ชีวิตที่พอเพียง 3340. ควงสาวเที่ยวอ่างทอง สิงห์บุรี ๒

วันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๖๑

เดินออกกำลังริมแม่น้ำเจ้าพระยา

เช้าวันที่ ๒ ธันวาคม ผมออกจากโรงแรมตอนรุ่งอรุณ เวลา ๖.๓๐ น.    ขับรถไปที่สี่แยก ดงมะขามเทศ แล้วเลี้ยวขวา ไปตามถนน นายจันทร์หนวดเขี้ยว    ไปเลี้ยวขวาที่ถนน วิไลจิตต์  ซึ่งเป็นถนนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา    ตามเส้นทางที่มาเมื่อวาน แต่เมื่อวานเลี้ยวซ้าย

ผมไปจอดรถหน้าสำนักงานเทศบาลเมืองสิงห์บุรี    ทางฝั่งเทศบาล ซึ่งเป็นการจอดทางขวา    โดยที่เห็นรถจอดอย่างนี้เป็นระยะๆ    แล้วผมก็เดินขึ้นบันได ขึ้นไปเดินบนเขื่อนป้องกันน้ำท่วม ที่เมื่อวานไปถ่ายรูปสาวน้อย    มีคนมาเดินออกกำลังจำนวนไม่มากนัก    เวลากำลังดี พระอาทิตย์เริ่มโผล่พ้นขอบฟ้า    ผมจึงได้รูปพระอาทิตย์อุทัยสาดแสงลงบนแม่น้ำเจ้าพระยา  

เดินลงไปทางทิศใต้ไม่ไกลก็เห็นอาคารสองชั้นเก่าทาสีใหม่สีชมพูสวยงาม มีป้ายบอกว่าเป็นศาลจังหวัดสิงห์บุรี     ถัดไปเป็นอาคารเก่าชั้นเดียวหลังใหญ่ ทาสีใหม่เป็นสีชมพูเช่นกัน  มีป้ายบอกว่า ศาลากลางจังหวัดสิงห์บุรี ร.ศ. ๑๓๐   ตามด้วยสโมสรข้าราชการ    ถัดจากนั้นเป็นจวนผู้ว่าราชการจังหวัด   พื้นที่กว้างขวาง มีต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น  แต่ขาดความโอ่อ่า เพราะไม่เห็นอาคารใหญ่ (ต้นไม้บัง) เห็นแต่อาคารชั้นเดียวที่ก่อสร้างเพิ่ม ทำให้ดูรกตา    ถัดไปเป็นบ้านของชาวบ้าน   

   เมื่อวานผมนึกชมอยู่ในใจที่ไม่มีอาคารปลูกริมถนนฝั่งที่ติดแม่น้ำเจ้าพระยาเลยแม้แต่หลังเดียว วันนี้มาเห็นว่าสถานที่ทำการรัฐบาลหลักๆ ในสมัยก่อนตั้งอยู่ริมแม่น้ำ     เป็นแนวขนานไปกับแม่น้ำ     ทำให้อยากรู้ว่าถนนวิไลจิตต์ที่ขนานไปกับแม่น้ำ สร้างสมัยใด   ต้องมีการเวนคืนที่ดินไล่ที่หรือไม่    และเขื่อนกันน้ำท่วมในสภาพปัจจุบัน ที่กลายเป็นที่ตากอากาศ เดินออกกำลัง สร้างในสมัยใด   ผมคิดว่าประวัติของการวางผังเมืองที่สร้างความน่าอยู่เป็นสิ่งที่ควรบันทึกไว้   

เดินไปกลับ รวมทั้งหยุดถ่ายรูปอยู่ครึ่งชั่วโมงผมก็กลับโรงแรม    ขึ้นไปรับสาวน้อยลงมากินอาหารเช้า    ซึ่งจัดว่าบริการอย่างดี มีทั้งสลัด   ข้าวผัด  ข้าวต้มเครื่อง (ไม่อร่อย)  ขนมจีนแกงเขียวหวานหมู  ข้าวขาวและกับข้าว    ไข่ดาว  ไส้กรอกไก่    มีกาแฟ  กาแฟ three in one, โอวัลติน   น้ำส้ม และน้ำเย็น    จัดว่าเป็นอาหารเช้าที่ครบเครื่องและรสชาติดี  

สาวน้อยชมตลาด

หลังอาหารเช้า เราชวนกันนั่งรถชมเมือง โดยผมพาไปที่ถนนวิไลจิตต์ ไปทางทิศใต้ จนตลอดสาย    วกกลับออกมาถนน ๓๐๙    สาวน้อยอยากไปซื้อผักและผลไม้    เราไปจอดรถที่ต้นถนนนายจันทร์หนวดเขี้ยว เพื่อลงไปดูของที่ตลาดเกษตรกรตรงสี่แยก ดงมะขามเทศ    ไปซื้อไข่ไก่อารมณ์ดี และข้าวกล้อง กข. ๔๓  ที่ติดป้ายบอกว่าเป็น “ข้าวน้ำตาลต่ำ” สำหรับคนกลัวอ้วน ซึ่งที่จริงคือ ข้าวที่มีแป้งทนย่อยสูง    จากร้านของประธานตลาด ชื่อนางเชิงเชาว์ เพ็ชรักษ์

คุณเชิงเชาว์บอกว่าที่บ้านของเธอที่ตำบลพักทัน อำเภอบางระจัน เป็นศูนย์เรียนรู้การทำเกษตร     สาวน้อยจึงถามว่าแถวนั้นมีที่เที่ยวไหม   เธอจึงแนะนำแหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อย    เป็นที่มาของการตัดสินใจไปชมเป็นที่สุดท้ายก่อนกลับบ้าน        

ที่นี่มีต้นไม้หลากหลายชนิดขาย    มีอยู่กระถางหนึ่งเป็นไม้เลื้อยส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ    ชื่อลดาวัลย์ ()    

โบราณสถาน เตาเผาแม่น้ำน้อย ()

เราให้ Google Map พาไป ใช้เวลา ๒๐ นาทีก็ถึง    ก่อนถึงเป็นสี่แยกชื่อแปลก ไหสี่หู  มีประติมากรรมไหสี่หูขนาดยักษ์อยู่ที่มุมหนึ่งของสี่แยก  

บริเวณโบราณสถานกว้างขวาง  สะอาด สวยงาม    ตลอดเวลาประมาณ ๔๐ นาทีที่เราเข้าชม มีเราสองคนเท่านั้น    มีเจ้าหน้าที่ผู้ชายคอยดูแลด้านนอก    เจ้าหน้าที่ผู้หญิงดูแลด้านใน    มีเด็กนักเรียนชั้น ป. ๖  อายุ ๑๓ ปี มาทำหน้าที่มัคคุเทศก์อาสาอธิบาย    ให้ข้อมูลต่างๆ    เธอบอกว่าการจะเป็นมัคคุเทศก์ใช้เวลาอบรม ๒ วัน   

หากถือตามเว็บของ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ()​  สันนิษฐานว่า เตาเผาที่นี่เริ่มสมัย ร. ๖ ของอยุธยา    โดยเคยเสด็จไปดูงานที่เมืองจีนและพาช่างจีนกลับมาด้วย    แต่ในนิทรรศการของพิพิธภัณฑ์ สันนิษฐานว่าแหล่งเทคโนโลยีน่าจะมาจากศรีสัชนาลัย

เมื่อ ๕ – ๖ ร้อยปีก่อน บริเวณนี้น่าจะเป็น “นิคมอุตสาหกรรม” เครื่องปั้นดินเผาของอยุธยา     เขาประมาณว่ามีกว่าสองร้อยเตา    ขุดลงไปตรงไหนก็พบเตาหรือเศษภาชนะดินเผา    ตอนขุดคลองชลประทานที่หน้าวัดพระปรางค์ (และหน้าโบราณสถาน) พบเตามากมาย   รวมทั้งในบริเวณวัดด้วย    เขาบอกว่าผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนี้นอกจากใช้ภายในประเทศแล้ว ยังส่งออกไปยังประเทศใกล้เคียง ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และอัฟริกา  โดยมีการค้นพบไหสี่หูคอสั้นแบบของเตาเผาแม่น้ำน้อยในที่ต่างๆ (ดูแผนที่ในรูปที่ ๑๔)    การพบไหสี่หูที่สตูลตามข่าว () น่าจะเป็นไปได้ว่าเป็นสินค้าที่ไปจากแหล่งอุตสาหกรรมนี้   

ดูจากลักษณะเตาในอาคารนิทรรศการเตาเผาดั้งเดิม ๒ เตา     ที่มีลักษณะเฉียงขึ้นจากห้องเผาใหม้  สู่ห้องบรรจุผลิตภัณฑ์  และต่อไปยังปล่องควัน  ต้องถือว่าเป็นเทคโนโลยีขั้นสูง เพราะให้ความร้อนได้สูงถึง ๑,๒๐๐ องศาเซลเซียส   

นอกจากเทคโนโลยีการเผาแล้ว เทคโนโลยีการจัดการวัตถุดิบคือดินเหนียว  การปั้น  และขั้นตอนการบ่มแห้ง  และเคลือบ ก็น่าจะเป็นเทคโนโลยีก้าวหน้าในสมัยนั้น   การเคลือบใช้วัสดุ ๒ อย่าง คือน้ำขี้เถ้า  กับยางไม้    เอาผลิตภัณฑ์ที่ตากในร่ม ๑ - ๒ เดือน จนแห้งดีแล้ว จุ่มลงในน้ำขี้เถ้า    เมื่อเผาผลิตภัณฑ์จะมีสีดำ แทนที่จะแดงตามสีดิน    ทำให้มีราคาสูงขึ้น   

เราชมในอาคารนิทรรศการ    อาคารคลุมเตา ๒ เตา    และอาคารลำลองคลุมเตาที่มีลักษณะคล้ายกำลังขุดค้น    แล้วก็รีบเดินทางกลับ    ผมเสียดายไม่ได้เข้าไปชมและไหว้พระที่วัดพระปรางค์ ()  

มัคคุเทศก์น้อยบอกเราว่าพ่อติดคุก ครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง  ข้อหาค้ายาบ้า    โดยโดนตำรวจแกล้ง    ตอนนี้อยู่กับย่าและปู่    พ่อแม่แยกกัน    แม่ไปมีครอบครัวใหม่    เธอเล่าว่าเมื่อวานไปเที่ยวสวนน้ำ หมดเงินไปกว่าห้าร้อยบาท    ผมถามว่าจบ ป. ๖ แล้วไปเรียนต่อที่ไหน   ตอบว่าเรียน ป. ๑ ที่บางระจัน    สาวน้อยถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร   ตอบว่าเป็นครู    เราให้รางวัลและกำชับให้รู้จักเก็บหอมรอมริบ เอาไว้ใช้เรียนหนังสือ    นอกจากได้เรียนรู้เรื่องโบราณคดี    ยังมีมัคคุเทศก์น้อยมาให้ความรู้ปัจจุบันคดีเรื่องครอบครัวไทยอีกด้วย   

เจ้าหน้าที่ผู้หญิงอัธยาศัยดีมาก    และทำงานทุกอย่าง รวมทั้งถูพื้นด้วย    เมื่อสอบถามความรู้ ก็ตอบได้คล่องแคล่ว     เห็นว่าสาวน้อยไม่แข็งแรงก็ยกเก้าอี้มาให้นั่ง     เมื่อผมบอกว่าเราต้องรีบกลับ เพราะสาวน้อยลืมเอายาความดันมา     เธอก็กุลีกุจอไปหายาของพ่อมาให้    แต่บังเอิญหาไม่พบ  

เวลาราวๆ ๑๐ น. เราออกเดินทางกลับ โดยให้ Google Map เสนอเส้นทาง    กลับถึงบ้าน ๑๒.๐๔ น. ตามที่เขาบอกไว้ล่วงหน้า    โดยใช้ถนน ๓๒ เป็นหลัก    ถนนเรียบ ข้างละ ๓ เลน    รถไม่มากนัก ตั้ง cruise 110 กม./ชม. ได้เป็นส่วนใหญ่    จึงถือว่าขับสบายมาก    เสียแต่แสงแดดแยงตา    เรามาเข้าถนนสาย ๙  เพื่อขึ้นทางด่วนอุดรรัถยากลับบ้าน    เป็นการขับรถที่สบายมาก   

ผมค่อยๆ รู้สึกว่า ประเทศของเรามีที่เที่ยวที่น่าสนใจมากมาย    และเครื่องอำนวยความสะดวกก็ค่อนข้างดีมาก    ค่าโรงแรมที่พัก ๑,๑๐๐ บาท เอาใบเสร็จไปลดภาษีได้  

นอกจากได้พาสาวน้อยไปเที่ยว ออกจากความจำเจที่บ้าน    เรายังได้ความรู้เรื่องบ้านเมืองของเราอีกด้วย 

 เวลา ๒๐.๔๐ น. ผมไปอาบน้ำ กลับมาที่ห้องนอน    สาวน้อยตื่นขึ้นมาถามว่า “ไปไหนแต่เช้า”

วิจารณ์ พานิช

๒ ธ.ค. ๖๑

1 อาทิตย์อุทัยเหนือเจ้าพระยาที่สิงห์บุรี

2 ศาลากลางจังหวัดสิงห์บุรี

3 ศาลจังหวัดสิงห์บุรี

4 ทางเดินบนเขื่อนกว้างขวาง

5 มีคนมาเดินหรือวิ่งบ้างประปราย

6 แสงทองผ่องอำไพ

7 ในตลาดเกษตรกร

8 ดอกลดาวัลย์

9 กล้วยห่อใบตองยาวๆ เผาแบบนี้เพิ่งเคยเห็นและกินที่นี่

10 วิวงามข้างถนนระหว่างเดินทางไปแหล่งโบราณคดีเตาเผาแม่น้ำน้อย

11 ด้านหน้าโบราณสถานเตาเผาแม่น้ำน้อย

12 ป้ายอธิบายลักษณะของเตาเผา อยู่หน้าอาคาร

13 ไหสี่หู

14 นิทรรศการแสดงแผนที่ที่พบไหสี่หู ไกลถึงอัฟริกา และออสเตรเลีย

15 ภายในอาคารนิทรรศการ

16 ภายในอาคารนิทรรศการเตาเผาดั้งเดิม ๒ เตา

17 เตาเผามีลักษณะเฉียงขึ้น จากห้องเผ้าไหม้ สู่ห้องบรรจุภาชนะที่จะเผา และห้องปล่องควัน

18 อีกเตาหนึ่ง

19 ขั้นตอนการผลิตเครื่องปั้นดินเผา

20 ขั้นตอนการผลิต (ต่อ)

21 สี่แยกไหสี่หู มีประติมากรรมไหสี่หู และเสาไฟก็มีรูปไหสี่หู

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

ดอกลดาวัลย์สวยจังค่ะพึ่งเคยเห็น วิวก็สวย และอาจารย์สาวน้อยก็ยิ้มสวยมากค่ะ แอบมีมุกว่า ไปไหนแต่เช้าให้ได้อมยิ้มด้วยนะคะ