บ่ายวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ ผมนั่งฟังการประชุม คณะกรรมการนโยบายหน่วยพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย ที่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ด้วยความตื่นตาตื่นใจ ว่ากระบวนการประชุมนั้นค่อยๆ เผยคุณค่าในส่วนที่เรายังมองไม่เห็นในช่วงสิบห้าปีที่ผ่านมาได้อย่างไร
คุณค่าที่เผยออกมา เท่าที่ผมจับได้มี ๓ ส่วนคือ
- แก้ปัญหาหน้างาน ที่เจ้าหน้าที่ระดับหน้างานพอทำได้
- ตั้งโจทย์ที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น ท้าทายยิ่งขึ้น แต่เกินกำลังของเจ้าหน้าที่ระดับหน้างานรายบุคคล ผู้บริหารระดับต้น ระดับหัวหน้างาน อาจทำหน้าที่นี้ได้ โดยที่หากไม่มีผลงานวิจัย R2R เล็กๆ มาสะกิด ก็จะคิดโจทย์นี้ไม่ออก
- ขยายผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ในวงกว้าง หรือทั่วทั้งองค์กร ตามในบันทึกเมื่อวันที่ ๕ มีนาคม หรือคิดโจทย์วิจัย R2R ที่ต้องทำร่วมกันหลายหน่วยงาน ทำหลายมิติ ที่เรียกว่า Meta R2R ที่มีตัวอย่างคือ การแก้ปัญหาตกเลือดในการคลอดของจังหวัดปทุมธานีที่ดำเนินการสำเร็จเมื่อ ๒ - ๓ ปีมาแล้ว เรื่องนี้อาจต้องมีผู้บริหารระดับกลางถึงสูงเห็นคุณค่าและเข้ามาหนุน (๑)
บันทึกนี้ต้องการจารึกสองส่วน ส่วนแรกระบุไปแล้ว คือคุณค่าของ R2R ที่ผุดบังเกิด ส่วนที่สองคือคุณค่านั้นโผล่หรือผุดบังเกิดในที่ประชุมได้อย่างไร ผมตีความจากการนั่งเป็นผู้สังเกตการณ์การประชุมว่า เกิดจากบรรยากาศการประชุมค่อนไปทาง dialogue มีรองคณบดีหลายท่านกล่าวเชื่อมโยงคุณค่าที่เห็นชัดของผลงาน R2R และการจัดการของหน่วย R2R (ที่ได้รับความยอมรับนับถือมาก) เป็น dialogue ในลักษณะ “ค้นหาคุณค่าเพิ่ม” แล้วมีรองคณบดีท่านอื่น หรือผู้เข้าร่วมประชุมท่านอื่น จับประเด็นคุณค่าที่น่าจะนำมาใช้ประโยชน์เพิ่มขึ้นได้ ผมเรียกการประชุมแบบนี้ว่า การประชุมแบบ value searching
วิจารณ์ พานิช
๗ ก.พ. ๖๒