เนินนม

ตลกดี ที่วันหนึ่งผมได้มาเป็นผู้สำรวจตลาดเสื้อยกนมกับเค้าด้วย

ยกนม หรือยกทรง คือสิ่งจำเป็น

“ยกทรง” มันคือของเล่นของผมยามเด็ก นั่นคือ เอายกทรงแม่มาใส่เป็นหมวกเล่นกับน้อง

ยกทรงของแม่ใหญ่มาก ในขณะที่หัวผมเล็กนิดเดียว

สมัยหนึ่ง ยกทรงต้องมีเหล็กเสริมด้านล่าง ผมไม่ทราบเหตุผลของการดีไซน์นี้ แต่นักศึกษาแพทย์ธนพันธ์ก็ยังได้เคยเห็นขอบเหล็กใต้ภาพเงานมของฟิล์มเอ็กซเรย์ปอดของคนไข้อยู่บ่อยๆ

...................

ผมเคยอ่านหนังสือเมื่อนานมาแล้ว 

“ทำไมคนจึงชอบดันให้นมมันเด่นเห็นเป็นร่อง”

เอ่อ ใช่ ทำไมต้องทำให้นมมันดูใหญ่ ทำไมร่องหน้าอกตรงเนินนมนั้นมันช่างอวบอิ่มเย้ายวนใจฝันนัก

หนังสือเล่มนั้นบอกผมว่า นักมานุษยวิทยากลุ่มหนึ่งก็มีคำถามเช่นนี้ เค้าพยายามอธิบายว่าทำไม

ในยุคที่คนยังเดินเหมือนลิง พวกเราเดิน ๔ ขา ในตอนนั้น นมก็คงห้อยตามธรรมดา ผมว่าพวกเราเหล่าชายชาญคงไม่ได้ไข่จ้องเพราะเห็นผู้หญิงเดิน ๔ ขา นมห้อยแน่ๆ ใช่ไหม มันคือส่วนที่ลูกเป็นเจ้าของ ไม่ใช่พ่อ

คนเดินสี่ขา เราเห็นตูด และเราก็เห็นจิ๋ม 

ใช่ เราเห็นมันชัดมากๆในท่าเดิน ๔ ขานั่นไง

ลองหลับตานึกภาพ ม้า วัว ควาย สัตว์ตูดใหญ่และมีจิ๋มอยู่ด้านล่างออกใช่ไหม (หึหึ อันที่จริง นึกถึงคนดีกว่ามั้ย) เอ..ชักไม่แน่ใจนัก ว่าเห็นชัดจริงหรืออย่างไร ในเมื่อสัตว์เหล่านั้นล้วนมีหางยาว หางมันห้อยลงมาปิดทั้งสองรูไว้อย่างเรียบร้อย ผมนึกถึงคนที่ออกแบบกางเกงในจีสตริง สายรัดร่องตูดอย่างที่เป็นนั้น เค้าคงได้ไอเดียมาจากการมานั่งดูตูดสัตว์เหล่านี้สินะ 

พวกเราน่าจะเห็นแก้มก้น ก่อนเห็นจิ๋มเป็นแน่แท้ 

ตูดจึงเป็นอวัยวะที่โดดเด่น เป็นแรงดึงดูดทางเพศที่สำคัญ แต่แน่นอนล่ะ จิ๋มต่างหากที่เรียกหาพวกผม ใช่ไหม

.....................

“หมอว่าหนูจะเบ่งคลอดเองได้ไหม” อายุครรภ์ของคนท้องหน้าตาสวยคนนั้นก็ใกล้ครบกำหนด เธอมีอาการหน่วงในจิ๋มตลอดเวลา มันแสดงว่าหัวของทารกมันเคลื่อนลงมาอยู่กึ่งๆในช่องคลอด จึงทำให้เธอรู้สึกหน่วงได้อย่างนั้น มันดี มันคือธรรมชาติที่บอกเราว่า กระดูกเชิงกรานของเธอน่าจะเจ๋งตามสรีระที่ควรจะเป็น

“เธอยืนขึ้นนิดหนึ่งสิ หันหลังมา” ผมบอก เธอก็ทำตามนั้น แล้วผมก็เพ่งมองก้นใหญ่ๆกลมกลึงตรงหน้าอย่างพินิจ

“อึ่ม มันก็ใหญ่พองามนะ” ผมเอามือไปประกบที่สะโพกของเธอเพื่อประมาณขนาด แน่นอนว่า สามีเธอก็คงกำลังนั่งมองอยู่ด้วย ไม่ก็มีนักเรียนแพทย์อยู่ด้วยกันเสมอ ผมไม่แสดงกิริยาอย่างเมื่อครู่กับคนไข้สองต่อสองเป็นแน่แท้

ผมดูโครงร่างของตูดเธอ

“ขึ้นไปนอนบนเตียงนะครับ ตั้งขางอขึ้น เดี๋ยวขอตรวจอีกท่า” แล้วผมก็เดินมาทางด้านล่างส่วนปลายเท้าของเธอคนนั้น จากนั้นก็ใช้กำปั้นของผมเอง ยันเข้าไปที่บริเวณฝีเย็บ อันที่จริงก็เยื้องลงมาทางก้นของเธอสักหน่อย ดันมือที่กำเป็นกำปั้นนั้นเข้าไปลึกอีกนิด 

ผมพบว่า กำปั้นของผมสามารถผ่านเข้าไปอยู่ระหว่างกระดูกที่เป็นสันบริเวณใต้แก้มก้นได้อย่างหลวมๆ 

(ลองเอามือคลำไปที่ใต้แก้มก้น บริเวณที่เป็นจุดรับน้ำหนักเวลาเรานั่งดูนะครับ ไม่ใช่ก้นกบนะครับ มันอยู่ใต้แก้มก้น กระดูกแข็งๆที่คลำได้นั้นคือ ischial tuberosity ระยะห่างระหว่างกระดูกอันนี้แหละที่หัวเด็กจะต้องมุดผ่านออกมาด้วย)

“สบาย ประเมินแบบหยาบๆตอนนี้ก็พอจะบอกได้ว่า อุ้งเชิงกรานเธอกว้าง แต่หากจะตรวจละเอียด ต้องตรวจภายในในวันที่เธอจะคลอดอีกครั้ง” ผมบอกเธอไป

“หนูกลัวคลอดไม่ออกจังเลยหมอ” ไม่แปลกที่คนท้องท้องแรกจะคิดอย่างนี้ แต่ยังไงล่ะ เราก็ต้องผ่านการตั้งท้องครั้งแรกกันก่อนท้องที่ ๒ ด้วยกันทั้งนั้นนี่นา หรือใครจะเถียง

“นี่เธอ ถ้าคลอดไม่ออก มนุษยชาติสูญพันธุ์ไปนานแล้ว ว่าไหม”

นี่ก็จริง 

การคัดเลือกของธรรมชาติ ทำให้การตั้งท้องปกตินั้นเกิดการแท้งราวๆ ๑๐-๑๕% 

นั่นคือการคัดออก คัดเอาคนมีงวงออก คัดเอาคนมีตาเดียวออก การคัดเลือกแบบนี้ทำให้เรามีวิวัฒนาการมาได้ไง

แล้วคนท้องที่เกิดมามีกระดูกไม่ดี เชิงกรานแคบ มันก็จะคลอดไม่ออก แล้วก็ตายไง (สมัยก่อนก็ตายไง สมัยนี้ก็ผ่าไง เชอะ) การทำให้ตายคลอดก็เป็นการคัดเลือกโดยธรรมชาติเช่นเดียวกัน

ผมเคยนึกเล่นๆ ว่าผ่านไปอีกสักหลายร้อยปีข้างหน้า พวกเราจะมีแต่มนุษย์ผู้หญิงตูดเล็กเดินเต็มถนน เพราะเผ่าพันธุ์ของพวกหล่อนล้วนเป็นแม่ที่คลอดเองไม่ได้ แม่ ยาย ทวด เทียด ของพวกเธอล้วนรอดตายมาได้จากการผ่าท้องคลอดทั้งนั้น พวกเธอไม่ได้ตายจากการคลอดไม่ออกจนตายอย่างในอดีตมาก่อน

คิดได้ไงวะ

“เธอดูคนอินเดียดิ ส่วนมากก็ตูดใหญ่กันทั้งนั้น พวกเค้าน่ะ คลอดปรื๊ด คลอดปรื๊ด” ผมแหย่เธอ

อันที่จริงเรื่องที่เล่ามานั้น เป็นมุมมองของผมล้วนๆนะครับ อย่าเชื่อเอาเป็นตุเป็นตะ

คราวนี้ นักมานุษยวิทยาจึงบอกเราว่า “ตูดใหญ่” หรือ “บั้นท้ายดินระเบิด” (เออ..ผมไม่ได้ยินคำนี้มานานมาก) คือสัญลักษณ์ของการเจริญพันธุ์ การคลอดง่าย การสืบพันธุ์เกิดขึ้นโดยง่าย

บรรพบุรุษเรานับหมื่นแสนปีที่เดิน ๔ ขา จึงคงเลือกคู่ครองที่ตูดใหญ่ นั่นคงรับประกันว่า เค้าจะได้สืบพันธุ์ผ่านพ้นไปได้โดยไม่ล้มหายตายจากไประหว่างทางกันเสียก่อน

“ตูด” จึงยั่วยวน

แต่ตอนนี้เราเดินด้วย ๒ ขาไง แล้วตูดจะยั่วยวนอีกได้อย่างไร

นั่นสิ มันจะมามีอำนาจยั่วยวนต่อรองทางเพศได้อย่างไรกันเล่า อีกทั้งตอนนี้ก็มีแต่คนตูดเล็กเต็มบ้านเต็มเมือง (อันนี้แดกดัน)

มนุษย์สตรีมีจิ๋ม จึงต้องทำให้เนินนมของพวกเธอมีร่องให้คล้ายตูดเอามาปะไว้ที่หน้าอก

“เนินนม” อันแสนเร้าใจ ยิ่งมีร่องชัดเท่าใด มันยิ่งมีเสน่หา

ยกทรง หรือเครื่องประคองดันถันนม จึงมีความสำคัญต่อชีวิตอย่างมากมาย

.......................

“ทำไมลูกคิดว่ายี่ห้อนี้ดีกว่าอันนั้น” ผมถามไอ้วัยรุ่น

“ยี่ห้อนั้น มันไม่มีอะไรเลยนะพ่อ แถมยังแพงแสนแพง แพงอย่างเดียว” เธอกำลังวิจารณ์ของที่แม่ใช้ใส่อยู่

“วัยรุ่นเค้าไม่ต้องการอะไรมากหรอก นอกจากดีไซน์ และราคาที่ถูกกว่าสักหน่อย” มันกำลังสอนวิธีมองการตลาดกับพ่อมันอยู่

“แล้วทำไมต้องเป็นอันนี้” ผมสงสัย ว่าไอ้รูปการ์ตูนรูปนั้นมันเข้าขั้นดีไซน์ดีถูกใจวัยรุ่นตรงไหน

“มันคือสติ๊กเกอร์รูปดาราเกาหลี เค้าฮิตกัน” เธอเฉลย

“เออ บริษัทนี่มันฉลาด” 

ใช่ ผมว่ามันฉลาดมากจริงๆ ที่แค่พิมพ์รูปสติกเกอร์ลงไป เด็กมันก็ยอมซื้อแล้ว

“พ่อว่ามันทุเรศมากกว่า ดูซิ ออกจะหื่นไปหน่อยมั้ย มาติดรูปที่นมซ้าย ตรงหัวใจพอดีเลย” เธอเหลือกตามองบน แสยะปากพองาม แสดงอาการเซ็งพ่อให้เห็น

“นี่ถ้าเป็นรูปพ่อ จะใส่มั้ย พ่อจะได้อยู่กลางใจแบบนี้บ้าง”

“แล้วพ่อว่ามันใช่มั้ย” คราวนี้น้องคนขายเธอถึงคราวได้หัวเราะบ้าง

“ลูกรู้มั้ย พ่อชอบกลยุทธอันนี้มากเลยนะ แต่อีกนิดนึง ถ้าพ่อเป็นเจ้าของบริษัทอันนู้น” ผมหมายถึงอันที่เธอว่าโบราณและแพง

“พ่อจะพิมพ์รูปดาราเกาหลีไว้ที่ด้านในแทน เอานมซ้ายนี่แหละ คราวนี้จะได้ใกล้ชิดเข้าไปอีก บางตัวเจ๋งหน่อย ทำรูปดาราอ้าปากไว้ให้พร้อมเลย”

“พ่อออออออ” เสียงเธอคงรำคาญถึงขีดสุด แต่มันก็หัวเราะ 

“พ่อไปจ่ายเงินได้แล้ว” 

และนั่นก็คือหน้าที่ที่แท้จริงของการมาสำรวจตลาดในคราวนี้

ธนพันธ์ ชูบุญชอบวิเคราะห์ตูดและเนินนม

๑๓ มค ๖๒

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ผมเอง



ความเห็น (0)

คำสำคัญ (Tags)

#นม#เต้านม

หมายเลขบันทึก

660522

เขียน

18 Mar 2019 @ 09:30
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
ดอกไม้: 1, อ่าน: คลิก