ผมได้แนวคิดนี้ จากการที่ สคส. รับทำงานพัฒนาระบบจัดการความรู้ ให้แก่หน่วยราชการแห่งหนึ่ง    เมื่ออ่านความต้องการ หรือเจตจำนง ในการพัฒนาระบบการจัดการความรู้ขององค์กร    ก็เห็นได้ชัด ว่าผู้ร่างความต้องการหลงไปเน้นที่กระบวนการ KM หรือหลงคิดชั้นเดียว

                KM เป็นเรื่องที่ต้องคิดอย่างน้อย ๒ ชั้น หรือต้องฝึกคิดหลายชั้น    ดังตัวอย่าง

  • คิดชั้นที่ ๑  ที่เป้าหมายหรือคุณค่าสูงสุด  หรือวิสัยทัศน์ขององค์กร    องค์กรที่คิดแคบ คิดวนอยู่ที่ตัวเอง  ไปไม่ถึงคุณค่าต่อสังคม  มักเป็นองค์กรที่ไม่แข็งแรง  และการประยุกต์ใช้ KM ก็พลอยอ่อนพลังไปด้วย    เพราะวิสัยทัศน์ขององค์กร นำไปสู่วิสัยทัศน์ของความรู้ ที่ต้องการใช้ในการขับเคลื่อนองค์กร 
  • คิดชั้นที่ ๒   ที่ความรู้สำคัญ (critical knowledge) ที่จำเป็นสำหรับเป้าหมาย หรือวิสัยทัศน์คุณค่าสูงในบริบทขององค์กรนั้นๆ  
  • คิดชั้นที่ ๓   ที่ผลลัพธ์และผลกระทบในปัจจุบัน ตามหน้าที่ขององค์กร    โดยตั้งคำถามว่า จะทำให้ได้ผลดีกว่านี้ได้ในลักษณะไหน     เพื่อใช้เป็นโจทย์ของการประยุกต์ใช้ KM  และเครื่องมืออื่นๆ ให้บรรลุเป้าหมายนั้น
  • คิดชั้นที่ ๔, ๕, ๖   จะเกิดขึ้น เมื่อแกนนำในองค์กร มาร่วมกันคิด ในลักษณะของการใช้บรรยากาศ และเครื่องมือ ช่วยในการคิด   รวมทั้งคิดหลังจากมีการทดลองปฏิบัติไประยะหนึ่ง    ก็จะเกิดทักษะในการคิดที่ซับซ้อนและเชื่อมโยง เพิ่มขึ้นเป็นวงจรไม่รู้จบ

เป้าหมายอย่างหนึ่งของการนำ KM มาใช้ในองค์กร คือ คนในองค์กรมีทักษะการคิดซับซ้อน เชื่อมโยง และเป็นพลวัต เพิ่มขึ้น

วิจารณ์ พานิช

๒๖ เม.ย. ๖๒