ออกค่ายทำไม : ค่ายใหญ่ ปนน. 2561 ตอนที่ 4 ภาคจบ

ค่ายจึงสำเร็จ งดงาม ตามเวลา และคงเหลือไว้แต่ความรัก ความสุข ความทรงจำ ... เมื่อการเดินทางของค่ายจบสิ้นลง แต่ชีวิตของชาวค่ายมิได้จบสิ้น ภาระ หน้าที่และเรื่องราวต่าง ๆ ยังต้องดำเนินต่อไปตราบที่ลมหายใจยังมีอยู่

ประธานค่าย ฯ แจ้งกำหนดการและชวนให้ไปปิดค่ายในเช้าวันศุกร์สุดท้ายของปี ศุกร์ที่ 28 ธันวาคม 2561 ทำงานวันสุดท้าย ส่วนเราก็ไปค่ายวันสุดท้ายนี่แหละเนาะชีวิตชาวค่าย  เขียนบันทึกตอนวันเปิดค่ายเมื่อวันที่  23 ธันวาคม 2561 ไป 3 ตอน จึงตั้งใจจะเขียนภาคจบของค่ายใหญ่ ปนน. 2561 หลังจากปิดค่าย... เพื่อให้บันทึกเรื่องค่ายดูสมบูรณ์ตามหลักการเขียน แต่คงไม่สมบูรณ์ในแบบชาวค่าย เพราะผู้บันทึกไม่ได้อยู่ร่วมตลอดค่าย

สาย ๆ เดินทางออกจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น บนถนนมิตรภาพ มุ่งหน้าอำเภอน้ำพองและกระนวน รถเริ่มชุกจากการเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลปีใหม่ มีน้องแบงค์ นิสิต ป.โท จุฬา ฯ ศิษย์เก่า ปนน. ขอติดรถไปร่วมปิดค่าย จึงมีคนคุยระหว่างทางให้คลายเหงา เมื่อไปถึงค่าย (โรงเรียนยางคำพิทยาคม) ชาวค่ายกำลังเตรียมการพิธีปิดที่หอประชุม ยังพอมีเวลาว่างจึงเดินไปด้านหลังหอประชุม เพื่อเยี่ยมชมสวนผัก ท่าน ผู้อำนวยการโรงเรียนได้ให้ข้อมูลไว้เมื่อวันมาเปิดค่ายว่าโรงเรียนอนุญาตให้ชาวบ้านใช้พื้นที่เพื่อปลูกผักได้...บังเอิญทีเดียวที่ได้พบกับคุณแม่เจ้าของสวนผัก เลยได้เอ่ยปากขออนุญาตเข้าชมสวน ได้ถามไถ่ว่าทำไมถึงได้ปลูก คุณแม่บอกว่าเมื่อก่อนแถบนี้เป็นพื้นที่รกร้าง ป่าทึบ นักเรียนส่วนหนึ่งก็หนีเรียนมานั่งหลบครูอยู่ในป่าหลังหอประชุม คุณแม่เห็นว่าพื้นที่นี้น่าจะถางให้โล่งและใช้ประโยชน์ได้ จึงขออนุญาตจากทางโรงเรียนตั้งแต่ ผอ.โรงเรียนคนก่อนหน้านี้ ประกอบกับมีหนองน้ำโบราณขนาดใหญ่ใกล้ ๆ ติดรั้วโรงเรียน น่าจะดึงน้ำมาใช้ได้สะดวกจากเครื่องปั๊มน้ำ ต่อสายไฟจากบ้านมาใช้... ปัจจุบันลูกสาวและลูกเขยเป็นคนจัดการผักในแปลง คุณแม่เอ่ยเชิญชวนว่า เก็บผักไปกินไปผัดก็ได้นะ... ผมได้แต่กล่าวคำขอบคุณและตอบปฏิเสธไป แล้วคุณแม่ก็เดินถือเบ็ดและอุปกรณ์หาปลาไปที่หนองน้ำใหญ่ข้างโรงเรียน...การจัดการปัญหาบางอย่างในการจัดการศึกษา ชุมชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วม ก็จะเกิดความยั่งยืน แม้เรื่องเล็กน้อยในตัวอย่างนี้ ก็น่าจะเป็นมุมเล็ก ๆ ที่เห็นชุมชนกับโรงเรียนผสานความร่วมมือแบบได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย win – win

ในช่วงพิธีการของพิธีปิด ผู้อำนวยการเป็นประธาน ท่านกล่าวปิดโดยชื่นชมชาวมหาวิทยาลัยขอนแก่น ว่าสามารถจัดค่ายได้เป็นอย่างดี วางแผน เตรียมการและดำเนินการได้เรียบร้อย แนะแนวและสอนหนังสือได้อย่างมืออาชีพ ทำให้น้องนักเรียนมีความตื่นตัวในช่วงกิจกรรมวิชาการ ชาวชุมชนและพ่อฮักแม่ฮัก ต่างฝากชื่นชมความมุ่งมั่น ตั้งใจของชาวค่าย และโรงเรียนอื่น ๆ ในละแวกนี้ที่ทราบก็แอบเสียดายที่โรงเรียนของเขาไม่มีค่ายดี ๆ แบบนี้ไปจัด ชื่นชมที่ได้เห็นการเอาจริงเอาจังของประธานค่ายที่วางแผน ดำเนินการและจัดการ รวมถึงสามารถแก้ปัญหาและประสานความร่วมมือได้จนค่ายสำเร็จลุล่วงเป็นอย่างดี... สำหรับ ผอ. ให้คะแนนเกินร้อย...

 ประธานค่ายกล่าวสรุปค่าย ก่อนที่จะเชิญ ผอ.โรงเรียนกล่าวปิด และหลังจากนั้น เขาเชิญให้ผมกล่าวให้โอวาทชาวค่าย (คล้ายเป็นธรรมเนียมของค่าย ปนน.) ในฐานะอาจารย์ที่ปรึกษาชมรม... ผมกล่าวขอบคุณชุมชนและโรงเรียนที่มอบโอกาสพิเศษนี้ให้ชาว ปนน.มข. ได้มาเรียนรู้ในห้องเรียนขนาดใหญ่ในห้วงเวลาเกือบ 10 วัน และผมได้เล่าถึงสิ่งที่ผมพบเห็นจากการมาเปิดค่าย โดยเฉพาะความงดงามในโรงครัว คือกระสอบข้าวสาร อาหารแห้ง อันเป็นน้ำใจจากชุมชนและพ่อฮักแม่ฮักที่เมตตาเราชาวค่ายอย่างสุดประมาณ ขอบคุณชาวค่ายทั้งพี่และน้องที่เสียสละเวลามาเรียนรู้ร่วมกัน พี่ ๆ ได้เรียนรู้การทำงาน การวางแผน การแก้ปัญหา และการกล้าคิด กล้าพูด กล้าทำ ส่วนน้อง ๆ นักเรียน ก็ได้เรียนรู้และน่าจะได้พลังใจและแรงบันดาลใจจากรุ่นพี่นักศึกษา...ก่อนจากกัน พี่ ๆ  จึงจัดกิจกรรมอำลาชาวค่าย พี่ ๆ กล่าวแสดงความรู้สึกสั้น ๆ เพื่อเป็นคำมั่นและส่งต่อศรัทธาไปยังน้อง ๆ รวมถึงร่วมกันร้องเพลงเพื่อเป็นพลังใจแก่ชาวค่าย และลงท้ายด้วยการลอดซุ้มแขนพี่ ๆ เพื่อเดินออกไปยังหน้าหอประชุม น้อง ๆ ออกไปยืนออกันด้านหน้าแล้วร้องเพลงมอบคืนพี่ ๆ ทั้งน้องและพี่ต่างก็น้ำตาซึมและร้องไห้กันหลายราย คงเป็นภาพแห่งความประทับใจและน้ำตาแห่งความรัก ความสุข ความทรงจำ ของชาวค่าย

ผู้ปกครองทะยอยมารับลูก ๆ กลับบ้าน พี่ ๆ นักศึกษาจัดกิจกรรมร่ำลากันเอง ก่อนที่จะเก็บกวาดสิ่งของเครื่องใช้ในหอประชุม โรงนอนและโรงอาหารแล้วเดินทางกลับมหาวิทยาลัยขอนแก่น ... ท่านผู้อำนวยการโรงเรียนขอให้ไปช่วยเขียนสมุดเยี่ยมโรงเรียนที่ห้องผู้อำนวยการและได้พูดคุยกันในหลายเรื่อง หลายประเด็นเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ก่อนที่จะอำลาพาจากกัน...ผมจึงเดินทางกลับก่อนนักศึกษา

ค่ายจึงสำเร็จ งดงาม ตามเวลา และคงเหลือไว้แต่ความรัก ความสุข ความทรงจำ ... เมื่อการเดินทางของค่ายจบสิ้นลง แต่ชีวิตของชาวค่ายมิได้จบสิ้น ภาระ หน้าที่และเรื่องราวต่าง ๆ ยังต้องดำเนินต่อไปตราบที่ลมหายใจยังมีอยู่...ดอกไม้ ดอกไม้จะบาน บริสุทธิ์กล้าหาญ จะบานในใจ สีขาว หนุ่มสาวเจ้าใฝ่ แน่วแน่แก้ไข จุดไฟศรัทธา เรียนรู้ ต่อสู้มายา ก้าวไปข้างหน้า เข้าหามวลชน ชีวิต อุทิศยอมตน ฝ่าความสับสน เพื่อผลประชา...เนื้อท่อนหนึ่งของเพลงดอกไม้ ที่พี่ ๆ นักศึกษาร้องประสานเสียงกันเพื่อมอบแด่น้องค่ายในพิธีอำลา น่าจะชุ่มชื่น ชูใจ ให้ทุกคนก้าวไปอย่างงดงาม ตามวิถีแห่งตน

ด้วยศรัทธาชาวค่าย

ณ มอดินแดง

2 มกราคม  2562

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น



ความเห็น (0)

หมายเลขบันทึก

659071

เขียน

02 Jan 2019 @ 15:16
()

แก้ไข

02 Jan 2019 @ 15:43
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
อ่าน: คลิก
บันทึกที่เกี่ยวข้อง