ทุกคนเกิดมามีต้นทุนชีวิตที่แตกต่างกัน..


ดิฉัน...เป็นเด็กคนหนึ่งที่เกิดมาในครอบครัวที่ไม่ได้ร่ำรวย ดิฉันจำได้ดีเสมอว่าเรื่องราวต่าง ๆ ที่ดิฉันเคยได้เจอมานั้นทำให้ดิฉันเก็บเรื่องราวเหล่านั้นมาไว้เป็นบทเรียน และใช้เป็นแรงพลักดันให้ดิฉันก้าวต่อไป ย้อนกลับไปเมื่อตอนที่ดิฉันยังเด็กเวลาที่เห็นเพื่อน ๆ เขากินขนมกันก็อยากจะกินแบบเพื่อน ๆ แต่ก็อดเอาไว้เพราะเราเองไม่ได้มีเงินซื้อขนมเหมือนเพื่อนคนอื่น ๆ แต่ถ้าโชคดีหน่อยเพื่อนก็จะแบ่งขนมให้กินบ้าง เสื้อผ้ารองเท้า ก็ได้มาจากเพื่อนบ้านเขาเอาของลูก ๆ หลาน ๆ เขามาแบ่งให้ใส่ ไม่ได้เสื้อผ้าสวย ๆ งาม ๆ เหมือนคนอื่น ๆ หรอก ...


มีเหตุการณ์หนึ่งในชีวิต... เหตุการณ์นี้ดิฉันจำได้ขึ้นใจ เพราะที่บ้านของดิฉัน ครอบครัวของดิฉันตอนนั้นข้าวที่อยู่ในยุ้งข้าวเหลือน้อยมาก ที่บ้านก็เลยต้องกินแบบประหยัด ๆ และทุก ๆ วันพระก็จะได้ข้าวกินจากข้าวที่ชาวบ้านเขาเอาไปถวายศาลเจ้าเมือง (ภาษาไทใหญ่เรียกว่า "ใส่ข้าวเจ้าเมือง" ซึ้งชาวบ้านจะนำข้าว และขนม ผลไม้ต่าง ๆ ไปถวาย) บ้านของดิฉันได้รับความเมตตาจากคนที่ดูศาลเจ้าเมืองเพราะเขาสงสารและเห็นบ้านของดิฉันไม่มีข้าวที่จะกิน และยากจนจึงให้ข้าวจากตรงนั้นมากิน ข้าวที่ได้การถวายศาลเจ้าเมืองนั้นบางส่วนก็ดี บางส่วนก็จะเปื้อนขนมบ้างรสชาติก็แปลก ๆ หน่อย แต่ก็พอกินได้ นานพอสมควรที่บ้านของดิฉันต้องกินข้าวจาก ศาลเจ้าเมือง ทุกวันนี้ดิฉันไม่กล้าที่กินทิ้งกินขว้าง เพราะข้าวทุกเม็ดล้วนมีคุณค้ากับชีวิต...


จากเหตุการณ์ในครั้งนั้น... มันทำให้เด็กผู้หญิงคนหนึ่งได้เรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ ในชีวิตจำไว้เป็นบทเรียน และใช้มันเป็นแรงพลักดันในการดำเนินชีวิต ทุกวันนี้ชีวิตของดิฉันดีขึ้นจากเมื่อก่อนเยอะ แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นที่ว่าดีมาก ดิฉันจึงต้องตั้งใจเรียน และพยายามทำความฝันให้สำเร็จเพราะดิฉันไม่อยากให้ตัวเอง และครอบครัวจะต้องกลับไปเจอเหตุการณ์อย่างวันนั้นอีก และดิฉันก็ท่องคำ คำหนึ่งไว้ในหัวตลอดคือ "ยิ่งไม่มี ยิ่งต้องพยายาม"เพราะสิ่งใดที่เรายังไม่มี ยังไม่พบ ยังไม่เจอ เรายิ่งต้องพยายามที่จะได้มี ได้พบ ได้เจอ...

ที่มา : https://twitter.com/adenaa_clinic/status/993686950698725376