การประเมินตามสภาพจริงไม่ได้หมายถึงการใช้แต่ข้อสอบเท่านั้น แต่การสัมภาษณ์ หรือการคุยอย่างไม่เป็นทางการถือเป็นทางเลือกที่ดีแบบหนึ่ง

คำว่าการประเมินตามสภาพจริง (assessment) มีการใช้อย่างหลากหลาย และก่อให้เกิดความกังวลกับทั้งครูและนักเรียน อย่างไรก็ตาม พวกเราส่วนใหญ่รู้ว่าการประเมินตามสภาพจริงนั้นไม่ได้เป็นแบบที่หลายคนนึกถึงแน่ มันน่าจะหมายถึง ความเข้าใจว่าเราอยู่ที่ใดในระบอบการเรียนรู้ของเรา เพื่อที่ว่าเราจะได้วางแผนกันต่อไปถึงแนวทางการเรียนรู้ มันต้องเป็นประสบการณ์เรียนรู้ที่ทรงความหมาย และเป็นธรรมชาติ

วิธีการหนึ่งในการออกแบบการประเมินตามสภาพจริงใหม่คือการทักษะทางบทสนทนา เพื่อการตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียน จริงๆแล้ว บทสนทนาบ่อยครั้งที่จะเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในการประเมิน บางครั้งการให้แต่ข้อทดสอบอาจข่มขู่นักเรียน แต่การพูดคุยอาจเป็นวิธีการทรงประสิทธิภาพที่สุดในการประเมินการเรียนรู้ โครงงาน หรือ ภาระงาน อาจการใช้เวลามากในการวัดจุดมุ่งหมายการเรียนรู้ หรือผลลัพธ์ที่เกิดจากการปฏิบัติมากกว่าบทสนทนาที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อการประเมิน บทสนทนายังอาจเป็นทางเลือกที่เสนอแก่นักเรียน โดยปล่อยให้พวกเด็กๆตัดสินใจว่าจะแสดงการเรียนรู้ของเขาอย่างไร

1. การเตรียมบทสนทนา: ในการออกแบบเพื่อนำบทสนทนามาประเมินการเรียนรู้ของผู้เรียน เธอจะต้องสร้างรายการของคำถามที่มีเนื้อหาเฉพาะเพื่อถามนักเรียนเพื่อทำให้มั่นใจได้ว่าเธอกำลังได้หลักฐานเพื่อการเรียนรู้ของพวกนักเรียน

คำถามทั่วไป และตัวที่บอก (prompts) เช่น เธอกำลังเรียนรู้เรื่องอะไร (What are you learning about?) และบอกฉันเกี่ยวกับการเรียนรู้ (Tell me about that) เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ในการให้นักเรียนมีการพูด แต่เธอต้องหาคำถามเฉพาะ และตัวบอก (prompt) ให้ได้ เธออาจเริ่มต้นที่การทบทวนจุดมุ่งหมายการเรียนรู้ (learning target)ในหน่วยนั้น และสร้างคำถามที่เกี่ยวกับจุดมุ่งหมายการเรียนรู้ และรวมถึงจุดมุ่งหมายอื่นๆที่เธอให้กับนักเรียนของเธอ

เธอสามารถใช้คำถามที่เป็นลำดับขั้น (sequence the question) เพื่อที่จะสืบค้นการเรียนรู้ที่ลึกซึ้งขึ้น และหาหลักฐาน---เธอไม่จำเป็นต้องใช้คำถามเป็นข้อๆในคำถามที่เตรียมไว้ เธอสามารถใช้คำถามที่ง่ายๆ และครอบคลุมทักษาการคิด เช่น เธอสังเกตเห็นอะไรใน....? (What did you notice in…..?) หรือแบ่งปันตัวละครที่ทำเมื่อ......(Share the character did when….) ต่อจากนั้นจึงเริ่มคำถามที่ต้องใช้ระดับการคิดขั้นสูง เช่น เธอคิดอะไรเกี่ยวกับ.... (What do you think….?) หรือ เธอจะทำนายเรื่องนี้ได้ไหมหาก.... (What would you predict would happen if….) สิ่งนี้ทำให้นักเรียนแบ่งปันประสบการณ์ที่แตกต่างกันในการเรียนรู้ ซึ่งจะสามารถทำให้เธอประเมินได้อย่างถูกต้องมมากยิ่งขึ้น สิ่งที่สำคัญก็คือการู้ว่าเธอต้องการประเมินเรื่องอะไร และมีจุดมุ่งหมายอยู่ในใจเพื่อการตั้งคำถาม และตะล่อมให้นักเรียนเกิดการคิด จงใช้คำถามในฐานะที่เป็นสื่อมากกว่าเป็นต้นฉบับ (script)

มันสำคัญที่จะมีการถอดความ (paraphrase) กับนักเรียน เมื่อพวกเขากำลังแสดงถึงการเรียนรู้ ในฐานะที่เป็นบางสิ่งที่เธอกำลังฟัง และนักเรียนทำหลักฐานการเรียนรู้ให้แจ่มแจ้ง หากเธอไม่เข้าใจว่าพวกเขากำลังพูดเรื่องอะไรอยู่ หรือพวกเขาอาจอธิบายบางสิ่งที่ง่ายเกินไปโดยไม่ดูข้อเท็จจริง (oversimplification) หรืออธิบายผิดก็ตาม

2. จงเลือกระหว่างการประเมินแบบตรงหรือแบบอ้อม: มีหลายวิธีในการใช้บทสนทนาเพื่อการตรวจสอบความเข้าใจ บางครั้งเราสังเกตและทำการประเมินในการพูดคุยทั่วไป หรือการประเมินแบบอ้อม (unobtrusive) และยังไม่แทรกแซงกระบวนการเรียนรู้ เมื่อเราประเมินแบบอ้อม นักเรียนจะไม่รู้ว่าเรากำลังประเมินพวกเขาอยู่ สิ่งนี้เราเรียกว่าประสบการณ์เสี่ยงหรือเดิมพันน้อย (low-stakes experience)

เราสามารถประเมินแบบตรงเลยได้ (obtrusive) สมมติในฉากนี้ เราจะแทรกแซงกระบวนการเรียนรู้เพื่อตรวจสอบความเข้าใจแบบการนั่งสอบ ดังนั้นการประเมินจะเป็นการใช้บทสนทนา เราเรียกกระบวนการนี้ว่าประสบการณ์โดยเทียบเคียงเดิมพันน้อย (relatively low)

3. เก็บเอกสารถึงความก้าวหน้าของผู้เรียน: บางครั้งการทำงานกับกระดาษ และดินสอเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการศึกษาการเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นเอกสาร บางคนอาจคิดว่านี่เป็นโรงเรียนอันเก่าแก่ และการโน้ตในคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กเป็นสิ่งที่ดีกว่า ฉันชอบที่จะมีแผ่นกระดาษง่ายๆในการตรวจสอบไปกับฉัน เมื่อมีการสนทนากับเด็กๆด้วย เมื่อฉันมีคอมพิวเตอร์ ฉันอาจเน้นไปที่ข้อมูลที่เข้ามามากกว่าฟังเสียงของเด็กๆ

เครื่องมือในการบันทึกเป็นเอกสารทำให้ฉันรวบรวมข้อมูลอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่กวนสมาธิ หรือกันจากบทสนทนาที่ทรงความหมาย ในฐานะที่เป็นครู ควรจะมีมันระหว่างสนทนากับเด็กๆ หรือบันทึกไว้หลังจากนั้นในทันที

เธออาจมีแผ่นกระดาษสำหรับเด็กแต่ละคน ซึ่งจะมีจุดมุ่งหมายในการเรียน, บทสนทนาหรือการประเมินที่เธอทำกับนักเรียน และคะแนนในแต่ละการประเมิน หรือเธออาจมีแผ่นกระดาษซึ่งมีชื่อนักเรียนทุกคน และมีการให้คะแนนเมื่อมีการสนทนา (แผ่นกระดาษควรเป็นอิสระ)

เธอจะสังเกตว่าเอกสารเหล่านี้ควรจะเร็ว และไม่จำเป็นต้องใช้เวลาในการเขียนมากมายนัก หากเธอรู้จุดมุ่งหมายในการเรียนตั้งแต่เริ่มแรก ต่อมาเพียงแค่ติกเท่านั้น ไม่ต้องบรรยายอะไรมากมายเลย

แทนที่จะคิดว่าการประเมินต้องเป็นเรื่องใหญ่ แต่เราสามารถใช้บทสนทนาในการประเมินนักเรียนด้วยวิธีการที่เดิมพันน้อย และเครียดน้อย เราสามารถเลือกบทสนทนาที่จะเป็นทางการหรือไม่ก็ได้ แต่เราควรเตรียมคำถามเพื่อวัดระดับความเข้าใจของเด็กไว้ก่อน

แน่นอนว่านี่ไม่ใช่แนวคิดใหม่ มันเป็นสิ่งที่ยืนยันว่าครูได้ทำอยู่เป็นประจำแล้ว การสนทนากับนักเรียนทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น และนำสามารถนำไปสู่การเรียนที่ดีขึ้นอีกส่วนหนึ่งด้วย

แปลและเรียบเรียงจาก

Andrew Miller. 3 Tips for Using Conversation for Assessment

https://www.edutopia.org/article/3-tips-using-conversations-assessment