เรื่องเล่านี้เป็นเรื่องราวของฉันในวัยเด็ก  ฉันก็เป็นเด็กที่ซนไม่มากเท่าไหร่มั้ง  เรื่องที่ฉันจะเล่าให้ทุกคนได้อ่านกันนี้ฉันจำได้ไม่เคยลืมเกี่ยวกับ "วีรกรรม" ของตัวฉันเอง

วีรกรรมรอบหมู่บ้าน.....

        วีรกรรมนี้เหตุเกิดเพราะฉันไม่สบาย  แล้วไม่ชอบทานยาไม่ว่าจะน้ำหรือเป็นเม็ด  ตอนนั้นฉันป่วยได้เป็นเกือบอาทิตย์แล้วไม่หายสักที  ป้ากับลุงจับฉันทานยาแต่ฉันไม่ยอมทาน  เลยวิ่งออกจากบ้าน  ฉันวิ่ง ๆ ไปและไม่รู้จะวิ่งไปไหน  เลยวิ่งไปร้องไห้รอบหมู่บ้าน  ไปบ้านย่าบ้าง  ไปบ้านป้าข้างบ้านบ้าง และสุดท้ายฉันวิ่งไปหาแม่ที่บ้านป้าอีกคน  เป็นไงล่ะสุดท้ายได้กินยาพร้อมกับอ้วกเต็มบ้านเขาเลย  ทั้งเหนื่อยทั้งสงสารตัวเองยังไงไม่รู้ 

วิ่งจนลืมว่าตัวเองป่วย


วีรกรรมเสี่ยง ๆ....

           เหตุการณ์นี้เป็นช่วงสงกรานต์พี่น้องของพ่อพาไปเที่ยวเล่นน้ำที่เขื่อนบ้านทุ่งยาวกัน  พวกเราได้เช่าเรือแพ  เป็นแพที่ให้เช่าเหมือนบ้าน  ฉันเห็นเขาเล่นน้ำกันน่าจะสนุกดี  แต่แม่กับป้า ๆ เขาบอกว่าห้ามเล่น เพราะน้ำมันลึกมาก  อีกอย่าฉันก็ยังเด็กอยู่กลัวจะจมน้ำ  ที่ไหนได้ไม่ฟังที่แม่กับป้าบอกเลยซักนิด  เลยอยากลองว่าน้ำจะลึกจริงมั้ย เลยโดดลงไป เป็นไงล่ะหายวาร์ปไปกับตาเลย พอมองจากในน้ำขึ้นไป โอ้ยสุดยอดจริง ๆ จะเอามือเอื้อมไปจับแพก็จับไม่ได้  เพราะมันลึกมากๆ จริง แม่เลยเอาไม้ที่เขาไว้ดันแพหย่อนลงมาให้ฉันจับ  พอขึ้นไปเท่านั้นแหละ โดนด่าเป็นชุดรัว ๆ ไปอีก 555  

เกือบเอาชีวิตไม่รอดเลย


          เหตุการณ์เป็นช่วงเลิกเรียน  ฉันก็เดินกลับบ้านไปพร้อมกับเพื่อน ๆ กับญาติของเพื่อนที่มารับ  ตอนนั้นฉันน่าจะเรียนอยู่ประมาณ ป.๑ ระหว่างที่เดินกลับบ้านฉันก็เดินคุยไปเพื่อนไป คุยไปเดินไป   พอจะข้ามถนนเท่านั้นแหละ แล้วไม่ทันมองซ้ายมองขวาเลยวิ่งข้ามไปเลย และเป็นจังหวะเดียวกันที่รถจักรยานยนต์ขับมาพอดี  ทำให้รถเฉี่ยวฉันไปด้วย  ตอนนั้นนึกว่าจะเจ็บมากดูไปตามตัวของฉันก็ไม่ได้มีแผลหรือรู้สึกเจ็บอะไรเลย  พอไปถึงบ้านฉันกำลังจะเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ดี ๆ ก็รู้สึกเจ็บไปตามตัวหมด  พอเปลี่ยนเสื้อทำให้รู้ว่าบริเวณรอบเอวมีรอยแผลถลอก  แต่ฉันก็ไม่กล้าบอกคนที่บ้าน เลยไปบ้านย่าแล้วบอกย่าว่า ไปวิ่งแล้วล้มเอง  ย่าก็เลยเอาทิงเจอร์มาทาแผลให้  

เจ็บแบบไม่รู้ตัวเลย


ครั้งเดียวจบ...

      เป็นเรื่องราวที่ไม่เคยลืมเลย และเป็นเรื่องที่ตลกตัวเองจริง ๆ เหตุการณ์เกิดขึ้นตอนฉันไปเที่ยวบ้านของแม่ฉันที่ประเทศพม่า  ตอนนั้นเป็นช่วงปิดเทอมฉันอายุได้ประมาณ  ๕ ขวบ  แม่พาฉันไปเที่ยวหาตากับยาย เดินทางไปด้วยความลำบากมาก เพราะการเดินทางไม่ค่อยจะสะดวกสบายเท่าไหร่  กว่าจะไปถึงบ้านแม่ได้ต้องให้เวลาเดินทางตั้ง ๒ วัน ๑ คืน  ต้องขึ้นรถลงเรือ แล้วเดินเท้าไปอีกไกลมาก  พอไปถึงบ้านแม่ฉันก็อยากจะอาบน้ำมาก แต่ต้องไปโยกน้ำอาบเองอีก  จะไปไหนมาไหนก็ต้องเดิน  ถ้าไปไกลหน่อยก็นั่งเกวียนไป  ไปถึงฉันอยากจะกลับมาบ้านที่ไทยเลย  กินอะไรก็ไม่อร่อยไปซะทุกอย่าง  ขนาดข้าวฉันยังทานแบบเอาข้าวคลุกน้ำมันแล้วใส่เกลือทานเลย  เพราะฉันไม่คุ้นชินกับรสชาติอาหารที่นั้น อยู่ไปได้วันสองวัน ลูกของน้องสาวแม่เอาจักรยานมาให้ฉันขี่ด้วย  พอฉันได้ขี่ฉันอยากจะลองขี่ข้ามบ่อโคลนเพื่อไปปั่นอีกฝั่งหนึ่งดู และทางข้ามของบ่อโคลนนั้นเป็นเพียงแค่แผ่นไม้เล็ก ๆ พอที่ล้อรถจักรยานจะผ่านไปได้  โดยที่ฉันยังขับจักรยานสองล้อยังไม่ค่อยเก่ง  พอปั่นไปได้ครึ่งทางของแผ่นไม้ที่ข้ามบ่อโคลน ฉันเริ่มทรงตัวไม่ได้เลยทำให้ฉันตกลงไปในบ่อโคลนนั้น  ซึ่งบ่อโคลนนั้นเหม็นมากและมีทั้งเศษอาหาร มูลวัวอยู่ด้วย  บ่อนั้นเหมือนบ่อน้ำทิ้งดี ๆ นั้นเอง  ลูกสาวของน้องสาวแม่ฉันเอาแต่ยืนหัวเราะแทนที่จะมาช่วยฉัน  ฉันได้ช่วยตัวเองพร้อมกับร้องไห้  พอแม่มาเห็นฉันก็ยังหัวเราะฉันอีก  แล้วก็พาฉันไปอาบน้ำ  ฉันเลยบอกกับตัวเองว่าจะไม่ขี่จักรยานนนี้อีกและจะไม่ไปข้ามแผ่นไม้นั้นอีกเลย

จำจนตาย 


เรื่องราวเหล่านี้เป็นเรื่องราวที่ฉันจำมาได้ถึงทุกวันนี้ถึงแม้มันจะผ่านไปเกือบ ๑๐ กว่าปีแล้วก็ตาม  เป็นเรื่องที่สอนให้ตัวฉันเองได้เรียนรู้อะไรได้ หลาย ๆ อย่างเช่นกัน  เรื่องราวเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตที่เกิดขึ้นกับตัวฉัน  เพียงบางส่วนเท่านั้นเพราะตัวฉันเองมีวีรกรรมทั้งด้านที่ดีและไม่ดีอีกมากมาย   ขอจบการแชร์เรื่องราวไว้ก่อนนะคะ  ขอให้มีความสุขและได้รอยยิ้มจากการอ่านบทความนี้ไปนะคะ <3 <3 

เขียน ณ วันที่

๒๔  สิงหาคม  ๒๕๖๒