท่านั้นแหละค่ะ ก็มีเสียงตอบว่าเอ่ออยู่ไหนกลับมาดูแลยายหน่อยยายผ่านตัดตาไม่มีใครดูแลพูดอะไรไม่ออกล่ะตอนนี้เริ่มรู้ชา จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว  คิดในใจว่าเราไม่น่ามาทำงานเลยเนอ พอสติกลับมาก็โทรแจ้งหัวหน้าที่ดูแลซึ่งเขาก็เข้าใจ  บอกกับเพื่อนว่าพรุ่งกลับก่อน

พอเช้าวันที่ 30 ออกเดินทางตั้งแต่ตี 4  กลัวรถเยอะกลัวหลงทางจากนั้นก็ขับรถมาเรื่อยๆจากที่ง่วงนอนไม่ง่วงเลยค่ะตาตื่นตลอดทาง  ระหว่างทางกลับก็จะมีอุปสรรคคือฝนตกบางที่ด้วยกันเดินการที่เดินทางคนเดียวด้วยยิ่งเป็นผู้หญิงอีกสิ่งที่กลัวที่สุดคือ รถเครื่องเสียระหว่าทางภาวนาขอให้ไม่เกิดอะไรขึ้นกับรถก็พอ จนสุดท้ายก็กลับมาถึงบ้านอย่าปลอดภัย

ประสบการณ์ในครั้งนี้ได้สอนอะไรหลายๆอย่างมาก  สอนให้เรียนรู้การอยู่ในสังคมกลุ่มใหญ่ การอยู่ด้วยตัวเองตามลำพัง การเอาตัวรอด และได้สัมผัสกับชีวิตจริงในการทำงานโดยตรง  สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ สติ สมาธิ  ความอดทน และ ใจ ดิฉันเชื่อว่าถ้าใจเราสู้ไม่มีอะไรขวางทางเราได้ความฝันก็เช่นถึงแม้ระหว่างทางนั้นมีอุปสรรคขวางทางมากมายถ้าใจเราสู้เราก็ผ่านมันได้เช่นกัน

"ไม่มีหนังสือเล่มไหนสอนเราดีเท่าประสบการณ์ของเราเอง"