" First time of...... "

จากชื่อบันทึก first time of..... แน่นอนค่ะว่าต้องเกี่ยวข้องกับอะไร "ครั้งแรก" 

       ก่อนอื่นต้องสวัสดีเพื่อนโลกออนไลน์ทุกท่านค่ะ สำหรับบันทึกครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ต่อจาก #บันทึกเรื่องเล่าฉบับสุขใจ ที่จะมาเล่าประสบการณ์เรื่องราวที่ได้ผ่านเข้ามาในชีวิตของนิสิตฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู สำหรับสัปดาห์นี้จะเป็นอย่างไรนั้นเรามาเริ่มเรียงร้อยเล่าผ่านตัวอักษรกันเลยค่ะ

       #school tour เมื่อย้อนไปในวัยที่กำลังศึกษาในระดับมัธยม การไปทัศนศึกษาในสถานที่ต่าง ๆ ไปสิ่งที่เด็ก ๆ รอคอย ตื่นเต้นที่จะได้ไป แต่มีสิ่งหนึ่งที่ยังจำได้เสมอนั่นคือคุณครูจะพูดเสมอว่าไม่อยากให้เด็ก ๆ ไปในสถานที่ที่มีระยะไกลมากนัก เนื่องจากหลายเหตุผลไม่ว่าจะเป็นความปลอดภัย ระยะเวลาที่จัด....พอมาถึงวันนี้ซึ่งถึงว่าเป็นเรื่อง "first time of school tour" เรื่องแรกของวันนี้ เราได้ไปในสถานที่ที่ไม่ได้ไกลจากโรงเรียนมากนักเป็นสถานที่ที่นักเรียนเคยไปกันเกือบหมดทุกคนแล้ว ตอนแรกคิดว่าเด็ก ๆ ไม่น่าจะตื่นเต้นมากเพราะเคยไปแล้ว แต่แล้วความเป็นจริงนั้นกลับได้พบว่าไม่ว่าจะสถานที่ไหน ๆ เด็กก็สามารถที่จะตื่นเต้นและสนุกสนานได้เสมอ ฮ่า ๆ                                                         

....บนในหน้าที่มีรอยยิ้มตลอดระยะเวลาการเดินทาง เสียงหัวเราะ เสียงร้องเพลง ทำให้เรามีความสุขพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้าเช่นเดียวกันกับพวกเขา แทนความกังวลที่เรากลัวจะดูแลนักเรียนไม่ได้จากครั้งแรกที่คิด ถือว่าเป็นการเรียนรู้นอกสถานที่ที่สร้างประสบการณ์ ความทรงจำให้ทั้งตัวเราเองและลูกศิษย์ตัวน้อยของเราได้ไม่น้อยเลยล่ะ.......

                          นายแบบนางแบบ ตัวน้อยของครู

....เราเป็นคนนึงที่มีความเชื่อตลอดว่า ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน สถานที่ใด ทุกสิ่งสามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ดีให้กับผู้เรียนได้เสมอ เหมือนกับการไปทัศนศึกษาในครั้งนี้จะมีเสียงจากเด็ก ๆ เสมอซึ่งเป็นคำถามจากสิ่งที่เขาเห็นบางคำถามเราเองก็ตอบไม่ได้ ฮ่า ๆ แต่ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการเรียนวิทยาศาสตร์นั่นคือ การที่ผู้เรียนเกิดการสังเกต เกิดคำถามขึ้นในสิ่งที่พบเห็นในสิ่งที่สงสัย.... 

                 บันไดหกร้อยกว่าขั้น โอ้โหเด็ก ๆ รอครูด้วย 555

         #Microscope ในสัปดาห์นี้เนื้อหาที่ได้นำมาสอนนั่นคือ "first time of microscope" เกี่ยวกับกล้องจุลทรรศน์นั่นเอง บทเรียนถือว่าสร้างความตื่นเต้นให้กับเด็ก ๆ เป็นอย่างมากมีทั้งคนที่เคยใช้และก็ยังไม่เคยใช้ แต่เนื่องด้วยจำนวนของกล้องจุลทรรศน์ที่มีจำนวนจำกัดไม่เพียงพอต่อจำนวนนักเรียนที่มาก วิธีที่แก้ปัญหาของเรานั่นคือการจัดกลุ่มของนักเรียนให้มีขนาดที่ใหญ่มากขึ้น                                                                   

     ....ฝึกหยิบจับเพื่อสร้างทักษะการใช้อุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์..... บทเรียนนี้ถือว่าได้ฝึกการใช้อุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ให้นักเรียนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้ฟอเซป กระจกสไลด์ แผ่นปิดสไลด์ แว่นขยาย แต่สิ่งที่ต้องระมัดระวังนั่นคือความปลอดภัย คอยย้ำเตือนและดูแลเด็ก ๆ          อย่างใกล้ชิด....

                         1/1 กับกล้องจุลทรรศน์สุดหรรษา

       #เด็กชายสามคนผู้นั่งหลังห้อง จากสัปดาห์ที่แล้วเคยได้เล่าเรื่องเด็กชายทั้งสามไปบ้างแล้ว สัปดาห์นี้เราจะเล่าถึงการพัฒนาของเขากันค่ะ ในชั่วโมงวิทยาศาสตร์เช่นเดิมเราได้ให้ทำแผนผังความคิดโดยที่เด็ก ๆ สามารถที่จะสืบค้นข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตได้ พอสักพักนึงเรามองไปหลังห้อง เอ๊ะ! เด็กสามคนนี้หายไปไหนทำไมไม่อยู่ในห้อง เลยได้เดินออกมานอกห้องและพบว่าพวกเขาทั้งสามมานั่งทำงานตรงระเบียง                            

             ครู : ทำไมถึงพากันมานั่งทำงานตรงนี้คะ                                                                                                                                         ด.ช. : สัญญาณเน็ตในห้องมันไม่แรงครับครู พวกผมกลัวทำแผนผังความคิดไม่เสร็จ จะส่งไม่ทันครับ                                             

   โอ้โห รอยยิ้มบนใบหน้าของเรานั้นปลื้มปริ่มกว่าเดิมอีกค่ะ ได้เห็นความตั้งใจของเขาค่อย ๆ พัฒนาไปเรื่อย ๆ    

                            เด็กชายผู้นั่งหลังห้องทั้งสาม

     #เด็กชายผู้ชอบขับรถ  อ่านไม่ผิดค่ะ ขับรถ ขับรถ และขับรถ ฮ่า ๆ จะมีเด็กคนหนึ่งที่จะชอบทำเสียงขับรถ เดินขับรถบ้างในชั่วโมงเรียน ยอมรับเลยว่าในช่วงแรกเราค่อยข้างที่จะโมโห และดุเขาว่าทำไมถึงทำแบบนี้ แล้วทำไมไม่ยอมนั่ง แต่แล้วไม่ว่าจะทำอย่างไรเขาก็จะทำเช่นเดิม เราเลยสังเกตพฤติกรรม ปรึกษาครูพี่เลี้ยงรวมทั้งครูที่ได้สอนในวิชาอื่น ๆ ว่าเขามีพฤติกรรมเช่นนี้หรือไม่ เสียงตอบพร้อมกันเลยค่ะว่า "เป็น" เราพยายามหาวิธีการต่าง ๆ มาเพื่อที่จะให้เขาไม่รบกวนเพื่อน ๆ ในเวลาเรียน ซึ่งวิธีที่เราใช้อาจจะไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดแต่เราเชื่อว่าน่าจะฝึกสมาธิเขาได้ในระดับนึง นั่นคือการให้เขาได้ทำในสิ่งที่เขาชอบคือการนั่งหน้าแล็ปท็อปและกดเปลี่ยนสไลด์ให้ครู ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าเขาจะสามารถอยู่นิ่ง ๆ ได้โดยไม่เดินไปไหน มีงานส่งพร้อมเพื่อนถึงแม้บางครั้งเขาอาจจะช้ากว่าเพื่อนคนอื่น ๆ พอเราทำแบบนี้เรื่อยมา ให้เขาได้มานั่งข้างหน้าใกล้ ๆ เวลาเราสอน จึงได้เสียงตอบรับจากเด็กชายผู้ชอบขับรถว่า "ครูเอื้องครับวันนี้ผมขอนั่งข้างหน้าอีกได้ไหม นั่งตรงนั้นงานผมไม่เสร็จผมจะเล่นตลอดเลย"      

 ....ถึงแม้ว่าอาจจะไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด แต่เราก็ดีใจที่ได้ยินคำพูดของเขาที่บอกเรา แล้วเราจะพัฒนาไปพร้อม ๆ กันนะคะ เด็กชายผู้ชอบขับรถของครู.... 

                                    เด็ก ๆ ผู้มีน้ำใจในสัปดาห์นี้ค่ะ

 
        จากเรื่องเล่าที่ได้เล่าผ่านตัวอักษรทั้งหลาย ในแต่ละวันมีทั้งสุขและทุกข์ปะปนกันไป ถือว่าเป็นสีสันให้กับชีวิตได้ดีเลยทีเดียว แต่ถึงอย่างไรเราเองก็ยังมีความสุขกับสิ่งที่ทำในขณะนี้ แล้วมาติดตามเรื่องราวของเราเรื่อย ๆ นะคะ จนกว่าเราจะฝึกสอนเสร็จแล้วมาดูกันว่าความรู้สึกของเราจากวันแรกจนถึงวันสุดท้ายจะเป็นอย่างไร สำหรับวันนี้ ขอบคุณและสวัสดีค่ะ

14 07 2019