เมื่อประมาณพ.ศ.2547 ผู้เขียนขณะนั้นได้บวชเป็นสามเณรอยู่ที่จังหวัดหนองคาย แต่ละปีก็จะกลับมาพักที่วัดป่าสวรรค์คงคา ซึ่งเป็นวัดประจำหมู่บ้าน ปีละครั้ง เมื่อกลับมาพักที่วัดที่บ้านทุกครั้งผู้เขียนก็จะไปกราบหลวงปู่เหลาทุกครั้ง ซึ่งขณะนั้นหลวงปู่จำวัดอยู่รูปเดียว เย็นวันหนึ่งประมาณ 5 โมงเย็น ผู้เขียนก็ได้เข้าไปนั่งคุยกับหลวงปู่ซึ่งขณะนั้นผู้เขียนเป็นสามเณรก็อยากรู้เรื่องผี เลยขอให้หลวงปู่เหลาพูดเรื่องผีให้ฟัง หลวงปู่เลยบอกว่าผีไม่มีหรอกที่วัดนี้ มีแต่เทวดา หลวงปู่เลยเล่าให้ฟังว่า เย็นวันหนึ่งประมาณ 5-6โมงเย็น ของเดือนพฤศจิกายน ขณะที่หลวงปู่กำลังนั่งอยู่หน้ากุฏินั้น ก็ปราฎกว่ามีคนสองคนเป็นผู้ชายและผู้หญิงมีผิวพรรณที่ผ่องใส ไม่เหมือนกับผิวพรรณของชาวบ้านทั่วไป และแต่งตัวด้วยผ้าไทยมีประกายระยิบระยับ ซึ่งไม่เหมือนกับชาวบ้านที่ใส่กัน หลังจากนั้นสองคนผัวเมียนั้นก็เดินมา กราบหลวงปู่อยู่หน้ากุฎิ หลวงปู่เลยถามว่าเป็นใครมาจากไหน ทำไมไม่เคยเห็นเลย สองคนผัวเมียเลยตอบว่าเป็นชาวบ้านอยู่แถวๆนี้แหละค่ะหลวงปู่ พอดีพาคนงานมารับจ้าง เลยอยากจะมาขอมะม่วงกับหลวงปู่เอาไปให้คนงาน ซึ่งเดือนนั้นเป็นเดือนพฤศจิกายน มันไม่ใช่ฤดูกาลของมะม่วง หลวงปู่เลยบอกว่า มะม่วงไม่มี นี้มันเดือนพฤศจิกายน พอสักพักสองผัวเมียนั้นก็กราบหลวงปู่แล้วก็เดินไปข้างๆอุโบสถ แล้วก็หายไป นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่หลวงปู่ได้พูดให้ผู้เขียนฟัง
