สำหรับบันทึกนี้ดิฉันจะเขียนบันทึกเรื่องราวย่อ ๆ เกี่ยวกับชีวิตในวัยเด็กจนถึงตอนโต คือดิฉันเป็นคนหนึ่งที่ชอบชีวิตในตอนเด็กมากเพราะไม่ต้องมีเรื่องวุ่นวายไม่ต้องมีเรื่องให้คิดเยอะแทบอยากทำไรก็ทำไม่ค่อยกลัวอะไร ตอนเข้าอนุบาลใหม่ ๆ ดิฉันกับเพื่อน ๆ จะชอบชวนกันกันไปเล่นทุกวันแบบที่ว่าเล่นกันได้ทั้งวันไม่มีเบื่อกันเลยทีเดียวเพราะวัยเด็กคงเป็นวัยที่สนุกที่สุดแล้วสนุกกับการเล่นที่สุดตอนนั้นว่างกันเมื่อไหร่ก็จะชวนกันไปเล่นทันที่โดยที่ไม่มีใครปฏิเสธกันเลยถ้าวันไหนที่ว่างกันจะชวนกันเล่นตั้งแต่เช้าจนเย็นเลยกลางวันต่างคนต่างก็แยกย้ายกันไปกินข้าว กินข้าวเสร็จก็กลับมาเล่นกันต่อจนบางครั้งก็โดนพ่อแม่ด่าบ้างตีบ้างแต่ก็ไม่ฟัง ดิฉันคิดว่าคงมีแค่ช่วงเวลานั้นแหล่ะที่ได้เล่นกันอย่างเต็มที่ พอถึงช่วงที่เข้าประถมก็ไม่ค่อยได้เล่นกันเหมือนเมือก่อนแล้วคงเพราะการบ้านเยอะด้วยแหล่ะเลยไม่อยากเล่นถึงดิฉันไม่ได้เล่นไปเล่นกับกับเพื่อน ๆ แต่ก็ได้เล่นที่บ้านเพราะดิฉันทะเลาะกันน้องชายบ่อยมากเหมือนได้เล่นตีกันทุกวัน คือดิฉันมีพี่น้องสีคนมีน้องชายหนึ่งคนน้องสาวสองคนตอนนั้นน้องสาวทั้งสองยังเล็กกันอยู่และดิฉันจะไม่ค่อยถูกกับน้องชายเท่าไหร่เพราะน้องค่องข้างเกเรชอบตีดิฉันบ่อย ๆ เลยไม่ค่อยถูกันเท่าไหร่ทะเลาะตีกันกันจนน้องร้องให้จนพ่อกับแม่ต้องเข้ามาห้ามพอเข้ามาห้ามบอกให้เรายอมน้องอีกบอกว่าดิฉันพี่ก็ต้องยอมน้องทั้งที่น้องชายเป็นคนเริ่มก่อนแท้ ๆ แต่ก็ยังไม่ยอมกันอยู่ดีไล่แตะไล่ตีกันทุกวัน มีอยู่วันหนึ่งทะเลาะกันต่อหน้าคุณตาตอนนั้นคุณตากำลังกินข้าวอยู่ตาน่าจะทนไม่ไหวแล้วที่เห็นดิฉันกับน้องตีกันทุกวันตาหยิบไม้ฟืนขึ้นมาท่องหนึ่งแล้วไล่ตีดิฉันกับน้องชายบอกทะเลาะกันทุกวันไม่เบื่อบ้างหรือไงเป็นพี่น้องกันแท้ ๆ แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้เพราะตั้งแต่วันนั้นมาดิฉันกับน้องชายก็ไม่เคยตีและทะเลาะกันอีกเลยถึงว่าต้องขอบคุณ คุณตาที่ทำให้ดิฉันกับน้องชายไม่ทะเลาะกันอีกทำให้รักคุณตามาก ๆ นั่นก็เป็นการใช้ชีวิตในช่วงประถมเพราะนอกจะทะเลาะกับน้องชายก็ไม่มีอะไรเลย แต่พอขึ้นมัธยมต้นก็ดิฉันก็ใช้ชีวิตปกติก็ไม่มีอะไรมีหน้าที่แค่เรียนหนังสือช่วงนั้นอยู่ประมาณม.2พี่สาวที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกันที่อยู่เชียงใหม่โทรมาหาทางบ้านว่าจะขึ้นบ้านใหม่ให้คนที่บ้านลงไปร่วมงานด้วยดิฉันอยากไปมากก็เลยตามยายลงไปด้วยตอนนั้นไปกันหลายคนแต่ใครจะคิดว่าไปครั้งนี้จะสูญเสียพี่สาวที่ไปด้วยกันวันนั้นไป ระหว่างกลับลงมาจากเชียงใหม่จะกลับบ้านก็เกิดเห็นการณ์ไม่คาดคิดขึ้น ก็คือรถของพี่เขยชนกับกับรถพ่วงแรงเพราะต่างคนต่างขับมาด้วยความเร็วอีกอย่างก็เป็นทางโค้งจึงทำให้ชนเข้ากันอย่าแรงทำให้ต้องสูญเสียพี่สาวไปตอนนั้นลูกพี่สาวยังเล็กกันอยู่ทำให้ดิฉันสงสารหลานมากเหตุการณ์วันนั้นยังติดตาเราจนถึงทุกวันนี้เพราะดิฉันเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเพราะมีดิฉันคนเดียวที่ไม่หลับตอนที่รถชนทุกวันนี้เวลาเห็นรถพ่วงหรือรถบรรทุกก็จะกลัวเพราะนึกถึงแต่เหตุการณ์ในวันนั้นดิฉันไม่เคยลืมเลยพอกลับมาก็ไม่มีกะจิตกะใจเรียนแต่ก็เรียนจงจบม.3 พอขึ้นมัธยมปลายก็ย้ายโรงเรียนไปที่แม่แจ่มก็ทำให้เครียดเลยเพราะงานเยอะมากตอนเข้าโรงเรียนใหม่ ๆ ไม่รู้จักใครเลยอยู่หอก็ไม่มีใครรู้จักอีกตอนนั้นก็ยังปรับตัวไม่เข้าได้ทำให้แอบร้องให้ทุกคืนอีกอย่างมาใหม่ ๆ ก็คิดถึงบ้านด้วยแต่พออยู่ไปนาน ๆ ก็เริ่มมีเพื่อนแล้วก็เริ่มปรับตัวได้แต่ดิฉันอยู่ไกลบ้านก็ทำให้คิดถึงบ้านมากก็ไม่รู้จะติดต่อคนที่บ้านยังไงด้วยเพราะที่หอเข้าไม่ให้ใช่มือถือมีให้แค่เครื่องเดียวคือสวนรวมจะใช่ทีต้องต่อคิวยาวเลยเลยช่วงนั้นเป็นช่วงที่ไม่มีความสุขเลยก็ว่าได้เวลาพ่อแม่คนอืนมาหาดิฉันก็ได้แต่อิจฉาเขาเพราะตลอด 3ปีพ่อแม่ไม่เคยมาหาเลยพ่อบางครั้งโรงเรียนหยุดคนอืนได้กลับบ้านแต่ดิฉันไม่ได้กลับเลยเพาะไม่มีใครมารับบางทีก็น้อยใจพ่อกับแม่นะแต่ก็เข้าใจเพราะมันไกลด้วยได้กลับบ้านทีก็ตอนที่รู้ว่าคุณตานั้นไม่อยู่แล้วแต่ที่เสียใจที่สุดก็คือไม่ได้ยินจากปากพ่อแม่แต่ได้ยินจากของคนอืนตอนนั้นได้แต่คิดว่าทำไม่พ่อกับแม่ไม่บอกดิฉันคุณตาทั้งคนตอนนั้นเสียใจมากแต่ก็ทำไรไม่ได้ดิฉันคิดว่าดิฉันต้องผ่านความเสียใจนี้ไปให้ได้หลังจากนั้นก็เรียนใช้ชีวิตปกติแต่ต้องมาเครียดก็ตอนจบม.6เนี้ยแหล่พเพราะไม่รู้จะเรียนไรจะเรียนสายไหนแต่ก็มีพี่คนหนึ่งแนะนำให้เรียนครูตอนั้นก็ไม่ได้ลังเลอะไรเพราะดิฉันก็ฝันอยากเป็นครูมาตั้งแต่เด็กแล้วพอจบ ม.6ก็เลยเลือกที่จะเรียนครูแล้วก็เลือกที่จะมาสอบเข้าที่วิทยาลัยแม่ฮ่องสอนเพราะคิดว่าใกล้กับบ้านด้วยแล้วก็สอบเข้าได้ ตอนดิฉันเข้ามาใหม่ ๆ ดิฉันไม่มีใครที่รู้จักเลยนอกจากพี่คนที่แนะนำมาเพราะเพื่อนไม่มีใครสอบเข้าเรียนที่วิทยาลัยแม่ฮ่องสอนเลยสักคนมีดิฉันคนเดียวที่เข้ามาสอบเข้ามาปีแรกเหมือนตัวคนเดียวไปไหนมาไหนก็คนเดียวไปเรียนก็ไปคนเดียวไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรเพราะไม่รู้จักใครเลยตอนนั้นไม่มีความสุขเลยคิดแต่ว่าไม่อยากเรียนแล้วอยากกลับบ้าน ตอนนั้นก็เริ่มรู้สึกท้อแล้วเหมือนกันแต่ก็อย่างดีทีมีพี่ค่อยเตือนสติค่อยให้คำแนะนำจากนั้นก็เริ่มคิดได้ว่าที่ดิฉันเข้ามาเรียนที่นี่เพราะอยากเป็นครูอยากสอนหนังสือให้กับเด็กเรื่องแค่นี้ก็ท้อแล้วหรอแล้วจะมาเรียนตั้งแต่แรกทำไมพอเริ่มคิดได้ก็บอกกับตัวเองว่าจะลองเรียนดูสักปีทั้งไม่ไหวอย่างไรก็ค่อยตัดสินใจใหม่แต่พอเริ่มเรียนมันก็สนุกดีเลยเรียนมาจงถึงทุกวันนี้แม้ว่าที่ผ่าน ๆ มาจะมีอุปสรรคบ้างท้อบ้างเหนื่อยบ้างแต่ก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพราะคนข้างหลังอยากเห็นความสำเร็จของเรา สุดท้ายนี้ก็อยากขอบคุณครอบครัวขอบคุณเพื่อนพี่ ๆ ที่ค่อยให้กำลังใจในวันรู้สึกท้อรู้สึกเหนื่อยสัญญาว่าจะทำความฝันให้เป็นจริงเพื่อครอบครัวแล้วก็เพื่ออนาคตที่ของตัวดิฉันเอง
ชีวิตที่เศร้าและสุข
31 คนชอบ
สวัสดีค่ะ คุณสุดาพร มงคลวาทขอบคุณที่แชร์เรื่องราวดีๆให้เราได้อ่าน และเป็นกำลังใจให้คุณได้เขียนต่อไปนะคะ
ขอบคุณมากค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณสุดาพร มงคลวาท
สู้ ๆ นะ เราขอเป็นกำลังใจให้คุณนะคะ
ขอบคุณมากค่ะ
สวัสดีครับ คุณสุดาพร
ไม่ว่าคุณจะต้องเจอกับอะไร ขอให้คุณสู้ ๆ นะครับเป็นกำลังใจให้ครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ คุณสุดาพร มงคลวาท ขอชื่นชมงานเขียนของคุณนะคะเป็นกำลังใจนะคะขอบคุณคะ
สวัสดีค่ะ คุณสุดาพร มงคลวาท
ดิฉันเห็นด้วยนะคะที่ว่าชอบชีวิตวัยเด็กที่สุด เพราะวัยเด็กไม่ต้องมีเรื่องให้คิดเเละเครียดเยอะเท่าตอนนี้เเต่อย่างไรก็ตามชีวิตคือชีวิตค่ะ ขอให้คุณเข้มเเข็งเเละสู้ ๆ ต่อไปนะคะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณสุดาพร มลคงวาท
ดิฉันขอชื่นชมการเขียนในครั้งของคุณ ขอให้คุณสู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณสุดาพร
ดิฉันประทับใจบันทึกของคุณมากค่ะ ขอเป็นกำลังให้เขียนบันทึกดี ๆ แบบนี้ต่อไปนะคะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณสุดาพร
เรื่องราวคุณเป็นเรื่องที่ดีมากๆเลย ขอเป็นกำลังใจให้คุณได้แบ่งปันสิ่งดี ๆ แบบนี้อีกนะคะ
ขอบคุณมากค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณลักษมี
เรื่องราวที่คุณเขียนดีมาก เป็นกำลังใจให้เขียนต่อไปนะคะ
ขอบคุณมากค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณสุดาพร
เรื่องราวที่คุณเขียนดีมาก เป็นกำลังใจให้เขียนต่อไปนะคะ
ขอบคุณมากค่ะ
สวัสดีครับ คุณสุดาพร
ขอบคุณที่แชร์เรื่องราวดี ๆ ประทับใจมากครับ เป็นกำลังใจให้เขียนบันทึกต่อไปนะครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ คุณสุดาพร มงคลวาท เรื่องราวที่คุณได้มานำเสนอ เป็นเรื่องที่น่าประทับใจมาก ๆ และดิฉันก็ขอเป็นกำลังใจให้คุณบันทึกเรื่องราวที่ดีแบบนี้ต่อไปนะคะ
ขอบคุณค่ะ
ขอบคคุณ คุณศิรินภา เครือง มากนะคะสำหรับคำชมแล้วก็กำลังใจที่มอบให้กันคะ
ขอบคุณมากค่ะ
ขอบคคุณ คุณทับทิม มากนะคะสำหรับคำชมและก็กำลังใจที่มอบให้กันคะ
ขอบคุณมากค่ะ
ขอบคคุณ คุณมนัสพร ปกปักเสรี มากนะคะสำหรับคำชมและก็กำลังใจที่มอบให้กันค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ
ขอบคคุณ คุณเทวัญ มากนะคะสำหรับคำชมและก็กำลังใจที่มอบให้กันค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ
ขอบคคุณ คุณธีระพล ผดุงธรรมเลิศ มากนะคะสำหรับคำชมและก็กำลังใจที่มอบให้กันค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ
ขอบคคุณ คุณสนสามใบ มากนะคะสำหรับคำชมและก็กำลังใจที่มอบให้กันค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ
ขอบคคุณ คุณจันทร์วลัย มากนะคะสำหรับคำชมและก็กำลังใจที่มอบให้กันค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ
ขอบคคุณ คุณกุหลาบขาว มากนะคะสำหรับคำชมและก็กำลังใจที่มอบให้กันค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ