ก่อนอื่นขอย้ำก่อนว่า นี่เป็นเพียงความเห็นของผม ที่รู้ไม่มาก (เพียงแต่เป็นคนคิดมาก) ฉะนั้นท่านโปรดหยิบเอาไปใช้วิจารณญาณด้วยปฏิพานของท่านเถิดครับ 

วิเคราะห์คำ

คำว่า "เจตคติ" เป็นคำที่ราชบัณฑิตยสถานบัญญัติขึ้นแทนคำว่า "ทัศนคติ" ซึ่งบัญญัติขึ้นก่อนหน้านี้เพื่อแปลว่า "attitude" ในภาษาฝรั่ง ดังนั้นคำว่า "เจตคติ" จึงไม่ใช่ภาษาไทย เป็นเพียงการจงใจนำเอาคำภาษาบาลีมาสร้างคำใหม่ให้คนไทยเข้าใจคำว่า attitude ... (บันทึกออนไลน์ที่เขียนเรื่องนี้ได้ดีมากอยู่ที่นี่

  • คำว่า "เจตคติ" ควรจะอ่านว่า เจ-ตะ-คะ-ติ ตามรากศัพท์ภาษาบาลี ไม่ใช่ เจต-คะ-ติ
  • คำว่า "เจตคติ" เกิดจากการสมาสคำว่า "เจต" (อ่านว่า เจ-ตะ) และคำว่า "คติ" (คะ-ติ) ในภาษาบาลี 
    • เจต มาจากคำว่า เจตนา แปลว่า ความจงใจต่ออารมณ์ (อ่านที่นี่) หรือก็คือความตั้งใจนั่นเอง
    • คติ แปลว่า เรื่อง ทาง แนวทาง หรือ ความเป็นไป 
  • ถ้ารวมความหมายของสองคำนี้เข้าด้วยกัน จะได้ว่า เจตคติ คือ เรื่องหรือความเป็นไปของความจงใจหรือตั้งใจต่ออารมณ์ 

สังเกตว่า ลำดับขั้นการพัฒนาเจตคติตามคติฝรั่ง (บลูม อ่านที่นี่) เน้นตรงกันเรื่องความตั้งใจ ยอมรับ จงใจ (ไม่ใช่บังคับ)

คติพุทธ

  • ตามคติพุทธ คำว่า "ชีวิต" ประกอบด้วย ๓ ส่วนได้แก่ กาย จิต และเจตสิก (พืช ต้นไม้ ไม่มีจิตครอง ตามคติพุทธ อ่านที่นี่)
    • กาย คือส่วนที่เป็นรูปธรรม ส่วนจิตและเจตสิกคือส่วนที่เป็นนามธรรม
    • จิต คือ ธรรมชาติที่รู้อารมณ์ ... อารมณ์คือทุกสิ่งที่ถูกจิตรู้ ทุกสิ่งที่มาสัมผัสทางตา หู จมูก ลิ้น ผิวกาย การรู้สึก นึก คิดทางใจ 
    • เจตสิก คือ สิ่งที่เกิดขึ้นประกอบกับจิต ... คำว่า "เจตนา" คือ หนึ่งเจตสิกประเภทที่เกิดกับจิตทุกดวง 
  • ทุกสิ่งอย่างสามารถแยกส่วนออกได้เป็นกอง ๆ ๕ กอง เรียกว่า ขันธ์ ๕ ได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ 
    • กาย คือรูปขันธ์ 
    • จิต คือ วิญญาณขันธ์
    • เจตสิก คือ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ และสังขารขันธ์ 
      • เวทนา คือ ความรู้สึกสุข ทุกข์ ดีใจ เสียใจ หรือ เฉยๆ 
      • สัญญา คือ ความจำได้ หมายรู้ 
      • สังขาร คือ ความคิด ธรรมชาติของการปรุงแต่งจิต
  • มีบัญญัติประเภทของ "เจตสิก" ในพระอภิธรรม ๕๒ ดวง (อ่านที่นี่) หรือ ๘๙ ดวง หรือ ๑๒๑ ดวง (อ่านที่นี่) ... จากการศึกษา เจตสิกประเภทต่าง ๆ ตามคติพุทธนี้ ครอบคลุม ตัวแปรเชิงคุณค่า (value variable) หรือตัวแปรทางจตคติ (attitude variable) ทั้งหมด  ดังนั้น การสร้างแบบวัดเจตคติ จึงสามารถยกเอาชนิด "เจตสิก" ไปใช้ได้  (ผมจะเขียนในบันทึกต่อ ๆ ไป)

คำนิยามของ "เจตคติ"

  • พจนานุกรมฉบับบัณฑิตราชตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ให้ความหมายว่า เจตคติ คือ ท่าที ความรู้สึก ความคิดของบุคคลต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง  โดยนิยามจากการแปลมาจากภาษาอังกฤษประโยคว่า "a feeling or opinion about something or someone, or a way of behaving that is caused by this." ... ไม่ได้ยกเอาความหมายของคำว่า "เจตคติ" ตามคติพุทธมาใช้อธิบายแต่อย่างใด 
  • คำว่า "ความรู้สึก" หรือ feeling ในที่นี้ หมายถึง เวทนา และเจตสิกบางตัว (ไม่ครอบคลุมเจตสิกทุกชนิด) ไม่ได้หมายถึง สิ่งที่ถูกรู้ หรืออารมณ์ในความหมายตามคติพุทธ
  • ดังนั้น คำว่า "เจตคติ" ตามคติฝรั่ง จึงเป็นเพียงส่วนหนึ่ง (ซับเซต) ของ "เจตคติ" ตามคติพุทธ 

ข้อเสนอแนะ

  • ผมขอเสนอแนะให้นักจิตวิทยาและนักการศึกษาไทย หันมาสนใจเรียนรู้เรื่อง จิต เจตสิก และนิพพาน อย่างจริงจัง ...หยุดเรียนลอกบอกต่อตามคติฝรั่ง 
  • ขอเสนอให้บัญญัติคุณลักษณะทางนามธรรมใหม่ โดยใช้คำว่า "เจตสิก" แทนคำว่า "เจตคติ" ... ซึ่งแน่นอนว่า จะต้องใช้ทับศัพท์เป็น Jatasik เป็นภาษาอังกฤษ เพราะไม่มีศัพท์อังกฤษที่ครอบคลุมความหมายได้ (บันทึกที่พันทิพย์สรุปดีมากครับเชิญคลิกที่นี่)