The spell of Greece : ทริป กรีซ 12-21 เมษายน 2562 ตอนที่ 7 Athens to Kalambaka, Meteora

Piyawan
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

Day 7 Kalambaka

ตื่นแต่เช้า กินอาหารเช้าที่โรงแรมแล้วก็ออกเดินทางจากสถานี syntagma ไปสถานีรถไฟของเอเธนส์ มาข้ามถนนตรงทางที่คุ้นเคย

ลงที่สถานีนี้เด้อ

ซึ่งเราได้ทำการจองตั๋วรถมาเรียบร้อยแล้วจากเวปการรถไฟของกรีซ ราคาไปกลับคนละ 29.20 ยูโร แนะนำให้จองแบบนี้เพราะราคาจะถูกกว่า ออกจากสถานีรถไฟใต้ดิน โผล่เข้าไปที่สถานีรถไฟก็ไปถามที่ information เค้าจะบอกว่าให้เดินไปที่ track ไหน

นี่เป็นตั๋วรถไฟของเรา มีที่นั่งพร้อม

รถไฟก็มาถึงตรงเวลามากเลยค่ะ ของพวกเราคันที่ 3 หน้าๆ เลย ขึ้นไปได้ก็ไปที่นั่งที่เรา booking ไว้

รถไฟออกตรงเวลาคือ 8.20 น. และแน่นอนว่า อาหารกลางวันก็ต้องฝากท้องไว้กับรถเสบียง บนรถไฟมีห้องน้ำให้ ความสะอาดก็ตามนั้น ถึงเวลาใกล้เที่ยง พวกก็ไปหาเสบียงมา สิ่งที่ได้มาเป็นเพียงขนมปัง 1 ก้อน

อันนี้แหละค่ะที่กินเป็นอาหารกลางวัน อันที่จริงถ้าสามารถเตรียมอาหารมาได้ให้เตรียมมาเลยนะคะ ไม่งั้นจะเจอกับขนมปังแบบนี้แน่นวล

เราจองทัวร์ไว้แล้วทาง messenger ทัวร์ที่เราจองเป็นเจ้านี้ Meteora Thrones-Travel Center ราคาคนละ 35 ยูโร จ่ายตอนทัวร์เสร็จแล้ว เค้าจะถือป้ายชื่อเรารออยู่ที่สถานีรถไฟปลายทาง อ้อ นั่งรถไฟนี่จนถึงสุดทางเลยค่ะ เพราะงั้นไม่ต้องกลัวว่าจะเลย หลับได้หลับเลยรถไฟไปถึงเลทเล็กน้อย ถึงแล้วก็ลงกันหมดทั้งรถไฟ

เดินออกมามองหาป้ายชื่อตัวเอง และแล้วก็เจอค่ะ เข้าไปแนะนำตัวเอง ไกด์ก็บอกให้เราไปขึ้นรถมินิบัส

ก็พากันไปนั่งประจำตำแหน่ง พอคนมาครบรถก็ออก คือเหมือนกับเค้ารับ booking มา แล้วทุกคนก็มากับรถไฟคันนี้ รถออกเดินทางจากสถานีรถไฟไปแวะที่สถานีของทัวร์เพื่อให้ลูกทัวร์เข้าห้องน้ำ และซื้อขนม กาแฟ ประมาณ 10 นาที

จากนั้นก็ออกเดินทางขึ้นเขาไปชม Meteora โดยพาไปชมทั้ง 6 monasteries และให้เข้าข้างใน 2 monasteries ซึ่งทั้ง 2 ที่ก็จะมีค่าเข้าชมด้วย อันนี้ต้องออกเอง ระหว่างทางไปก็ได้ชื่นชมเมืองเล็กๆ แห่งนี้ไปด้วย

เริ่มขึ้นเขาแล้ว

แต่ละสำนักสงฆ์ที่สร้างบนเขาสูง ทำให้เราคิดถึงความเป็นสมัยก่อน คนเราก็ช่างมีความพยายามนัก Monastery แรกที่แวะก็คือ Monastery of Holy Trinity รถก็จอดส่งแค่ปากทางเด้อ ที่เหลือเดินเข้าไปเอง อ้อ การแต่งกาย จะต้องแต่งกายให้เรียบร้อย ผู้หญิงต้องไม่ใส่กางเกงขาสั้น

เดินลงไปตามทางเดินที่เห็น ไม่อยากจะคิดถึงตอนเดินกลับเล้ย

สายพานและกล่องนั่น เอาไว้สำหรับลำเลียงสิ่งของ

เดินต่อ

มองผ่านช่องหิน จะเห็นเมือง Kalambaka

ยังคงเดิน

ที่ตัวอาคาร เราจะเห็นตะขอเหล็ก เค้าบอกว่าเอาไว้เกี่ยวกับหูตะกร้าสำหรับลำเลียงสิ่งของขึ้นมา เช่นในตะกร้าจะมีกระดาษกับปากกา พระที่อยู่ข้างบนก็จะเขียนความต้องการลงไปบนกระดาษว่าต้องการอะไรบ้าง แบบนี้

ออกนอกตัวอาคาร จะมีจุดชมวิวให้นักท่องเที่ยวไปถ่ายรูปได้ อันนี้เราขอบายเพราะกลัวความสูงจ้า

ใกล้เวลานัดหมายแล้วก็เดินกลับ

กำลังมีการลำเลียงสิ่งของ

Monastery ที่เราจะไปเป็นที่ที่สอง ก็คือที่นี่ Holy Monastery of St. Stephan หรือ Holy Meteora ที่นี่จะเป็นสำนักชี ไกด์เรียกว่า นัน (Nun)

ซื้อตั๋วเข้าชมที่ประตูทางเข้า แล้วก็เข้าไปเยี่ยมชมได้เลย ด้านในโบสถ์จะไม่อนุญาตให้ถ่ายรูป แต่สามารถถ่ายได้บริเวณด้านนอกขอแตะนิดนึง บอกว่า ได้มาแล้วนะ

ด้านในเป็นที่พักของเหล่าแม่ชี และโบสถ์ ที่ด้านในมีรูปภาพสวยงาม กลิ่นกำยานชวนเมาหัว ตะเกียงน้ำมัน และห้ามถ่ายภาพในโบสถ์

ดอกไม้ในอารามแม่ชี

จุดชมวิวด้านหลัง

เมื่อได้เวลานัดหมายก็กลับมาที่รถ อีกสักภาพก่อนบ๊ายบายกัน Holy Meteora

ที่เหลือจะเป็น stop shot คือ จุดลงไปถ่ายภาพแป้บๆ แล้วก็ขึ้นมาบนรถ ตรงนี้คือ Monastery ที่เค้าใช้ถ่ายหนังเจมส์บอนด์ ตอน For your eye only (ถ้าฟังไกด์ไม่ผิดนะ) ซึ่งไม่ได้เปิดให้เข้าชม

ส่วนวิวนี้ เป็นวิวที่อยู่ในซีรีส์ Game of Thrones ตอนที่ทีเรียนถูกจับขังในปราสาท Vale (ตอนแรกก็ไม่รู้หรอก คุณลุงคนขับรถมาเล่าให้ฟังพร้อมกับเปิด google ให้เราดูประกอบ)

ไกด์เก็บดอกไม้สีม่วงนี่มาให้ บอกว่าอะไรที่เป็นสีม่วงจะดี และดอกนี่ กินได้นะ ก็เลยลองกินกันดู

stop shot อื่น ซึ่งเราก็จำไม่ค่อยได้ละว่าอันไหนชื่ออะไร

หินรูปช้าง ใครเห็นบ้าง

นี่ค่ะไกด์ของเรา เค้าเล่าว่าเค้าเสียใจกับการเดินทางที่ล่าช้าของรถไฟ รัฐบาลบอกว่าจะปรับปรุงให้การเดินทางรวดเร็วกว่านี้ แต่เค้าก็ยังไม่เคยเห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรในช่วงหลายปีที่ผ่านมานอกเสียจากราคาค่าตั๋ว 555

จบทัวร์แล้ว เค้าเอาพวกเรามาส่งที่สถานีรถไฟที่เดิม จ่ายเงินค่าทัวร์ให้เรียบร้อย คืองงอยู่เหมือนกัน เค้าไม่เก็บเงินตั้งแต่แรก แต่จ่ายทีหลัง

รถไฟรออยู่แล้ว

รถไฟกลับเวลา 17.32 น. ในตั๋วระบุว่าจะถึงเอเธนส์ 22.12 แต่เอาเข้าจริงไปถึงเกือบๆ 5 ทุ่ม คือการเลทคงเป็นธรรมดาของรถไฟ คือนั่งจนเบื่อ

ถึงแล้วก็นั่งรถไฟกลับ syntagma อีก จังหวะนั้นคือหิวมากๆ ร้านอาหารก็ปิดหมดแล้ว แต่ยังมี KFC ให้เราฝากท้อง พวกเราแวะกินอาหารที่ KFC ก่อนเข้าไปพักผ่อนที่โรงแรม ยมกันเป็นแถว นั่งรถไฟไปกลับเที่ยวละ 5 ชั่วโมง เก่งมากมาก

Day 8

วันนี้เราจะกลับบ้าน flight ของพวกเราคือ Scoot ATH-SIN 11.30-03.35 TR 713 ไปสนามบินด้วยรถไฟ อันนี้ต้องซื้อตั๋วจากเคาน์เตอร์ ผู้ใหญ่ 10 ยูโร เด็ก 5 ยูโร เช่นเคย

มาถึงสนามบินก็ลากกระเป๋าเข้าไปในอาคาร

รอเช็คอิน

ผ่าน ตม ให้เรียบร้อย มานั่งรอขึ้นเครื่องที่ gate อ้อ มีอาหารขายที่ทางเข้า gate ด้วย

เราสามารถซื้อขึ้นเครื่องได้ พวกเราก็เลยซื้อน้ำและขนมขบเคี้ยวไว้เป็นเสบียง ได้เวลาก็ขึ้นเครื่องค่ะ อุปกรณ์พร้อม ipad พร้อม มาถึงสิงคโปร์ตอนตี 3 กว่าๆ จังหวะนั้น ง่วงนอนมาก หิวข้าวด้วย พากันไปนั่งกินอาหารที่ food court สั่งอาหารผ่านตู้ Kiost จ่ายเงินด้วยบัตรเครดิตแล้วนั่งรออาหาร กินอิ่มแล้วก็หาที่นอนสิคะ รออะไร ไปนอนใกล้ๆ เกท คือ นอนไปเลยบนเก้าอี้ค่ะ งีบได้นิดหน่อย จนกระทั่ง gate เปิด ก็พากันเข้าไป flight ของเรา Singapore airline วันที่ 21 เมษายน SIN-BKK 07.10-08.35 SQ 970 นั่งสบายๆ เพียงชั่วโมงกว่าก็ถึงกรุงเทพแล้ว แต่การเดินทางก็ยังไม่หมด เราต้องต่อเครื่องกลับลำปางบ้านเฮาอีก ด้วยบางกอกแอร์เวย์ BKK-LPT 11.55-13.30 PG 207 และแล้วก็ถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านมาถึงบันทึกนี้เครดิตภาพ ซัน กิตติ วรพจน์ และตัวเราเอง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน learn2travel



ความเห็น (0)