The spell of Greece : ทริป กรีซ 12-21 เมษายน 2562 ตอนที่ 5 Santorini Hot spring and Volcano island, Black beach, Red beach

Piyawan
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

Day 5 In Greece, Santorini

วันนี้พวกเราตื่นแต่เช้า ก่อนออกไปเที่ยวก็ไปจองทัวร์ที่โรงแรมก่อน เป็นทัวร์ไปเกาะภูเขาไฟ กับ Hot spring ซึ่งราคาทัวร์ก็จะราคาเท่ากับที่จะไปซื้อที่ท่าเรือนั่นแหละ ตกคนละ 20 ยูโร ก็ช่วยอุดหนุนโรงแรมซะหน่อย เวลาทัวร์คือ 11.00 - 14.00 เจ้าหน้าที่โรงแรมบอกว่าเราควรเริ่มลงไปยัง old port ตั้งแต่ 10.00 น. จ่ายเงินแล้วเขาจะให้ใบจองมา

เรียบร้อยแล้วก็พากันเดินออกมาจากโรงแรม วันนี้ที่แรกที่เราไปก็คือ Museum of Prehistoric Thera มีค่าเข้าชมคนละ 6 ยูโร และเช่นเคย ซันฟรี

เป็นมิวเซียมเล็กๆ ที่สแกนตั๋วก็พัง เราน่าจะเป็นนักท่องเที่ยวชุดแรกที่มา ด้านในมีของจัดแสดงพอสมควร แต่ไม่มากเพราะเป็นอาคารชั้นเดียว มีคนดูแล 1 คน ที่ทำหน้าที่เป็น รปภ ด้วย คอยเดินตามดูนักท่องเที่ยว ทำให้รู้สึกอึดอัดเล็กน้อย

ภาพเด่นของที่นี่เห็นจะเป็นภาพนี้ค่ะ ภาพชื่อว่า Fisherman

อีกภาพเป็นภาพของแพะภูเขา

แล้วเราก็เดินกันไปในเมืองเพื่อที่ท่าเรือเก่า จะไปขึ้นเรือไปทัวร์ อ้อ ตอนแรกเราทำการบ้านกันมาไม่ดี คิดว่าสามารถไปเที่ยวเองได้โดยไม่ต้องซื้อทัวร์ แต่ไม่ได้นะคะ จะไปเที่ยวเกาะภูเขาไฟนี่ จะต้องไปโดยทัวร์เท่านั้น ซึ่งทางไปก็คือทางที่เรามาเมื่อวาน เวลานั้นยังเช้าอยู่ ร้านจึงปิดเป็นส่วนใหญ่

วิธีไปท่าเรือเก่านอกจากเดินไปแล้ว ยังสามารถนั่งเคเบิ้ลคาร์ไปได้ แต่พวกเราขอเดินจะได้ดูบรรยากาศไปด้วย

วิวเมื่อวาน เริ่มซ้ำละ แต่ก็ชอบอยู่ดี

สกิลขั้นเทพ ในการเข็นรถเข็นขนของลงบันได

มีน้องบอกว่าถ้าเจอแคคตัสให้เอามาฝากด้วย แต่ขนาดแบบนี้เจ้เอาไปฝากไม่ไหวเด้อ

พวกเราเลือกทางเดินไปทางเดียวกับน้องลา

ทางเดินลงไปยังท่าเรือนี่ไกลพอสมควร พวกเราก็ start ลงตาม recommendation คือ ประมาณ 10.00 น.

แวะพักทำมิวสิคเป็นระยะ

ระหว่างทางก็เดินสวนกับน้องลา ที่พานักท่องเที่ยวเดินขึ้นมา ท่าทางน่าสนุก

ซึ่งคนเดินเท้าอย่างพวกเราก็ต้องพากันแอบข้างทาง กลัวจะชนน้อง (ที่จริงกลัวน้องจะชนเรา)

และต้องเดินหลบกระสุนเป็นระยะเพราะอึของพวกน้อง มีตามรายทางทีเดียว

วิวตอนเดินลงไปนี่สุดละ

เจอขบวนน้องเป็นระยะ

ตอนแรกก็สงสัยว่าเอ แล้วเค้าทำความสะอาดกระสุนกันยังไง เพราะถ้าไม่ทำความสะอาดเลยนี่คงไม่ไหว ปรากฎว่าระหว่างทางก็เจอคนนี้ค่ะ เค้านี่แหละที่ช่วยให้อึของน้องไม่ทำร้ายนักท่องเที่ยว

ยังไม่ถึงข้างล่างเลยจ้า เดินยาวไป

ในที่สุดก็เดินลงมาจนสุดทาง มี Old market แต่ก็ไม่ได้เข้าไปลุยมากมาย เพราะเราจะต้องไปทีบริษัททัวร์ก่อน เจอท่าน้องลา (เหมือนท่ารถไง)

ลงไปข้างล่างถึงท่าเรือก็มองหาบริษัททัวร์ที่เราซื้อมา เจอแล้วก็เอาใบจองให้เจ้าหน้าที่ดู แล้วก็นั่งรอ เพราะโปรแกรมของเรา เริ่มตอน 11.00-14.00 น. บรรยากาศพลุกพล่านไปด้วยนักท่องเที่ยว

ตรงนี้เป็นสถานีเคเบิ้ลคาร์

ทะเล ท้องฟ้า และเรือ

บางคนก็หิวโค้ก ไปซื้อโค้กมากิน เจอน้องมาขอกินด้วยอีก

พอถึงเวลาปุ๊บ เรือก็มา นี่คือเรือที่เราจะนั่งไป ชื่อของเรือคือ โพไซดอน ต่อคิวกันขึ้นเรือเลย ขึ้นไปก็หาที่นั่ง เราขอที่มีหลังคาก็แล้วกัน

ส่วนพวกก็แยกไปนั่งรับสายลมและแสงแดดบนดาดฟ้าเรือ เค้ามีไกด์บริการด้วยค่ะ กำลังบรีฟ

เรือแล่นออกมาแล้ว หันกลับไปดูก็จะเจอสิ่งนี้ บ้านเรือสีขาวสร้างบนเทือกเขา

ใกล้ถึงที่หมายแรกแล้ว น้ำทะเลสีเขียวกับภูเขาสีดำ สวยแปลกตา

ที่แรกที่เค้าพาไปก็คือ Hot spring คือทำการบ้านมาไม่ดี ไม่งั้นจะเตรียมชุดว่ายน้ำแบบทูพีชมาด้วยละ เพราะพอเรือจอดเหล่านักท่องเที่ยวก็จะเปลี่ยนชุดว่ายน้ำลงไปว่ายน้ำกัน คือ ว่ายไปยังส่วนที่เป็นน้ำอุ่น แต่กว่าจะถึงก็ต้องเจอน้ำเย็นก่อนอยู่ดี หลายๆ คนกรี๊ด ตอนร่างกายสัมผัสน้ำค่ะ พวกเราไม่ได้เตรียมตัวไปก็ได้แต่ดูบรรยากาศและสนุกไปกับคนอื่น

สักพักพวกที่ไปว่ายน้ำก็พากันกลับมา คืออากาศเย็น น้ำเย็น ยังลงไปเล่นน้ำกัน สุดๆ จริงๆ ส่วนตรงนี้เห็นฝูงแพะด้วย เป็นแพะภูเขา

พอทุกคนที่เป็นสมาชิกของเรือโพไซดอนกลับมากันครบ เรือก็ออกเดินทางไปจุดหมายต่อไป นั่นคือเกาะภูเขาไฟ ทางขึ้นภูเขาอยู่ตรงนั้น เรือจอดเขาก็ให้ลง

มีค่าเข้าอีกคนละ 2.5 ยูโร จ่ายเงินแล้วก็เดินตามไกด์ไปเรื่อยๆ ก่อนที่จะเดินขึ้นไปบนภูเขา ไกด์ก็จะบรีฟก่อนว่าจะต้องเดินประมาณกี่ km ต้องกลับลงมาที่เรือประมาณกี่โมง จำให้ดีนะว่าเรือของเราชื่ออะไร ทำนองนี้

หันกลับไปมองเรือ วิวสวยงามมาก น้ำทะเลมีสองสี

ยังคงเดินต่อไป

จนถึงจุดนี้แล้วก็ชมวิว เก็บภาพตามอัธยาศัย

กะเวลาลงเขา มาขึ้นเรือตามเวลา

เรือกลับไปถึงยังฝั่งตรงที่ท่าเรือตามเวลา 14.00 น.

พวกเราก็ลงจากเรือ แล้วก็เดินไปยังจุดที่จะขึ้นน้องลา ค่าขึ้นน้องลาคนละ 6 ยูโร จ่ายเงินตรงนี้ ลุงจะเป็นคนเก็บเงิน ขณะเดียวกันก็เรียกแขกไปด้วย แบบว่า ขึ้นลาไหม ไปไหม 6 ยูโรนะ ไรงี้ พวกเราก็จ่ายเงินที่ลุง ลุงก็ให้เข้าไปรอที่ชานชาลา ก็จะมีคนคุมน้องลามาหาเรา เหมือนกับจะเลือกด้วยว่าตัวไหนเหมาะกับผู้โดยสารคนไหน ตัวไหนเก่งแล้วก็ให้เดินเองเลย ตัวไหนยังไม่เก่งก็ผูกๆ กันไป

ตอนนั่งน้องขึ้นไปก็สนุกและตื่นเต้น แต่ระยะทางไม่ใช่น้อยๆ เลย เราคิดว่าน้องคงเหนื่อยมาก และน้องเดินแบบนี้กี่รอบแล้วนะวันนี้ คิดๆ ไปก็สงสารน้อง และย้อนกลับมาที่ตัวเองว่าน่าจะขึ้นเคเบิ้ลคาร์ขึ้นมา เพราะการที่เรานั่งน้องลาขึ้นมาก็เหมือนการส่งเสริมให้มีการทรมานน้อง ไม่น่าเชื่อเลยว่า ซันคิดเหมือนกันกะเรา ว่าสงสารน้องจังแม่ เราถ่ายภาพเหงื่อของน้องมาด้วย

สรุปทริปเกาะเป็นดังนี้

ขึ้นมาถึงข้างบนเราก็หาอาหารกินกันก่อน เป็นอาหารบ่ายของพวกเรา จากนั้นเราก็ไปยังสถานีรถบัส เพื่อนั่งรถบัสไปยังคามารี ไปเที่ยว Black beach ค่ารถบัสราคาเดิมค่ะ 7.20 ยูโร (เที่ยวละ 1.80 บาทต่อคน) จ่ายบนรถ

พอถึงเค้าจะบอกว่าคามารี พวกเราก็ลงที่ป้ายนี้

อันนี้ป้ายขากลับ ฝั่งตรงกันข้าม

กรวดทรายเป็นสีดำจริงๆ ด้วย มี นทท มาอาบแดดกันประปราย

พวกเราเดินไปจนสุดปลายหาดด้านนี้ ถ่ายรูปบรรยากาศ คือ มา beach นี่ก็ไม่ได้จะมาเล่นน้ำหรืออาบแดดอะไร จะมาดูและมาเที่ยวเฉยๆ ว่า Black beach มันเป็นยังงี้นี่เอง

โหมดรักสัตว์เริ่มทำงานอีกแล้ว แต่แหมๆๆๆ ดูฉากหลังนิดนึงมั๊ย

อยู่กันพอได้ไอเดีย ถ่ายรูปบรรยากาศ แดดจ้าพอควร

แล้วก็เดินกลับมาขึ้นรถบัสที่เดิมกลับเมืองฟีร่า ที่ต่อไปที่เราจะไปก็คือ Red beach นั่งรถบัสจากสถานีรถบัสที่เดิม แต่คราวนี้ค่ารถคนละ 2 ยูโร ไปถึงตรงนี้ก็จะงงนิดๆ ไหนฟระ Red beach ก็เดินงงๆ กันลงไปที่ชายหาด เดินเลาะไปเรื่อยๆ ไม่เห็นมีอะไร

กำลังตั้งท่าจะกลับกันละ แบบว่า มิน่าล่ะไม่ค่อยมีใครมา ไม่เห็นมีอะไร บังเอิญมีชาวกรีกใจดี ยื่นหน้ามาบอกว่า ให้เดินไปทางนู้นอีกหน่อย จะเจอทางไป Red beach งี้ พวกเราก็เดินไปตามทางที่เค้าบอก นี่ค่ะ เดินมาจะเจอป้ายนี้ ก็เดินตามไปเรื่อยๆ และเรื่อยๆ

ผ่านโบสถ์นี้ก่อน

เดินต่อไปอีก

ไกลเอาการ แต่มาแล้วทำไงได้ ต้องไปต่อ ไกลยังไม่พอ ปีนก็มี ปีนไปตามทางนี้เรื่อยๆ ก็จะเจอสิ่งนี้ นี่ไงเป็นเหตุผลว่า ทำไมเขาเรียกว่า Red beach

ข้ามดอยมาอีกฝั่ง

นักท่องเที่ยวก็บากบั่นกันจริงๆ มาอีก group ละ

เดินชายหาดกัน ไหนๆ ก็มากันได้ขนาดนี้ละ

เดิน (ปีน) กลับมาทางเดิม เหนื่อยไปอีก

ผ่านบรรยากาศแบบนี้ และชาวแมว

เรามาสั่งกาแฟกินที่ร้านนี้เพื่อรอรถบัสที่ป้ายเดิม

ภาพนี้ถ่ายจากหน้าต่างรถบัส เห็นพระอาทิตย์ตกดินสวยงาม เซฟภาพนี้ไว้เพราะพรุ่งนี้เราจะบ๊ายบายซานโตรินี่แล้ว

กลับมาถึงสถานีรถบัสในเมืองฟีร่า ทำไมยังสว่างอยู่เลย

ลงรถแล้วก็ไปหากินข้าวเย็น วันนี้ฝากท้องไว้ที่ร้านอาหารชื่อว่า Asia club จากนั้นพากัน ไปหาซื้อของที่ระลึกเล็กน้อยๆ กัน โอ้ Save water drink wine

เดินเข้าร้านนี้ คุยภาษาไทยกัน คำเมืองก็มา คุณป้าเจ้าของร้านทักพวกเราว่า Are you come from Thailand? คืออึ้งกันหมด ก็เลยถามว่าทำไมถึงรู้ เค้าบอกว่า เค้าสังเกตุจากหน้าตาและน้ำเสียงว่าน่าจะเป็นคนไทย เค้าพูดถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 ว่าเป็น The best king พวกเราบอกเค้าว่า In my country we call him father.

ซันมากระซิบว่า แม่มีแบงค์ 50 สักใบไหม ซันอยากจะอาให้เค้า เค้ายังไม่มีเลยแบงค์ 50 ของไทย

ได้ของเล็กๆ น้อยๆ แล้วก็กลับไปนอนเอาแรง เพราะว่าพรุ่งนี้เช้า เราจะกลับเอเธนส์กันแล้วโดยเครื่องบิน Low cost ของที่นี่ ค่าเครื่องบินขากลับ แพงกว่าค่าเรือที่พาเรามาประมาณร้อยบาทเท่านั้นเองค่ะ ก่อนเข้าห้องก็นัดแนะกับโรงแรมเพราะให้เค้ามาส่งที่สนามบินในวันพรุ่งนี้ อ้อ ให้เช็คเอาท์และจ่ายเงินค่ารับส่งให้เรียบร้อยเลยนะคะ เพราะพอถึงพรุ่งนี้เช้าจะได้ไม่เสียเวลา

เครดิตภาพถ่าย ซัน กิตติ วรพจน์ และตัวเราเอง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน learn2travel



ความเห็น (1)

หินสวย น้ำใส คนไทยต้องไปดูค่ะ