คำตอบสุดท้าย Ep.20 "หลักสูตรการใช้ชีวิต"



      หลังจากที่ปีนี้ มิถุนายน ในปี 2559 ที่เข้าอบรม ของ Life University Passion & Purpose ที่ 11 โดยย่อ

  PP11 วันแรกได้แค่ นั่งฟังเก็บเทคนิคที่มี วันที่สอง มีการWorkshop แทบทั้งวัน จนถึง วันสุดท้าย เป็นวันที่ พวกเราทุกคน ได้เอ่ยความในใจ แต่เราอยากขอพูดบ้าง ในช่วงสุดท้าย ปรากฏว่า มันช้าไปแล้ว ผมทำได้แค่ อัดคลิปวีดีโอ และลงเฟสบุ๊คส่วนตัวของเรา เท่านั้น (แต่ไปต่อโดย เป็นผู้รับการโค้ช ให้เค้า)

        กาลเวลา ก็ผ่านไป ได้เจอคนๆนึง ชื่อ หยก เขามีผลลัพธ์ จากหลักสูตรนั้น จึงตัดสินใจ ทักหาเค้า และ ขอเรียน ทั้งๆที่ เขาไม่ได้เชื้อเชิญเราเลย บางที จริต ถือว่า สำคัญกับเรา อีกในหนึ่งก็ได้ แบบว่า... ถ้าจะเรียนโค้ช และให้เกิดคุณภาพ จำเป็นอย่างยิ่งว่า เราไปตรงจริตกับสถานบันไหนมากกว่า จึงตัดสินใจ เข้าฟังเบื้องต้น ช่วงนั้นจัดที่ CDC แถวเพลิตจิต ก็เลยนั่งฟัง ตั้งแต่ต้นจนจบ และแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้น ก็มีคนที่สำเร็จในคลาส เดินเข้าไปถึงที่ และ หาเราด้วยความมึนงง สุดท้าย เราปักหมุดไว้ก่อน เนื่องด้วยช่วงนั้น ติดคอร์สเรียนหนึ่ง จึงไม่สามารถควบคุมเวลาในส่วนนี้ได้ ก็เลยจองสิทธิ์ไว้ หลังจากนั้น ค่อยว่ากัน และสิ่งที่เกิดขึ้น

     ตอนที่ ทำเหรียญที่ระลึก ในรายนั้น รายนี้ และ ทำงานอาสาที่สนามหลวงด้วย ก็มีทีมอาสา จากหลักสูตรนั้น รวมสตาร์ฟ โทรมาติดตามเรา ไม่ขาดสาย บางทีรำคาญ บางทีก็เกรงใจ ซึ่งคนส่วนใหญ่ที่ถูกกระทำ เป็นแบบเดียวกัน และช่วงวันที่ 3ในเดือนมกราคม จองสิทธิ์ ด้วยเงิน 3000 บาท โอนเข้าธนาคาร และ จ่ายจริงทั้งหมด สิ้นเดือน บุกถึง สถานบัน (บ้าบิ่น ขนาดนี้เลย)

     และรอเวลา ถึงวันอบรมวันแรกมาถึง เราก็ดำเนินแผนตามปกติ จนมี คนมาขอรับการโค้ช แบบไม่ขาดสาย เข้าไปทักคนนั้น คนนี้ และ ฝึกไลฟ์สด เป็นครั้งที่สี่ และ ไปยัง ครั้งที่ห้า ก่อนมาถึงครั้งสุดท้าย มันมีช่วงหนึ่งที่ มีคนโทรแจ้งกำหนดการอบรม วันนั้นมีคิวนัดหมายกับ นักลงทุนที่เราโค้ชไว้ เป็นคิวที่18 เพื่อดูความคืบหน้า ของชีวิต และรีบนอนไป จนกระทั่ง วันแรกของหลักสูตรใช้ชีวิต จัดที่ โรงแรมอโนมา เป็นวันแรกที่รับมือจัดการที่ทรมานมาก คนก็ไม่รู้จัก จะมีก็ส่วนน้อย นั่นถือว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ด้วย จนถึงเรียกผู้เข้าอบรมทั้งหมด เช็คชื่อ รับป้ายชื่อ และ ตอนดำเนินคอร์สเกิดขึ้น สิ่งหนึ่งที่ผมถามเค้าว่า

     “ เราไม่รู้ว่า เป็นยังไง และไม่รู้ว่า ที่นี้จะให้อะไรกับเราบ้าง และทำได้จริงมั้ย......???

   ถามแบบ พูดไม่ชัด ติดๆขัดๆบ้าง ลึกๆแล้ว แค่ไม่เชื่อ ด้วยความที่ เรามีข้อมูลเยอะ และตรวจสอบไว้เพียงข้างต้น ก็พอคาดเดาถึงฟิวส์นี้ จากนั้น ก็นั่งฟัง ทั้งๆที่สับสน แบบนั้นแหละ จนวันที่สอง ก็มาเจอญาติฝั่งอาม่าเรา เรียนด้วย โลกมันกลมมาก จึงถามว่า “โอเคมั้ย กับ หลักสูตรนี้” ซึ่งนั่นเราก็ค้นหาตนเองพร้อม   หลักสูตรนี้ด้วยคำถาม “ฉันเป็นคนยังไงกันแน่.....???” มาโดยตลอดจนวันที่สามของคอร์ส เริ่มเห็นทางสว่าง หลังจากที่ ปลดล็อคเรื่องแม่ และ น้องพ่อเดียวกันต่างแม่ ไปเรียบร้อย เราเองที่กลัวแบบนั้น มาตลอด13ปี ขณะนั้น ก็เล่าให้คนในนี้ รวมถึงญาติฝรั่งอาม่า แต่ .

     สิ่งที่ไม่คาดคิด ไม่เกิน3วินาที ก็มาถึง มีพี่คนนึง สวยมาก ท่าทางไฮโซมากๆ เขาแนะนำ คอร์สอีกระดับ ให้เราตัดสินใจ ได้ลงทะเบียน ด้วยความที่ไม่พร้อมหลายๆอย่าง ก็เลย ตอบกลับว่า “ไม่เป็นไร ครับ” เก็บไว้ก่อน (ลึกๆแล้ว ในหลักสูตรการใช้ชีวิต เราก็เคยฟังเบื้องต้นมาครั้งนึง ตั้งแต่ ปี 2558 ตอนนี้ยังไม่พร้อมด้วยซ้ำไป เหลือไว้เพียงแค่ ชื่อ เท่านั้น) ก็นั่งฟัง คนแนะนำพูดสิ่งที่ได้ จากแอนวาร์น ที่คนเชื้อเชิญคนนั้นพูดถึง จนเกิดผล อย่างนั้น อย่างนี้ ทิ้งไว้แค่คำถาม เท่านั้น

      จากนั้น ก็รีบกลับบ้าน สิ่งที่เกิดขึ้น ตีนก่ายหน้าผาก เลย และวินาทีนั้น ก็ถามกับตนเองว่า

    “หากเราลงคอร์สนั้น จะเป็นอย่างไร” หรือ “หากไม่ลงคอร์สนั้น จะเป็นอย่างไร” และเป็นสิ่งที่เราได้ชั่งน้ำหนักกันดู วันจันทร์ก็ดำเนินเป้าหมายตามปกติ และสิ่งที่เกิดขึ้น เราได้ทบทวนบางอย่างว่า “ถ้าเราไม่ลงคอร์สแอดวาร์น เราอาจไปต่อได้ลำบากนะ สิ่งสำคัญคือ เราต้องเปิดใจทั้งๆที่ยังไม่พร้อม” ถึงคืนวันอังคาร ผมตัดสินใจ ควักบัตรเครดิต จองสิทธิ์ไว้ก่อน ที่เหลือ มาวางแผนกัน ซึ่งเกิดลักษณะเดียวกับ วันที่3เดือน1 ตอนนั้น ไม่ผิดเลย และได้เจอผู้คนมากหน้า หลายตา ทั้งพระ แม่ชี พระภิกษุณี ดารา นักร้อง นักการเมือง เรียกได้ว่า แทบทุกอาชีพเลย ก็ว่าได้ บางทีก็ตกใจ เจอคนในวงการสัมมนา ที่คุ้นหน้า มาโคจรเจอกัน โลกกลมเป็นบ้าเลยครับ และแล้วก็ไปต่อ ห้องเรียน10ครั้ง เรียนหนึ่งวันต่อสัปดาห์ เริ่มมีนาคมนี้

     สิ่งที่จัดการคือ จัดการสัมมนาอื่นให้เสร็จ ซึ่งนั้นคือ คอร์สที่เมนเทอร์ แนะนำไว้ข้างต้น จากนั้นจัดงาน งานทำเหรียญให้จบ 1สัปดาห์ผ่านไป ก็เข้าคอร์ส Speak in Action พอดี มันไม่ใช่คอร์สที่นั่งฟังแบบธรรมดา และต้องฝึกพูดด้วย วันแรก แค่ปูพื้นฐาน และ ฝึกแบบปกติเบาๆ พอวันที่สอง หนักมาก ถึงกับดึงอารมณ์ออกมา ไม่ต่างจากเรียกการแสดง เลย ผลสุดท้าย พอมาคัดเลือกเพื่อเป็นสามคนสุดท้าย ในการขึ้นเวที ปรากฏว่า เรามีคนเลือกเรา แค่5คน คนอื่นเหรอ เลือกคนนั้นไปหมด ก็เลยทำใจยอมรับข้อนี้ หลังจบคลาส เราก็แอบเสียใจ ไม่น้อย สิ่งเหล่านี้ เหลือเพียงคาใจ ซึ่งคำถามเท่านั้น.......

หมายเลขบันทึก: 661169เขียนเมื่อ 18 เมษายน 2019 20:07 น. ()แก้ไขเมื่อ 18 เมษายน 2019 20:07 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี