เด็กจะเกิดทักษะได้ ก็ด้วยครูเปลี่ยนวิธีสอน จะช่วยให้เด็กนำติดตัวไปใช้ในชีวิตประจำวัน..ครูจะตั้งคำถามแบบปรนัยหรืออัตนัยก็ได้ คำตอบจะอยู่ในสื่อหรือเครื่องมือที่ครูนำมาใช้..

         ผมคิดว่าถ้าใช้ตัวเลขจากค่าร้อยละของคะแนนเฉลี่ย เป็นเครื่องวัด”คุณภาพ”การศึกษาไทย..ผมเชื่อว่าเราคงจะตกต่ำยาวนานไปอีกหลายปี..

    เพราะมีปัจจัยหลายอย่างในสถานศึกษาที่ยากจะควบคุม ซึ่งก็ต้องอาศัยการบริหารจัดการตามบริบท และอาศัยการนิทศกำกับติดตามของเขตพื้นที่ฯ

        สิ่งหนึ่งที่เขตพื้นที่อาจเข้าไม่ถึงและเป็นหน้าที่ของสถานศึกษาโดยตรง นั่นคือการปรับเปลี่ยนวิธีสอน..รู้เท่าทันสื่อและเครื่องมือของการวัดและประเมินผล

        ปัจจุบันส่งตรงมาจากส่วนกลาง และหลายปีที่ผ่านมาพบว่าเครื่องมือหรือแบบทดสอบต่างๆแทบจะไม่เน้นความรู้ความจำเลย

        ครูไทยซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้จบด้านการวัดผล จึงปรับตัวปรับใจ ด้วยการสอนอ่าน คิด และวิเคราะห์..เพื่อฝึกให้นักเรียนสังเกตและแก้ปัญหา..หรือสอนวิธีการจับปลา..นั่นเอง

        ผมคิดว่า..ถ้าจะวัดผลกันขนาดนี้ ก็ไม่น่ายาก..เพียงแค่ทำให้นักเรียนอ่านคล่อง และครูสอนตามตัวชี้วัด ตลอดจนให้เด็กฝึกแก้ปัญหาจากสถานการณ์(สื่อ)ที่หลากหลาย

        ผมขอหยิบยกตัวอย่างจากรายงานพยากรณ์ประจำวันมาให้ดู..สามารถฝึกการอ่านก็ได้ แล้วลองให้นักเรียนชั้น ป.๓ – ป.๖ สังเกต จากนั้นครูก็ตั้งประเด็นคำถาม..

        “ภาคกลาง  มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม ลพบุรี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา
อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-39 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.”

        “ภาคใต้ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-30 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร”

๑. ภาคใดที่น่าจะมีฝนตกมากที่สุด...

๒. จังหวัดใดที่น่าจะมีอากาศร้อนมากกว่าจังหวัดอื่น?

๓. จังหวัดใดมีโอกาสที่จะมีลมกรรโชกแรงมากกว่าจังหวัดอื่น...

๔. ลมตะวันตกเฉียงใต้หมายถึงลมในข้อใด?

๕. จังหวัดในข้อใดที่มีโอกาสพบปัญหาดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลาก

        ผมคิดว่า..สื่อจากวรรณกรรม สิ่งพิมพ์และรายงานต่างๆ จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยครู นำไปใช้ฝึกการอ่าน คิดและวิเคราะห์ได้ แต่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง

        เด็กจะเกิดทักษะได้ ก็ด้วยครูเปลี่ยนวิธีสอน จะช่วยให้เด็กนำติดตัวไปใช้ในชีวิตประจำวัน..ครูจะตั้งคำถามแบบปรนัยหรืออัตนัยก็ได้ คำตอบจะอยู่ในสื่อหรือเครื่องมือที่ครูนำมาใช้..

        ดังนั้น..ครูจึงต้องสอนตามสภาพจริงของการวัดและประเมินผลแนวใหม่..คือมีเป้าหมายที่วัดได้ อย่างไรก็ตามผมก็ยังเชื่อว่า..ถ้าเด็กอ่านได้ไปจนถึงอ่านคล่อง..ผลสัมฤทธิ์จะไม่ตกต่ำอย่างแน่นอน..

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๒๓  มิถุนายน  ๒๕๖๒