ผมคิดว่าถ้าใช้ตัวเลขจากค่าร้อยละของคะแนนเฉลี่ย เป็นเครื่องวัด”คุณภาพ”การศึกษาไทย..ผมเชื่อว่าเราคงจะตกต่ำยาวนานไปอีกหลายปี..
เพราะมีปัจจัยหลายอย่างในสถานศึกษาที่ยากจะควบคุม ซึ่งก็ต้องอาศัยการบริหารจัดการตามบริบท และอาศัยการนิทศกำกับติดตามของเขตพื้นที่ฯ
สิ่งหนึ่งที่เขตพื้นที่อาจเข้าไม่ถึงและเป็นหน้าที่ของสถานศึกษาโดยตรง นั่นคือการปรับเปลี่ยนวิธีสอน..รู้เท่าทันสื่อและเครื่องมือของการวัดและประเมินผล
ปัจจุบันส่งตรงมาจากส่วนกลาง และหลายปีที่ผ่านมาพบว่าเครื่องมือหรือแบบทดสอบต่างๆแทบจะไม่เน้นความรู้ความจำเลย
ครูไทยซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้จบด้านการวัดผล จึงปรับตัวปรับใจ ด้วยการสอนอ่าน คิด และวิเคราะห์..เพื่อฝึกให้นักเรียนสังเกตและแก้ปัญหา..หรือสอนวิธีการจับปลา..นั่นเอง
ผมคิดว่า..ถ้าจะวัดผลกันขนาดนี้ ก็ไม่น่ายาก..เพียงแค่ทำให้นักเรียนอ่านคล่อง และครูสอนตามตัวชี้วัด ตลอดจนให้เด็กฝึกแก้ปัญหาจากสถานการณ์(สื่อ)ที่หลากหลาย
ผมขอหยิบยกตัวอย่างจากรายงานพยากรณ์ประจำวันมาให้ดู..สามารถฝึกการอ่านก็ได้ แล้วลองให้นักเรียนชั้น ป.๓ – ป.๖ สังเกต จากนั้นครูก็ตั้งประเด็นคำถาม..
“ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม ลพบุรี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา
อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-39 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.”
“ภาคใต้ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-30 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร”
๑. ภาคใดที่น่าจะมีฝนตกมากที่สุด...
๒. จังหวัดใดที่น่าจะมีอากาศร้อนมากกว่าจังหวัดอื่น?
๓. จังหวัดใดมีโอกาสที่จะมีลมกรรโชกแรงมากกว่าจังหวัดอื่น...
๔. ลมตะวันตกเฉียงใต้หมายถึงลมในข้อใด?
๕. จังหวัดในข้อใดที่มีโอกาสพบปัญหาดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลาก
ผมคิดว่า..สื่อจากวรรณกรรม สิ่งพิมพ์และรายงานต่างๆ จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยครู นำไปใช้ฝึกการอ่าน คิดและวิเคราะห์ได้ แต่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง
เด็กจะเกิดทักษะได้ ก็ด้วยครูเปลี่ยนวิธีสอน จะช่วยให้เด็กนำติดตัวไปใช้ในชีวิตประจำวัน..ครูจะตั้งคำถามแบบปรนัยหรืออัตนัยก็ได้ คำตอบจะอยู่ในสื่อหรือเครื่องมือที่ครูนำมาใช้..
ดังนั้น..ครูจึงต้องสอนตามสภาพจริงของการวัดและประเมินผลแนวใหม่..คือมีเป้าหมายที่วัดได้ อย่างไรก็ตามผมก็ยังเชื่อว่า..ถ้าเด็กอ่านได้ไปจนถึงอ่านคล่อง..ผลสัมฤทธิ์จะไม่ตกต่ำอย่างแน่นอน..
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๒
I like the picture (#1) of the corridor (of knowledge) with posters on the wall inside and benches facing outside. It’s pity that people can’t sit down and learn what the posters offer at the same time. But ‘learning subconsciously’ has been reported as effective, so ‘walking past the posters’ many times may help. ;-)