เด็กยุคอ่าน คิด เขียน วิเคราะห์

ยุคนี้...ระบบ Digital มาแรง หากเป็นเด็ก ๆ ผู้ใหญ่จะห้ามเล่นโทรศัพท์ก็คงมิใช่ล่ะ!!!...แต่ควรขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ที่จะต้องคอยบอก สอน แนะนำเด็กมากกว่า ว่า "ควรเล่นได้เวลาเท่าไร ควรมีข้อจำกัดในการเล่น"...ต้องใกล้ชิดพวกเด็กให้มาก ๆ คอยดูว่า สิ่งที่เด็กเล่นนั้นดีหรือไม่ดี มีประโยชน์หรือไม่ ควรที่จะให้คำชี้แนะกับพวกเธอทั้งหลาย เพราะเหตุที่บอก เนื่องจาก เธอคงจะเด็กเกินไป ที่ยังแยกแยะไม่ออกว่า สิ่งที่เธอเล่น เธอดูนั้น สิ่งไหนมีประโยชน์ ไม่มีประโยชน์...

สิ่งที่ย่าบุษสอนหลาน คือ พี่ฟ้าคราม (ณ ปัจจุบัน ที่พี่ฟ้าครามมาอยู่และเรียนหนังสือกับย่า) นั้น...ในตอนเย็นของทุกวัน ย่าจะคอยบอกพี่ฟ้าครามว่า ช่วงเย็นนี้เธอห้ามจับและเล่นโทรศัพท์ เธอต้องวางโทรศัพท์บ้าง เพราะเธอเป็นนักเรียน ๆ ต้องศึกษาหาความรู้ด้วยการอ่านหนังสือ...เธอเข้าใจที่ย่าพูดกับเธอ...ย่าสังเกตว่าเธอเป็นเด็กที่พูดรู้เรื่อง เข้าใจ เธอแยกแยะเวลาได้ว่า เวลาไหนที่ต้องอ่านหนังสือ เวลาไหนที่ต้องเล่นโทรศัพท์...เพราะย่าคิดว่า หากห้ามเธอเล่นโทรศัพท์นั้น คงไม่ใช่แล้วในยุคสมัยนี้ เพราะจะทำให้เธอกลายเป็นเด็กเก็บกด ไม่รู้ทันเทคโนโลยี...เพียงแต่ย่าจะเป็นคนสอนเธอให้รู้จักแบ่งเวลาในการเล่น การอ่านหนังสือเท่านั้นเอง...ไม่ให้เธอหมกมุ่นอยู่กับโทรศัพท์

ในตอนเย็น พี่ฟ้าครามจะทานข้าว อาบน้ำเสร็จแล้ว เธอจะต้องมานั่งท่องสูตรคูณ แม่ ๑-๑๒ ให้ย่าฟัง...เวลาท่องย่าจะบอกให้เธอตั้งสติ อย่าใจลอย เพราะถ้าย่าไม่พูดแบบนี้ เธอจะชอบเหมือนเด็กสมาธิสั้น...แต่หากย่าสังเกตดู หากเธอตั้งใจจริง ๆ เธอก็ท่องได้ ไม่ผิด...ช่วงนี้ย่าจะถามเธอเวลาท่องเสร็จว่า ช่วงกลาง ๆ ของสูตรคูณ เช่น ๙X๗ = เท่าไร ซึ่งตอนแรก ๆ เธอต้องไล่ตั้งแต่ ๙X๑ ก่อน แต่ตอนนี้ เธอสามารถตอบย่าได้แล้ว เธออยู่ชั้น ป.๑ เธอเตรียมท่องเพื่อขึ้นชั้น ป.๒...ย่าลองให้การบ้านเธอทำดู เธอก็สามารถตอบเป็นคำตอบที่ถูกได้

หลังจากท่องสูตรคูณเสร็จ...เธอจะต้องมานั่งอ่านหนังสือที่เป็นเรื่องของการอ่าน คิด เขียนและวิเคราะห์ด้วยตัวของเธอเอง ซึ่งเป็นหลักสูตรใหม่ที่สมัยย่าไม่มีเรียนแบบนี้ สมัยย่าจะเป็นหลักสูตรแบบท่องจำ เช่น ท่องอาขยาน แต่สมัยของพี่ฟ้าครามจะเรียนเรื่องการอ่าน คิด เขียนและวิเคราะห์ ซึ่งย่าจะลองให้เธออ่านให้ฟัง แล้วย่าจะคอยสังเกตเธออยู่ใกล้ ๆ แล้วให้เธอคิดตาม เขียนได้และเธอก็วิเคราะห์ถูก...ย่าจะชวนเธอให้เหตุผลด้วยว่าเพราะเหตุใด...ซึ่งเธอก็ช่างจำนรรจา หาเหตุผลสารพัดที่เธอรู้มา มาตอบให้ย่าฟัง...ซึ่งย่าก็ชื่นชมที่เธอสามารถตอบโจทย์ที่ย่าถามได้...หลักสูตรที่เธอเรียนจะสามารถทำให้ทราบว่า ในอนาคตเธอจะเป็นเด็กเช่นไร?...เพราะหลักสูตรเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้คนในอนาคตมีคุณภาพไปในทิศทางแบบใด...ตามที่ภาครัฐต้องการให้คนไทยได้เป็น...แต่สำหรับย่าสงสัยจะไม่ทันได้เห็นแล้วล่ะ!!! เพราะคงอีกหลายสิบปีที่เธอจะโตและสามารถแสดง Competency และ Skill ออกมา...แต่สำหรับทุกวันนี้ เธอก็แสดงสิ่งดังกล่าวออกมาให้ย่าเห็นอยู่เรื่อย ๆ ซึ่งย่ามองดูเธอผิดจากเด็ก ๆ ในสมัยที่ย่าเป็นเด็ก ๆ

เมื่ออ่านหนังสือเสร็จ เธอมีเวลาก่อนนอนสักครึ่งชั่วโมง ย่าจะอนุญาตให้เธอเล่นโทรศัพท์ได้...เพราะเพื่อการเรียนรู้ เธอคล่องมากกับการใช้ i Phone ๑๐...เธอเป็นเด็กที่ฉลาดในการใช้โทรศัพท์ เธอชอบเรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ ใน YouTube เมื่อเธอเรียนรู้แล้ว เธอจะนำมาใช้ เรียกว่า ประยุกต์ใช้ด้วยตัวของเธอเอง...เธอเป็นคนอธิบายสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ด้วยตัวของเธอเอง เธอเป็นเด็กฉลาด จากที่ย่าสัมผัสตัวของเธอเอง...นี่คือ เธอเป็นเด็ก Gen Z เธอโตมากับการสื่อสารด้วยระบบเทคโนโลยี...ทำให้ย่าเห็นถึงคนในสมัยรุ่นย่า Gen babyboomer ช่างแตกต่างกับเด็ก Gen Z แบบพวกเธอเสียจริง ๆ...ย่าก็ได้แต่เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ จากพวกเธอ...ย่าว่าอาจารย์ภัคร (ลุงของฟ้าครามเก่งแล้ว)...ย่าคิดว่า เธอคงจะเก่งกว่าลุงภัครเสียอีก ได้แต่คอยดูเธอต่อไป แม่เด็ก Gen Z

(บันทึกไว้...สำหรับเป็น Portfolio ให้กับพี่ฟ้าคราม เผื่อเธอได้เรียนรู้และต่อยอดตัวของเธอเอง)

ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านบันทึกนี้ค่ะ

บุษยมาศ แสงเงิน

๒ มกราคม ๒๕๖๒

(ฝีมือของพี่ฟ้าคราม ที่เธอเล่น YouTube แล้วเรียนรู้ เธอก็มาทำเอง เธอเล่นระบายสีด้วยโปรแกรม ฯ เธอทำเร็วมากกกกกก...แม่เด็ก Gen Z)