ชีวิตที่มีความสุข


มนุษย์เกิดมาเพื่อการดำรงชีวิตให้มีความสุข...แต่ละครอบครัวเกิดมาแตกต่างกัน ขึ้นอยู่ว่าครอบครัวใดจะกระทำอย่างไร...ครอบครัวของพี่ฟ้าครามกับพี่สกาย เป็นครอบครัว ๆ หนึ่งที่ใช้ชีวิตกันอย่างมีความสุข...มีอาชีพที่สุจริตในการดำรงชีพ คือ พ่อเพรียง - แม่อ้อม มีอาชีพชาวนา ทำนาเป็นของตนเอง ไม่ได้เช่า มีสวนสัก...มีที่นาประมาณ เกือบ ๑๐๐ ไร่...มีรถอีแต๋น รถที่ใช้ไถนา มีอาชีพเสริมด้วยการรับจ้างครอบครัวอื่น ที่ลูก-หลานไม่ได้มาทำนา เพราะเมื่อเรียนสูงจบปริญญากันแล้ว ก็ไม่กลับมาถิ่นเดิม ไปทำงานในเมืองกันหมด...พ่อเพรียงของฟ้าครามก็โชคดีตรงนี้ ที่ไม่มีคู่แข่ง วันหนึ่ง ๆ ของพ่อเพรียง ฯ ก็จะออกไปนา มีอาชีพที่อิสระ เป็นนายของตัวเอง...มีความสุขอยู่กับธรรมชาติ

แม้ว่า...ครอบครัวของพ่อเพรียงจะมีอาชีพทำนา แต่พ่อเพรียงก็มีความยึดมั่นในตนเอง...ไม่ทำให้สังคมเดือดร้อน สามารถนำพาครอบครัวให้มีชีวิตที่มีความสุขได้ในระดับหนึ่ง...พ่อเพรียงเห็นพี่ภัครที่ต้องไปทำงานในสังคมสถาบันอุดมศึกษา บอกว่า "แข่งขันกันสูงเหลือเกิน"...เลยรู้ตนเองบอกว่า "ชีวิตแบบของเพรียงดีแล้วแม่...เป็นชีวิตที่มีความสุข ถึงแม้ว่ามันจะร้อน แต่ก็จะไม่มีอะไรมากระทบใจของเราดี"...นี่คือ ความคิดของพ่อเพรียงของพี่ฟ้าคราม

การดำรงชีพในแต่ละวันนั้น สิ่งที่จำเป็นสำหรับครอบครัวของแต่ละคน นั่นคือ "การมีความสุขใจ + มีเงินเพื่อดำรงชีพเท่านั้น"...หากไม่หลงไหล ฟุ้งเฟื้อ ทะเยอทะยานอยากแล้วละก็...อาชีพที่ทำเพื่อพอเพียง เลี้ยงครอบครัวได้ในแต่ละวันก็พอล่ะ!!!...ตอนนี้ครอบครัวของพ่อเพรียงของพี่ฟ้าครามได้เลี้ยงควายไว้ ๒ ตัว...พ่อเพรียงบอกว่า "หากทำนาได้ราคาอีก ก็จะซื้อเพิ่ม"...ตอนนี้ควายสองตัวนี้ ตัวอ้วนมาก นี่คือ ความสุขของคนเรา ไม่ต้องดิ้นรน แข่งขัน ทะเยอทะยานอยากไปตามกระแส ใช้ชีวิตให้มีความสุขก็เพียงพอแล้ว

แต่สำหรับพี่ฟ้าคราม เธอคงตั้งหน้าตั้งตาเล่าเรียนหนังสือ เธออ่านหนังสือแตกมาก เช่นคำยาก ๆ เธอก็สามารถอ่านได้...ช่วงนี้ เป็นเรื่องการอ่านเชิง คิด วิเคราะห์ เธอทราบว่าการอ่านหนังสือตามข้อความที่ให้ช่วงหนึ่งแล้ว เธอก็มาทำโจทย์ที่เขาถาม ซึ่งเธอสามารถทำคำตอบนั้นได้...แสดงว่าเธออ่านข้อความนั้นเข้าใจ เธอได้เริ่มคิด วิเคราะห์และแยกแยะได้แล้ว...ในยุคนี้เป็นสังคม Digital เราไม่สามารถจะห้ามเด็ก ๆ เช่นเธอเล่นโทรศัพท์ได้ แต่สำหรับครอบครัวของเรา ได้แต่ดูและให้คำแนะนำ สั่งสอน ว่าควรเล่นอะไร ดูอะไรที่มีประโยชน์สำหรับเธอ...และเอาเวลามากำหนดให้เธอได้เล่น นี่คือ การสอนของครอบครัวของเรา

การใช้ชีวิตในแต่ละวันนั้น ก็เพียงเพื่อให้ชีวิตมีความสุขเท่านั้น...สิ่งใดที่ทำให้ไม่มีความสุข เราก็จะออกห่าง ทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ต่อตัวเราก็น่าจะพอเพียงแล้ว...แต่ที่สังคมคนส่วนใหญ่เป็นกัน คือ การหลีกหนีความเป็นจริง...หนีสิ่งที่ควรเป็น ควรมี ดิ้นรนไขว่คว้าในสิ่งที่ต้องแข่งขันกันมากกว่า จึงทำให้เราเห็นสังคมที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนั้น มีความแข่งขันกัน...แต่ถ้าหากเราพอใจในสิ่งที่เป็น ที่มี เราก็ไม่ต้องไปแข่งขันกับใคร ใช้ชีวิตในแต่ละวันให้มีความสุขก็พอ...ใครดูถูก นั่นคือ เรื่องของเขา มิใช่เรื่องของเรา...แต่เราสามารถเลี้ยงตนเองและครอบครัวของเราได้...และในใจของเรามีความสุขก็พอ...

************************************************

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติเข้ามาอ่านบันทึกนี้ค่ะ

บุษยมาศ  แสงเงิน

๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๑