https://www.matichon.co.th/col...

......“การเชื่อม “อดีต” เข้ากับ “ปัจจุบัน” เพื่อที่จะส่องประกายทางเดินไปสู่ “อนาคต” ของเมืองบางขลังที่เกิดขึ้นนี้  เป็นการร่วมมือกันทำงานหลายฝ่ายอย่างน่าชื่นชมประทับใจ เพราะกระบวนการการสร้างความรู้ชุดนี้ได้กลายมาเป็น “ความทรงจำร่วม” ของพี่น้องชาวเมืองบางขลังทั้งหมด   ดังที่เห็นได้จากการสร้างหลักสูตรท้องถิ่นศึกษาที่แน่นอนว่าจะทำให้ความสำนึกและความทรงจำร่วมกันนี้ดำรงอยู่ต่อไปอีกนานเท่านานการลงแรงทำงานกันอย่างไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อยของพี่น้องชาวเมืองบางขลังอันเกิดขึ้นจากศรัทธาอย่างแรงกล้าในการสร้างสรรค์นาฏกรรมทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่งนี้มีความหมายอย่างลึกซึ้งในวันอนุรักษ์มรดกไทย เพราะไม่ได้เป็นการแช่แข็งกาลเวลาเพื่อตอบสนองความโหยหาต่ออดีต หากแต่เป็นกระบวนการสร้างสรรค์ทางประวัติศาสตร์ให้ดำเนินต่อไป การจัดพิมพ์หนังสือเล่มนี้...ถือได้ว่าเป็นการทดแทนคุณแผ่นดินอย่างสำคัญยิ่ง”  (ศ.ดร.อรรถจักร์  สัตยานุรักษ์  ภาควิชาประวัติศาสตร์  ม.เชียงใหม่ คำนิยม ที่นี่...เมืองบางขลัง 8)

.......เมืองบางขลัง : ประติมากรรมแห่งเวลา            ขบวนล้อเกวียนแห่งเมืองบางขลัง ได้ขับเคลื่อนหลุดพ้นจากปลักหล่มแห่งกาลเวลา ผ่านปัญหา อุปสรรคมามาระยะหนึ่งแล้ว ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ที่ได้เข้ามาส่งเสริมให้มีการดำเนินงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น และการท่องเที่ยวโดยชุมชน ทำให้เกิดปรากฏการณ์ “การสร้างบ้านแปลงเมืองโดยพื้นฐานงานวิจัยผ่านการท่องเที่ยวโดยชุมชน”ที่ใช้เรื่องของประวัติศาสตร์ท้องถิ่นมาเป็นตัวถักทอ เชื่อมร้อยผู้คนเข้าหากัน แปรเปลี่ยนเรื่องของประวัติศาสตร์ที่เป็นนามธรรม จับต้องไม่ได้ มาสู่สิ่งที่เป็นรูปธรรม สามารถมองเห็นและจับต้องได้ รับรองโดยรางวัลระดับประเทศ คือ รางวัลพระปกเกล้า, พระปกเกล้าทองคำ, รางวัลธรรมาภิบาล ฯลฯ

........เมืองบางขลัง : นาฏกรรมแห่งศรัทธา          การร่วมกันสร้างบ้านแปลงเมืองของภาคีเครือข่ายก่อให้เกิดนวัตกรรมบนแผ่นดินถิ่นนี้ เช่น ระบำเทววารีศรีเมืองบางขลังที่เป็นระบำโบราณคดีลำดับที่ 3 แห่งกรุงสุโขทัย ต่อจากระบำสุโขทัยและระบำเทวีศรีสัชนาลัย, 56 บทเพลง, งานวิจัยโดย สกว. 4 เรื่อง, พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนศรีอินทราทิตย์และพ่อขุนผาเมืองที่ได้รับอนุญาตจากกรมศิลปากร, เส้นทางท่องเที่ยวพักโฮมสเตรย์ เช่น โบราณสถานวัดโบสถ์ วัดใหญ่ชัยมงคล, โบราณวัตถุ, ถนนพระร่วง, สะพานไม้ไผ่, ล่องแพ, บ้านเก่า, หมู่บ้านแย้, อาหารพื้นถิ่น, พิพิธภัณฑ์มีชีวิตตามบ้าน/เคลื่อนที่ ฯลฯ งานวันอนุรักษ์มรดกไทย ร่วมแต่งกายย้อนยุคเที่ยวตลาดโบราณ ชมแสง สีเสียง และงานวัน ๒ พ่อขุน ชมละครอิงประวัติศาสตร์ มวยไทย ซึ่งทั้ง ๒ งานบรรจุไว้ในปฎิทินท่องเที่ยว จ.สุโขทัย,  ตามรอยเสด็จฯ ของรัชกาลที่ 6 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ และ  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีฯ เสด็จฯ 2 ครั้งในห้วง 9 ปี

........แนวรบเมืองบางขลังเหตุการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง          เสียงก้องจากตำบลเชิงเขา  ได้ยินไปถึง ศ.ศรีศักดิ์ วัลลิโภดม ผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีและมนุษยวิทยา พร้อมด้วย สุดารา สุจฉายา,  เมธินีย์ ชอุ่มผล จาก มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ มาเยือนเมืองบางขลัง แล้วเขียนโครงการเสนอ สกว. เพื่อทำการวิจัย “ประวัติศาสตร์สังคมเมืองบางขลัง”  ผศ.ดร.ชูพักตร์ สุทธิสาผอ.ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น พร้อมคณะลงสำรวจพื้นที่ และได้อนุมัติงบประมาณดำเนินการ โดยมีผู้เขียนเป็นหนึ่งในทีมวิจัย         นายไมตรี  ไตรติลานันท์ ผู้ว่าฯ สุโขทัย สั่งวราดิศร  อ่อนนุชนายอำเภอสวรรคโลก  ชักธงรบเป็นหัวหมู่ทะลวงฟันนำเมืองบางขลังสู่ถนนสายท่องเที่ยวชุมชน ส่งเสริมอย่างเต็มที่ในทุกมิติ ผ่าน ปลัดฯ ยุรี ทองหนองกอย

 ........แทนคุณบรรพชน พัฒนาคนและแผ่นดิน       ผู้เขียนเห็นว่า “เมืองบางขลัง”ไม่ควรหยุดอยู่ที่การแสดงแสง สีเสียงเพียงเท่านั้น ควรนำเสนอเรื่องของเมืองบางขลังในรูปแบบของเรื่องสั้น นิยาย ละคร ละครเพลง หนังสั้น ภาพยนตร์ เสมือนดั่ง “ขุนเดช” ที่ สุจิตต์ วงษ์เทศ  สร้างให้คนธรรมดาคนหนึ่งลุกขึ้นมาปกป้องโบราณสถานที่สุโขทัยจนโด่งดัง    กลายมาเป็นฮีโร่พันธุ์ไทยที่ตราตรึงอยู่ในหัวใจคนไทยจนถูกนำมาผลิตซ้ำครั้งแล้วครั้งเล่า....“ผู้ชนะสิบทิศ” ที่ ยาขอบ หรือ โชติ แพร่พันธุ์  ได้หยิบพงศาวดารพม่า 8 บรรทัดมาเขียนเป็นนิยายจนโด่งดัง ถูกนำมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์ ละครเวที ภาพยนตร์ มีเพลงประกอบที่ติดตรึงใจมาจนถึงปัจจุบัน ได้แก่ “บุเลงนองลั่นกลองรบ”และ “ผู้ชนะสิบทิศ” ที่ยังคงข้ามกาลเวลามาสร้างความซาบซึ้งตรึงใจผู้คนเสมอมา.....“แดจังกึม”ที่สร้างมาจากเรื่องจริงของประวัติศาสตร์เกาหลี    นำเสนอถึงหญิงสาวจากครอบครัวสามัญชน มีฐานะยากจน แต่ด้วยความฉลาดทำให้เธอได้เป็นแม่ครัวมือหนึ่งของราชสำนักและเป็นหมอหญิงคนแรกของเกาหลีที่เป็นแพทย์รักษาอาการเจ็บป่วยให้กับเชื้อพระวงศ์....จะเห็นได้ว่า “แดจังกึม”เป็นเรื่องอิงประวัติศาสตร์ที่ถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งๆ ที่หลักฐานมีน้อยและคลุมเครือ สามารถทำเป็นเรื่องยาว นำเสนอวัฒนธรรมอาหารได้เป็นอย่างดีจนโด่งดังไปทั่วโลก “ผู้ชนะสิบทิศ”  จากพงศาวดารพม่าเพียง 8 บรรทัด สร้างให้นักรบนาม “จะเด็ด” และหญิงงาม “ตะละแม่กุสุมา ตะละแม่จันทรา” ตราตรึงในใจผู้คน ส่วน “ขุนเดช”ถูกนำมาสร้างเพื่อปลุกจิตสำนึกรัก หวงแหนโบราณสถาน โบราณวัตถุ ตลอดจนสอดแทรกความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณีของชาวสุโขทัย.....เราสามารถนำเรื่อง “แดจังกึม” “ผู้ชนะสิบทิศ” “ขุนเดช” มาเป็นแบบอย่างในการเขียนเป็นละครอิงประวัติศาสตร์ท้องถิ่น แล้วนำมาแสดงถ่ายทอดปลุกจิตสำนึก สอดแทรกเรื่องที่เราต้องการสื่อให้แก่ผู้คนในสังคมได้รับทราบ  สอดคล้องกับยุคสมัย ทันเหตุการณ์ แต่แฝงไว้ด้วยสาระ ความรู้ ซึ่งถือได้ว่าเป็นการเรียนลัดทางประวัติศาสตร์สังคมได้เป็นอย่างดี เป็นการปลุกจิตสำนึกในการแทนคุณบรรพชน พัฒนาคนและแผ่นดิน

.........เมืองบางขลังระยะประชิด          ทุกท้องถิ่น ทุกชุมชนต่างมีประวัติศาสตร์ความเป็นมา วิถีชีวิต วัฒนธรรมประเพณีที่แตกต่างกัน สามารถนำมาผูกเป็นเรื่องราวถ่ายทอดผ่านตัวแสดงได้เป็นอย่างดี อีกทั้งสามารถนำมาเป็นเครื่องมือในการประชาสัมพันธ์ และปลุกจิตสำนึกในด้านต่างๆ อีกด้วย........ผู้เขียนขอส่งเสียงนี้เป็นข้อเสนอเชิงนโยบายถึงผู้มีอำนาจระดับสูงขึ้นไป สถาบันการศึกษาที่มีคณะการละคร ศิลปะการแสดง สื่อสารมวลชน นักเขียนนวนิยาย เรื่องสั้น ทีวีช่องต่างๆ ผู้กำกับภาพยนตร์ ผู้ทำหนังสั้น ผู้ทำละคร ฯลฯ มาร่วมถ่ายทอดเรื่องของ “ขุนโดด” ลูกขุนเดช “ขุนเทพระทดระทวย” หลานขุนเดช  เรื่องของ “นายสนธยา นางสาวสุวรรณ คุณวันทนา”หลาน “แดจังกึม” เหลน “จะเด็ด” ฯลฯ ออกมาโลดแล่น ประกอบเพลงไพเราะ สอดแทรกด้วยระบำเทววารีศรีเมืองบางขลัง โดยมีโบราณสถานวัดโบสถ์ วัดใหญ่ชัยมงคล พระบรมราชานุสาวรีย์ 2 พ่อขุน แม่น้ำฝากระดาน เป็นฉากหลัง  สอดแทรกวิถีชีวิต วัฒนธรรมประเพณีและประวัติศาสตร์เมืองบางขลัง-ศรีสัชนาลัย-สุโขทัย ออกเผยแพร่ให้คนไทยได้ตระหนักรับรู้ถึงมรดกชาติไทย ณ เมืองบางขลัง สืบไป.

                  ช่อง 5 ก้าวมั่นคง 30 มี.ค.๖๒   มรดกชาติไทย ณ เมืองบางขลัง สุโขทัย