สาวน้อยกับผมเพิ่งตามเสด็จฯ ไปเที่ยวจันทบุรีเมื่อปลายเดือนตุลาคม ๒๕๖๑ และบันทึกไว้ ที่นี่    ไปคราวนี้บางสถานที่เพิ่งไปคราวนั้น    ผมจึงถือโอกาสสังเกตความแตกต่างในบรรยากาศ    ระหว่าง royal visit กับ common visit  

๑๖ มกราคม ๒๕๖๒ 

         ทั้งสาวน้อยและผมนอนรวดเดียวตื่น ๕.๐๐ น. เพราะนาฬิกาปลุก    ผมชงกาแฟแล้วออกไปนั่งที่ระเบียงฟังเสียงดนตรีธรรมชาติ คือเสียงนกดุเหว่า    อากาศเย็นสบาย ๒๔ องศา    แต่ไม่มีลม และไม่ได้ยินเสียงคลื่น   

วัดมังกรบุปผาราม (๑)

ชื่อจีนว่า เล่งฮั่วยี่ (เล้ง = มังกร, ฮั้ว = ดอกไม้, ยี่ = วัด) สร้างปี ๒๕๒๐ ในพื้นที่ ๘ ไร่   เราไปถึง ๙ โมงเศษ แวะชมและถ่ายรูปเกือบชั่วโมง   คุณหมอปรีดีลางานมาเป็นไกด์อยู่ในรถคันที่ ๑   และพาชมวัด “หางมังกร” (๑) โดยมีรายละเอียดมาก   คืออธิบายเรื่องพุทธศาสนามหายาน   แต่ care giver ไม่มีวาสนาฟัง   เพราะต้องทำหน้าที่   และเนื่องจากเป็นเรื่องความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ผมเป็นอนารยะชนในด้านนี้

สังเกตว่า ที่ทางเข้าด้านในวัดมีคนมานั่งขายสลากกินแบ่งอยู่ ๓ คน   หญิง ๒ ชาย ๑   ถามได้ความว่ามาจากจังหวัดเลยทั้งหมด   ได้เห็นสภาพที่ความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์และโชคลางเกื้อกูลกัน และเกื้อกูลชีวิตผู้คนอย่างซับซ้อน  

วัดนี้อยู่ในอำเภอพลิ้ว   นั่งรถไปเดี๋ยวเดียวก็ถึงน้ำตก

น้ำตกพลิ้ว

รถไปจอด ณ ที่จอดรถ เวลา ๑๐ น.   มีเวลาให้เดินชมน้ำตก ๑ ชั่วโมง    คนร่างกายไม่แข็งแรงนั่งรถกอล์ฟไปยังหน้าทางเช้าอุทยาน (ระยะทาง ๔๐๐ เมตร) คนละ ๑๐ บาท   ลงรถ เดินให้เขาเห็นหน้าว่าเป็นคนแก่ ไม่เสียค่าผ่านประตู   แล้วนั่งรถกอล์ฟอีกต่อหนึ่ง คนละ ๑๐ บาทตามเคย   แล้วเดินขึ้นไปอีก ๕๐ เมตร   บริเวณร่มรื่นสวยงาม   แม้ผมจะไม่ได้ไปนานเป็นสิบปี แต่ก็ยังพอจำสถานที่แห่งความทรงจำถึงสมเด็จพระนางเรือล่ม และปลาพลวงได้ 

ก่อนไปมีคนสงสัยว่า จะยังมีน้ำให้ตกหรือไม่   ได้ไปเห็นว่ามี แต่ไม่มาก  

ร้านอาหารคุณแดง

ตั้งอยู่ริมคลองภักดีรำไพ   อาหารอร่อย   เราได้กินหมูชะมวงเป็นครั้งที่สอง    แต่ผมชอบของโรงแรมที่กินเป็นอาหารเช้ามากกว่า   และมื้อนี้ก็ได้กินผัดไทยเส้นจันท์ใส่ปู รสชาติคล้ายกับของโรงแรมเมื่อเช้า   แต่คราวนี้มีปูที่มีก้ามผัดรวมอยู่ด้วย  

หลังอาหารเป็นสัปปะรดภูเก็ต  ตามด้วยกล้วยทับจันท์อันเลื่องลือ เป็นกล้วยน้ำว้าผ่าซีกปิ้ง  มีวิธีปิ้งให้กินอร่อย  ที่ชูรสคือน้ำจิ้ม   

จากนั้นขึ้นรถไปยังอาสนวิหาร    ไปจอดรถโค้ช ณ จุดที่เพิ่งเปิดใหม่ อยู่ข้างโรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์   สำหรับถ่ายรถไปขึ้นรถบริการพิเศษไปชมอาสนวิหาร    เนื่องจากบริเวณนั้นถนนแคบ รถใหญ่เข้าไม่สะดวก      

อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล()

เราต้องถอดรองเท้า    เข้าไปฟังการบรรยายของอาสาสมัคร   ว่าโบสถ์คาทอลิกแห่งนี้เริ่มจากญวณอพยพ ๑๓๐ คน ในปี พ.ศ. ๒๒๕๔ กว่าสามร้อยปีมาแล้ว   โดยโบสถ์หลังแรกอยู่คนละฝั่งแม่น้ำ   

ไฮไล้ท์ของผมอยู่ที่ได้คุยกับหญิงอาสาสมัครคอยดูแลความเรียบร้อยของการเข้าชมโบสถ์และไหว้พระ (คริสต์)    ได้สังเกตว่า ผู้หญิงที่นุ่งกางเกงขาสั้นมา จะมีผ้าสีฟ้าคลุมท่อนล่างให้ดูเรียบร้อย   หญิงอาสาสมัครบอกว่าเพิ่งมาทำหน้าที่อาสาสมัคร ๒ ปี    เดิมเป็นแม่ค้าขายของ    เมื่อลูกเรียนจบก็คิดว่าไม่จำเป็นต้องหาเงินอีกแล้ว จึงคิดจะทำงานอาสา    แล้วพระแม่มารีอาก็ไปเข้าฝันสร้างนิมิตให้มาทำงานนี้   เมื่อได้ทำงานอาสาจิตใจสบาย ร่างกายพลอยแข็งแรงไปด้วย   เรื่องจิตกับกายเอื้อสุขภาพต่อกันนี้ เดี๋ยวนี้มีความรู้อธิบายทางวิทยาศาสตร์มากมาย            

ศูนย์ส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับ()

เดิมผมเข้าใจผิดว่าเขาจะพาไปชมตลาดพลอยแบบที่ผมไปเห็นตอนตามเสด็จ   แต่คราวนี้เขาพาไปที่ตึกใหม่ใหญ่โอ่อ่า

ศูนย์สินค้าของฝาก ต้นตำรับ

คนไทยไปเที่ยวไม่ได้ช็อปปิ้งจะรู้สึกขาดๆ อะไรไป   คุณหมอปรีดีจึงพาไปที่ร้านต้นตำรับ ที่มีสินค้าของฝากสารพัดอย่าง   เน้นของกิน 

ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

นี่คือสถานที่ที่สาวน้อยและผมเคยตามเสด็จไปทัศนศึกษาเมื่อ   เราจึงไม่ได้ตามคณะไปกราบศาล   แต่ผมลงไปเข้าห้องน้ำและได้เห็นเนินดินที่เป็นทรากกำแพงเมืองจันทบุรีสมัย พ.ศ. ๒๒๐๐   ได้ขึ้นไปที่เนินดินถ่ายรูปพระอาทิตย์ตก ติดนกเอี้ยงที่บินกลับรัง  

ร้านอาหารจันทร์อร่อย

ฟ 

วิจารณ์ พานิช

๑๖ ม.ค. ๖๒



1 แสงอาทิตย์อุทัยสะท้อนพื้นน้ำในป้าชายเลน

2 อาทิตย์อุทัยในสวนของโรงแรม

3 นพ. ปรีดีพาชมวัดมังกรบุปผาวาส

4 พระพุทธเจ้าสามพระองค์

5 ถ่ายรูปหมู่ในวัด

6 บริเวณน้ำตกพลิ้ว

7 ทางเดินไปชมตัวน้ำตก

8 กล้วยทับร้านคุณแดง

9 หน้าวิหาร

10 วันทามารีอา

11 คณะทัศนศึกษาในโบสถ์

12 ในศูนย์อัญมณี

13 สาวน้อยกับ นพ. คำนึง ในศูนย์อัญมณี

14 นกบินคว้าอาทิตย์อัสดง ถ่ายที่ศาลพระเจ้าตาก

15 บินมาอีกฝูงใหญ่