อนุทินล่าสุด


ต้นโมกข์
เขียนเมื่อ

ให้ความใส่ใจกับสิ่งที่คนอื่นๆคิด

คุณจะเป็นนักโทษพวกเขาไปตลอดกาล!

เหลาจื้อ



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ต้นโมกข์
เขียนเมื่อ

ละครที่เล่นอย่างลึกซึ้ง: การพรรณนาแบบเข้มข้นโดน Geertz และพิธีกรรมทางวัดของชาวบาหลี

บทคัดย่อ

Geertz มีชื่อเสียงมากในวิธีการวิเคราะห์ของเขา แต่ในศตวรรษที่ 21 ผลงานของเขาต่างถูกละทิ้งเสียเป็นส่วนใหญ่ นักปฏิสัมพันธ์ทางสัญลักษณ์ (symbolic interactionists) หลายคน โดยมากจะกล่าวอ้างถึง การพรรณนาแบบเข้มข้น (thick description) ของเขา พวกเขาเองมักจะไม่รู้จักงานที่ทำให้อินโดนีเซียหรอก แต่พวกเขาอาจรู้จักบทความที่มีชื่อเสียงของเขาที่เกี่ยวกับไก่ชนชาวบาลี (Balinese cockfight) ที่ขึ้นต้นว่า Deep play บทความนั้นคือตัวอย่างของ “การวิจัยภาคสนามในเชิงชาติพันธุ์” (model of ethnographic fieldwork) แต่เราจะต้องศึกษาสิ่งที่เขาเรียกว่า การพรรณนาแบบเข้มข้นอย่างระมัดระวัง หลังจากผ่านไป 2-3 ดหน้าแรก จะมีการพรรณนาแบบเป็นรูปธรรมน้อยลงทุกที แต่ส่วนใหญ่ในบทความนั้นจะมีแต่การพรรณนาและการวิเคราะห์ เราทำจะไม่เคยได้เห็นการพรรณนาไก่ชนชาวบาลีอย่างเป็นรูปธรรมเลย จริงๆแล้ว เราจะได้ยินการวิเคราะห์แบบประโยชน์นิยมของเจเรมี เบนทัมมากกว่า (Jeremy Bentham’s Utilitarianism) จะมีหลายสิ่งที่ขาดหายไปจากงานของเขา แต่ส่วนใหญ่จะปรากฏอยู่ในงานชิ้นอื่นๆของเขามากกว่า นักเรียนที่อ่านแต่ Deep play จะได้รับแรงดลใจแบบผิวเผินของวิธีการพรรณนาแบบเข้มข้น และอาจไม่ได้รับวัฒนธรรมของบาหลีโดยทั่วไป บทความนี้จะประคับประคองงานของ Geertz ด้วยการอภิปรายพิธีกรรมทางศาสนามากกว่าไปสนใจที่ตัวไก่ชน ฉันจะเขียนถึงสังคมชาวบาหลี และจะไม่เน้นในเรื่อง Deep play ของ Geertz นัก งานของฉันคือพิธีกรรมของชาวบาหลีที่เป็นพระ (Temple anniversary festival) เราเรียกมันว่า Adalan

แปลและเรียบเรียงจาก

J.I. (Hans) Baker. Deep play: Geertz’s “Thick Description” and a Balinese Temple Ritual (the Odalan)



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ต้นโมกข์
เขียนเมื่อ

จงอย่าสร้างสถูปหรือศาลเจ้าให้กับฉัน กรุณาอย่างนำอัฐิฉันใส่ในโกศ อย่ากักขังฉันไว้ข้างใน และจำกัดฉันว่าฉันเป็นอะไร ฉันรู้ว่าสิ่งนี้อาจเป็นสิ่งที่ยากสำหรับพวกเราบางคน แต่ถึงแม้จะสร้างสถูปขึ้นมาแล้วหละก็ กรุณาติดป้ายบนสถูปและเขียนว่า “ฉันไม่ได้อยู่ข้างใน” และเขียนป้ายแผ่นที่สองว่า “ฉันไม่ได้อยู่ภายนอก” และป้ายแผ่นที่สาม ซึ่งเขียนว่า “ฉันอยู่ที่ใดก็ได้ และจะอยู่ในการหายใจที่มีสติ และอยู่ในหนทางสร้างสันติสุขของคุณ”

ติช นัท ฮัน



ความเห็น (1)
อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ต้นโมกข์
เขียนเมื่อ

จงอย่าสร้างสถูปหรือศาลเจ้าให้กับฉัน กรุณาอย่างนำอัฐิฉันใส่ในโกศ อย่ากักขังฉันไว้ข้างใน และจำกัดฉันว่าฉันเป็นอะไร ฉันรู้ว่าสิ่งนี้อาจเป็นสิ่งที่ยากสำหรับพวกเราบางคน แต่ถึงแม้จะสร้างสถูปขึ้นมาแล้วหละก็ กรุณาติดป้ายบนสถูปและเขียนว่า “ฉันไม่ได้อยู่ข้างใน” และเขียนป้ายแผ่นที่สองว่า “ฉันไม่ได้อยู่ภายนอก” และป้ายแผ่นที่สาม ซึ่งเขียนว่า “ฉันอยู่ที่ใดก็ได้ และจะอยู่ในการหายใจที่มีสติ และอยู่ในหนทางสร้างสันติสุขของคุณ”

ติช นัท ฮัน



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ต้นโมกข์
เขียนเมื่อ

การปรับปรุงครั้งที่สามนี้ ได้แก้ไขคำผิดมากมาย ตลอดส่วนที่ขาดตกบกพร่องไป ส่วนใหญ่ได้รับคำชี้แนะจากนักอ่าน มีอยู่หลายช่วงที่เขียนเพิ่มเติมใหม่ เป็นผลจากการดูดซับรับมาจากนักวิจารณ์ ตลอดจนข้อสรุปจากการเสวนา หากยังมีข้อที่บกพร่องเด่นชัดไม่สามารถแก้ไขได้ ด้วยข้อจำกัดในภูมิปัญญาของผู้แต่ง ซึ่งไม่อาจทำอย่างไรได้ แม้ว่านักอ่านทั้งหลายพบเห็นข้อผิดพลาดและส่วนที่ไม่ครบถ้วนจากหนังสือ โปรดเขียนจดหมายถึงข้าพเจ้า ข้าพเจ้าถือว่านักอ่านทุกท่านล้วนเป็นสหาย คำชี้แนะและความเอื้ออาทรของสหายทั้งหลาย ย่อมได้รับการตอบรับด้วยความยินดีตลอดไป

กิมย้ง

เมษายน ค.ศ. 2002

ฮ่องกง

หมายเหตุ

กิมย้งเขียน อี้เทียงตู้เล้งกี่ ในปี 1965 (พ.ศ. 2508) ปรับปรุงอีกครั้งในปี 1977 (พ.ศ. 2520) ซึ่งเป็นฉบับเดียวกับที่ผมอ่าน แปลโดยจำลอง พิศนาคะ และน.นพรัตน์ ต่อมาปรับปรุงอีกเป็นครั้งที่สามจำหน่ายในปี 2005 (พ.ศ. 2548)



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ต้นโมกข์
เขียนเมื่อ

จงอย่าคร่ำเคร่ง

กับตัวคุณเองให้มากนัก

ปีนี้

ไม่ใช่ปีของการศึกษาตามปกติหรอก!



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ต้นโมกข์
เขียนเมื่อ

….ท่านหลีบอกว่า การเขียนนวนิยายเหมือนกับการเล่นเปียโน ไม่มีทางลัดใดทั้งสิ้น หากแต่เดินขึ้นไปทีละขั้น ต้องผ่านการฝึกฝนอย่างหนักวันแล้ววันเล่า ถ้าอ่านหนังสือไม่มากพอจะทำไม่ได้

ข้าพเจ้าเห็นด้วยกับทรรศนะข้อนี้ ทุกวันข้าพเจ้าจะอ่านหนังสืออย่างน้อยสี่ห้าชั่วโมง โดยไม่ว่างเว้นมาก่อน หลังจากที่เกษียณตัวเองจากสำนักงานหนังสือพิมพ์ ก็พากเพียรศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยทั้งในและนอกประเทศ หลายปีมานี้ถึงแม้ว่าความรู้วิชาการและความเข้าใจมีความก้าวหน้า หากทว่าปัญญายังไม่เพิ่มพูน และเพราะเหตุนี้นวนิยายเหล่านี้แม้ว่าแก้ไขปรับปรุงถึงครั้งที่สาม เชื่อว่าผู้อ่านจำนวนมากอ่านแล้วยังถอนหายใจออกมา

กิมย้ง



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ต้นโมกข์
เขียนเมื่อ

ใจที่มีความสุขเท่านั้น

ที่ทำได้แบบนี้!



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ต้นโมกข์
เขียนเมื่อ

ซึ่งความจริงแต่ละชนชาติ แต่ละศาสนา ทุกสาขาอาชีพมีทั้งคนดีและคนเลว มีฮ่องเต้ที่ไม่อยู่ในศีลในธรรม และมีฮ่องเต้อันประเสริฐ มีขุนนางกังฉิน และมีขุนนางตงฉินที่รักและห่วงใยราษฎร ชาวฮั่น ชาวแมนจู ชาวคีตัน ชาวมองโกล ชาวทิเบตในหนังสือ มีทั้งคนดีและคนเลว ในเหล่าหลวงจีน นักพรต ลามะ นักศึกษา และนักบู๊ มีบุคลิกและลักษณะนิสัยต่างๆ นักอ่านบางคนชอบแบ่งผู้คนจากหนึ่งเป็นสอง แบ่งแยกความดีเลวอย่างชัดแจ้ง ขณะเดียวกันก็นำเอาส่วนบุคคล ทำการอนุมานภาพรวมทั้งหมด นั่นหาใช่เจตนาดั้งเดิมของผู้แต่งไม่

ข้าพเจ้าเขียนนวนิยายกำลังภายใน จุดประสงค์เพื่อสลักเสลาลักษณะนิสัย บรรยายถึงความดีหม่นหมอง ความหรรษาโศกศัลย์ในผู้คน นวนิยายไม่ต้องการสื่อถึงอะไร ถ้าหากมีการประณาม ต้องเป็นด้านมืดที่ต่ำช้าในนิสัยใจคอผู้คน

กิมย้ง



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ต้นโมกข์
เขียนเมื่อ

อย่าไปยึดติดกับสิ่งใด

ทุกๆสิ่งจะทำให้คุณมีความสุข!



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ต้นโมกข์
เขียนเมื่อ

ตอนแรกที่ข้าพเจ้าเขียนนวนิยาย มีความยึดมั่นต่อรางวงศ์ของชาวฮั่นอย่างแรงกล้า จวบกระทั่งตอนท้าย ค่อยยึดถือว่าแต่ละชนเผ่าของชนชาติจีนเสมอภาคกัน เป็นเพราะมุมมองทางประวัติศาสตร์ของข้าพเจ้ามีความก้าวหน้าขึ้น

ซึ่งปรากฏให้เห็นเด่นชัดในผลงานเรื่องเทียนเล้งโป๊ยโป้ว แป๊ะแบ๊เซ่าไซฮวง และเรื่องเต็กเตี่ยกี่ บิดาของอุ้ยเซี่ยวป้ออาจเป็นชาวฮั่น ชาวแมนจู ชาวมองโกล ชนเผ่าอิสลามหรือชาวทิเบตก็ได้ แม้แต่ในนวนิยายเรื่องแรกคือจือเกี่ยมอึงชิ้วลก ตัวเอกตั้งแกลก ในภายหลังก็ทำความเข้าใจและมีความรู้สึกที่ดีต่อศาสนาอิสลามมากกว่าเดิม

กิมย้ง



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ต้นโมกข์
เขียนเมื่อ

ในที่สุด

ฉันก็ได้ข้อสรุปว่า

ผู้คนเป็นนักโทษของมือถือ

นั่นเป็นสิ่งที่พวกเขาต่างขนามนามมันว่า

“เซล โฟน”



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ต้นโมกข์
เขียนเมื่อ

หากเราขว้างไข่

ชีวิตที่อยู่ภายในต้องจบสิ้น

หากไข่ถูกทะลุจากภายใน

ชีวิตก็จะก่อเกิด

สิ่งยิ่งใหญ่ต้องระเบิดจากข้างในเสมอ!

สุขสันต์วันปีใหม่ครับ



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ต้นโมกข์
เขียนเมื่อ

การประเมินการพูด ตอนจบ

เกณฑ์เหล่านี้คือการออกเสียง, คำศัพท์, ความถูกต้อง, การสื่อสาร, การโต้ตอบ, และความคล่องแคล่ว ใช้เป็นมาตรฐานในการวัดทักษะการพูด

นักเรียนสามารถเยี่ยมยอดในบางสิ่ง และอาจแย่ในบางสิ่ง จงให้เด็กๆ คุ้นเคยกับลักษณะของการพูดที่มีประสิทธิภาพ ให้นักเรียนของคุณรู้ว่าเธอจะฟังและตัดสินใจเกณฑ์เหล่านี้ และพยายามปรับปรุงการพูดของพวกเขา นอกจากนี้ยังต้องฟังสิ่งที่นักเรียนคุยกับคุณ และเมื่อพวกเขาคุยกันเอง ในอนาคตพวกเขายังอาจพูดกับคนที่ไม่ใช่เจ้าของภาษา สุดท้ายแล้ว จงจำไว้ว่าทักษะการพูดมิใช่วัดกันตอนปลายภาคเรียน แต่จงฟังการพูดของนักเรียนตลอดปี จงจดไว้ว่าพวกเขาพัฒนาแค่ไหนในการพูด กระตุ้นให้พวกเขาเป็นทั้งคนฟังและคนพูด และในท้ายที่สุด เธอย่อมได้รับผลเลิศจากการสอนด้วย

แปลและเรียบเรียงจาก

Susan Verner. How to Evaluate Speaking

https://busyteacher.org/4836-how-to-evaluate-speaking.html



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ต้นโมกข์
เขียนเมื่อ

เมื่อสิ่งหนึ่งสลายไป

อีกสิ่งหนึ่งที่ดีขึ้นย่อมเข้ามา!



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ต้นโมกข์
เขียนเมื่อ

การประเมินการพูด ตอนที่ 5

  1. ท่วงทำนอง

การพูดถึงสิ่งที่มีอยู่ในใจเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การพูดเพื่อการติดต่อสื่อสารเป็นอีกเรื่องหนึ่ง จงถามคำถามกับนักเรียน สังเกตวิธีการที่พวกเขาคุยซึ่งกันและกัน พวกเขาสามารถเข้าใจกันเองและตอบคำถามกันได้หรือไม่? พวกเขาสามารถตอบคำถาม เมื่อเธอถามได้หรือไม่? พวกเขาสามารถให้การโต้ตอบที่ถูกต้องตามบทสนทนาได้หรือไม่? ทั้งหมดนี้เป็นองค์ประกอบของการโต้ตอบ และจำเป็นสำหรับการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและชัดเจน นักเรียนที่มีทักษะการโต้ตอบที่มีประสิทธิภาพจะสามารถตอบคำถาม และเข้าใจบทสนทนารอบๆตัวเขา ทักษะการออกเสียงจะไม่เกิดขึ้นกับคนที่ไม่เข้าใจสิ่งที่คนอื่นๆพูดถึง และตอบอย่างไม่เหมาะสม จงกระตุ้นให้พวกเขาฟัง ตอนที่คนอื่นๆกำลังพูด และมีการโต้ตอบที่เหมาะสมกับคนอื่นๆในบทสนทนา

  1. ความคล่องแคล่ว

ความคล่องแคล่วเป็นสิ่งที่ง่ายที่สุดในการประเมินทักษะการพูดของผู้เรียน เด็กๆพูดอย่างสะดวกสบายขนาดไหน? พวกเขานึกคำขึ้นมาได้ง่ายขนาดไหน? มีการหยุดหรือเว้นตอนพูดบ้างหรือไม่? หากมี ก็แสดงว่านักเรียนของเธอมีปัญหาเรื่องความคล่องแคล่ว ความคล่องแคล่วแตกต่างทักษะการพูดอันอื่นๆ เธออาจมีทักษะไวยากรณ์ที่ดี แต่มีปัญหาเรื่องความคล่องแคล่ว เธอต้องการให้นักเรียนมีความคล่องแคล่วเมื่อพูดกับคุณ หรือคนที่ใช้ภาษาอังกฤษอื่นๆ ความคล่องแคล่วเป็นการประเมินความง่ายในการสื่อสาร และเป็นเกณฑ์เมื่อวัดทักษะการพูด

แปลและเรียบเรียงจาก

Susan Verner. How to Evaluate Speaking



ความเห็น (2)
อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ต้นโมกข์
เขียนเมื่อ

ช่วยเหลือผู้คน

แม้กระทั่ง

คุณรู้อยู่เต็มอกว่า

พวกเขาจะไม่ช่วยคุณกลับเลย!



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ต้นโมกข์
เขียนเมื่อ

การประเมินการพูด ตอนที่ 4

  1. ความถูกต้อง

สิ่งที่สำคัญที่สุดและคงอยู่ตลอดไปในการสอนวิชาภาษาอังกฤษคือไวยากรณ์ การเขียนอย่างถูกต้องในแบบทดสอบก็ไม่ใช่เรื่องเดียวกับความถูกต้องในการพูด เมื่อนักเรียนของเธอพูด จงฟังเพื่อดูว่าถูกต้องตามไวยากรณ์ และดูเครื่องมือที่เธอได้สอนพวกเด็กๆ พวกเขาสามารถใช้กาลเวลา (tense) ที่หลากหลายได้ถูกต้องหรือไม่? พวกเขามีการตกลงหรือไม่? (agreement) มีการเรียงลำดับคำที่ถูกต้องในประโยคหรือไม่? ทั้งหมดนี้ และประเด็นไวยากรณ์ที่มากกว่านี้ และผู้พูดที่มีประสิทธิภาพจะใช้ประเด็นไวยากรณ์เหล่านี้อย่างประสบผลสำเร็จ

  1. การสื่อสาร

นักเรียนอาจประสบปัญหาเรื่องการออกเสียงและไวยากรณ์ แต่หากเธอใช้ภาษาได้อย่างสร้างสรรค์แล้วล่ะก็ สิ่งนี้ก็ไม่ใช่ปัญหา การประเมินการสื่อสารหมายความถึงการดูว่าเด็กๆใช้ภาษาได้สร้างสรรค์ขนาดไหน การใช้ภาษาได้สร้างสรรค์หมายถึงพูดได้ตรงประเด็นขนาดไหน นักเรียนที่มีระดับคำศัพท์และไวยากรณ์ในระดับต่ำ แต่สามารถทำให้เธอเข้าใจเขาได้ เทียบกับนักเรียนที่มีการใช้ภาษาในระดับสูง แต่ยังใช้บทสนทนาที่เตรียมมาอาจไม่แสดงความคิดของเขาได้แจ่มชัด และมีปัญหาในการสื่อสาร จงอย่าให้ความไม่คล่องทางภาษามาเป็นอุปสรรคในการให้พวกเขาแสดงออกซึ่งตัวตน ยิ่งพวกเขาสามารถใช้ภาษาได้อย่างสร้างสรรค์ พวกเขาก็ยิ่งมีวิธีการที่มีลักษณะเฉพาะตนในการแสดงออกซึ่งตัวตนมากขึ้น และทักษะการสื่อสารจะดีขึ้นเท่านั้น

แปลและเรียบเรียงจาก

Susan Verner. How to Evaluate Speaking



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ต้นโมกข์
เขียนเมื่อ

บอกฉันสิ

อะไรจะสำคัญไปกว่า

การอยู่พร้อมกับเด็กๆ

และฟัง “เสียง” ของพวกเขาน่ะ

ฉันกำลังรอ!



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ต้นโมกข์
เขียนเมื่อ

การประเมินการพูด ตอนที่ 3

  1. การออกเสียง

การออกเสียงเป็นคุณภาพพื้นฐานในภาษาอังกฤษ ถึงแม้ว่าผู้เรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ 2 จะออกเสียงได้ไม่เหมือนเจ้าของภาษา แต่การออกเสียงที่ไม่ดีย่อมทำให้สื่อสารได้ไม่ชัด และทำให้ไม่สามารถจะสื่อสิ่งที่ออกมาได้ เมื่อต้องประเมินการออกเสียง จงฟังคำศัพท์ที่ชัดเจนไม่ใช่ออกเสียงผิด (articulated words), การออกเสียงของคำที่สะกดแปลกๆอย่างเหมาะสม (unusual spelling), การกลายเสียง (assimilation), และการย่อในที่สมควรจะย่อ นอกจากนี้จงฟังท่วงทำนอง (intonation) นักเรียนออกเสียงถูกตามประโยคทั้ง 4 ประโยคหรือไม่? พวกเด็ก ๆ ได้รู้ถึงความแตกต่างระหว่างคำถามกับประโยคบอกเล่าหรือไม่? จงฟังการออกเสียงเหล่านี้ และตัดสินใจว่าพวกเด็ก ๆ อยู่ในระดับใด

  1. คำศัพท์

หลังจากที่ฟังการออกเสียงแล้ว ให้ดูที่คำศัพท์ การเข้าใจคำศัพท์ และการผลิตคำศัพท์เป็นสองสิ่งที่คนใช้ภาษาที่ 1 และคนใช้ภาษาเพื่อการอื่นๆจำเป็นต้องรู้และผลิต ในฐานะครู ควรกระตุ้นทั้งการเข้าใจคำศัพท์และการผลิต ด้วยเหตุผลนี้ เมื่อประเมินเด็กๆ ควรฟังระดับคำศัพท์ที่เด็กๆได้ผลิตและเข้าใจด้วย พวกเด็กๆได้ใช้คำศัพท์ที่เคยสอนไปแล้วหรือไม่? พวกเขาใช้คำศัพท์ที่เหมาะกับบริบทหรือไม่? จงฟังระดับคำศัพท์ที่เด็กๆได้ใช้แบบไม่เตรียมตัวมาก่อน และตัดสินว่าพวกเขาใช้คำศัพท์นั้นได้ดีขนาดไหน?

แปลและเรียบเรียงจาก

Susan Verner. How to Evaluate Speaking



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ต้นโมกข์
เขียนเมื่อ

เสียงของเด็กดำรงอยู่ที่ตรบนั้น

เด็กไม่ใช่พูดตามเรา

แต่เป็นเสียงที่เราต้องให้เกียรติ

การที่เราจะให้ความนับถือ

มีแต่ต้อง “ฟัง” เท่านั้น!



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ต้นโมกข์
เขียนเมื่อ

การประเมินการพูด ตอนที่ 2

วิธีการประเมินทักษะการพูด

  1. จงสร้างรูบริก (rubric)

ครูส่วนใหญ่คงคุ้นเคยกับการให้ผลการเรียนโดยการสร้างรูบริก รูบริกคือตารางที่มีเกณฑ์ย่อยๆ และระดับการให้ผลการเรียน หากเธอไม่เคยใช้รูบริกมาก่อน จริงๆแล้วก็เป็ฯสิ่งที่ง่ายๆ เพียงแค่เลือกเกณฑ์ที่เธอจะใช้วัดนักเรียน และสร้างเกณฑ์ที่อยู่ทางซ้ายมือไปตามลำดับ ต่อมาก็สร้างคอลัมน์ที่อยู่ในทางขวาง เธอควรให้มีแค่ระดับ 4 เพราะเป็นสิ่งที่ง่ายสำหรับคุณหากเป็นคนมือใหม่ คอลัมน์จะแสดงถึงความสามารถของนักเรียน (potential skill) สำหรับเกณฑ์ จงคิดถึงระดับที่นักเรียนสามารถทำได้ตั้งแต่ 1-4 เช่นเริ่มจาก มีทักษะในการพูดสูง, มีทักษะในการพูด, เพียงแค่พอพูดได้, และไม่มีทักษะการพูดเลย ยิ่งคุณสร้างรูบริกได้ละเอียดเท่าใด ก็ยิ่งทำให้การพรรณนาละเอียดขึ้นเท่านั้น ต่อมา เมื่อเธอประเมินนักเรียนแต่ละคน ต้องตัดสินใจว่าระดับที่นักเรียนมีอยู่คืออะไร จงสร้างค่าเฉลี่ยกลางสำหรับเกณฑ์แต่ละอัน และเธอสามารถมีเกรดที่เป็นปรนัยพร้อมกับคำแนะนำให้นักเรียนได้พัฒนา

แปลและเรียบเรียงจาก

Susan Verner. How to Evaluate Speaking



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ต้นโมกข์
เขียนเมื่อ

ใน 50 ปี

โลกเปลี่ยนแปลงไป

โดยเฉพาะกับเด็กๆ

แต่ความต้องการของเด็กๆ

ไม่เคยเปลี่ยน

พวกเขายังคงอยากได้ความปลอดภัย

ใกล้ชิดกับครอบครัว

รักคุณครู

และมีเพื่อนๆร่วมเล่น



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ต้นโมกข์
เขียนเมื่อ

การประเมินการพูด ตอนที่ 1

เธออยู่ในห้องที่มีขนาดเล็ก ที่โรงเรียนในชุมชน หรือมหาวิทยาลัย ตอนนี้มันใกล้จะสิ้นสุดภาคการศึกษาแล้ว และชั้นเรียนการพูดของเธอมีความสนุกตลอดปี พวกเด็กๆ ได้เรียนรู้เรื่องคำศัพท์, ฝึกกิจกรรมตามบทบาท, เรียนรู้เรื่องยุทธวิธีการโต้ตอบกันโดยทั่วไป และฝึกปฏิบัติการพูดเรียบร้อยแล้ว ปัญหาที่ใหญ่ก็คือจะประเมินผลความก้าวหน้าของเด็กๆ ได้อย่างไร? เธออาจพูดหรืออาจไม่พูดก็ได้ มันจะดีหรือไม่ดีก็ได้ ข่าวที่ดีก็คือ: เธอสามารถให้เกรดที่เป็นปรนัยได้ในชั้นเรียนเรื่องการพูด จงใช้เกณฑ์ข้างล่าง เมื่อเธอประเมินทักษะการพูดของเด็กๆ และเธอสามารถให้ผลสะท้อนกลับ (feedback) แก่พวกเขา เพื่อการเรียนรู้ดทางภาษา และให้ผลการเรียนที่เหมาะสมและยุติธรรม

แปลและเรียบเรียงจาก

Susan Verner. How to Evaluate Speaking



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี